Officine Universelle Buly 1803 จากร้านเครื่องหอม-เครื่องประทินผิวในตำนานแห่งปารีสสู่สาขาแรกในไทย
- hoparound.co

- Mar 31, 2022
- 2 min read
Updated: Aug 20

Officine Universelle Buly 1803 ร้านเครื่องหอม-เครื่องประทินผิวในตำนานแห่งปารีส
ในโลกของความงามและน้ำหอม มีแบรนด์อยู่ไม่มากนักที่สามารถทำให้การซื้อสบู่ หวี น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว กลายเป็นประสบการณ์ที่ชวนให้นึกถึงการเดินทางข้ามเวลากลับไปยังกรุงปารีสเมื่อสองร้อยปีก่อนได้ และ Officine Universelle Buly 1803 คือหนึ่งในนั้น
สิ่งที่ทำให้ Buly แตกต่างจากแบรนด์ความงามทั่วไป ไม่ได้อยู่ที่ตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และโลกทั้งใบที่แบรนด์สร้างขึ้นมา ตั้งแต่งานออกแบบร้าน ชั้นวางไม้โบราณ ตัวอักษรคัลลิกราฟี ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ทุกชิ้นที่ให้ความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในร้านขายยาและร้านปรุงน้ำหอมชั้นดีแห่งปารีสในศตวรรษที่ 19
จุดเริ่มต้นของตำนานในปี 1803
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1803 (สมัย ร.1 เลยนะ) เมื่อ Jean-Vincent Bully นักปรุงน้ำหอม นักกลั่น และผู้ผลิตเครื่องประทินผิวชาวฝรั่งเศส เปิดร้านของตนเองบนถนน Rue Saint-Honoré ใจกลางกรุงปารีส จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการด้านความงามที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในยุคนั้น
ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เป็นยุคที่แนวคิดเรื่องสุขอนามัยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในเวลานั้นผู้คนยังไม่ค่อยนิยมอาบน้ำเหมือนในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายจึงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประเภท Vinegar Toiletries หรือน้ำส้มสายชูสำหรับความงาม ซึ่งถูกใช้ทั้งในการทำความสะอาดผิว สูดดม เพิ่มความสดชื่น หรือแม้แต่เติมลงในอ่างอาบน้ำ
ผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อให้กับ Jean-Vincent Bully คือ Vinaigre des 4 Voleurs หรือ "น้ำส้มสายชูแห่งโจรทั้ง 4" สูตรที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำรับโบราณซึ่งเชื่อว่าช่วยป้องกันโรคระบาด พร้อมกลิ่นหอมจากดอกไม้ สมุนไพร และเครื่องเทศ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของชาวปารีสในยุคนั้น
ชื่อเสียงของ Bully แพร่กระจายไปทั่วฝรั่งเศสและยุโรปอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นบุคคลที่ได้รับการกล่าวถึงในวงการความงาม และยังเป็นแรงบันดาลใจให้ Honoré de Balzac นำบุคลิกและเรื่องราวของเขาไปสร้างเป็นตัวละคร César Birotteau ในนวนิยายคลาสสิกของฝรั่งเศสอีกด้วย

จากความรุ่งโรจน์สู่การหายไปจากประวัติศาสตร์
แม้จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แต่เรื่องราวของ Jean-Vincent Bully กลับไม่ได้จบลงอย่างสวยงาม ธุรกิจของเขาค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา ชื่อของ Bully ที่เคยโด่งดังไปทั่วปารีส กลายเป็นเพียงบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ และดูเหมือนว่าตำนานนี้จะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่กว่าสองศตวรรษต่อมา เรื่องราวกลับพลิกผันอีกครั้ง

การชุบชีวิต Buly ในศตวรรษที่ 21
ในปี 2014 Ramdane Touhami และ Victoire de Taillac คู่สามีภรรยาชาวฝรั่งเศสผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสตร์แห่งความงาม ได้ตัดสินใจนำชื่อของ Jean-Vincent Bully กลับมาปลุกชีวิตใหม่ภายใต้ชื่อ Officine Universelle Buly 1803
สิ่งที่น่าสนใจคือทั้งคู่ไม่ได้เพียงนำชื่อแบรนด์เก่ากลับมาใช้ แต่เลือกศึกษาประวัติศาสตร์ของ Bully อย่างลึกซึ้ง ค้นคว้าตำรับโบราณ เอกสารเก่า สูตรความงามในศตวรรษที่ 19 รวมถึงปรัชญาเรื่องการดูแลตนเองในอดีต ก่อนจะตีความทั้งหมดใหม่ให้เข้ากับโลกปัจจุบัน
ผลลัพธ์ที่ได้คือแบรนด์ที่ดูเหมือนเดินทางมาจากอดีต แต่กลับร่วมสมัยอย่างน่าประหลาด ตั้งแต่ Eau Triple น้ำหอมสูตรไร้แอลกอฮอล์อันเป็นเอกลักษณ์ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว น้ำมันบำรุงผิว สบู่ หวี แปรง ไปจนถึงบริการคัลลิกราฟีและการสลักชื่อเฉพาะบุคคล ทุกองค์ประกอบของ Buly ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงโลกของอดีตเข้ากับปัจจุบันอย่างงดงาม
ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ Buly เติบโตอย่างรวดเร็ว และในปี 2021 แบรนด์ได้เข้าร่วมอาณาจักร LVMH กลุ่มลักชัวรีที่ใหญ่ที่สุดของโลก พร้อมขยายสาขาไปยังเมืองสำคัญหลายแห่งทั่วโลก

ร้าน Buly ที่เราประทับใจจากทั่วโลก
ก่อนที่ Buly จะมาถึงประเทศไทย เรามีโอกาสได้แวะเวียนไปเยือนหลายสาขาในหลายประเทศ หนึ่งในร้านที่ชอบมากที่สุดคือสาขา Kyoto BAL ในเกียวโต ซึ่งบรรยากาศเรียบง่าย สงบ และเข้ากับเสน่ห์ของเมืองเก่าอย่างเกียวโตได้ลงตัวสุดๆ
ในโตเกียว สาขา Shibuya PARCO สะท้อนด้านร่วมสมัยของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน มีลูกเล่นการออกแบบที่ท้าทายระบบมาก เราว่าร้าน Buly สาขานี้มีสเน่ห์สุดๆ ขี้เล่นเหมือนห้าง Shibuya PARCO มากๆ เหมาะกับย่านที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและความสร้างสรรค์
ส่วนสาขาที่สร้างความประทับใจมากเป็นพิเศษคือ Kobe ซึ่งมีคาเฟ่อยู่ภายในพื้นที่ของร้าน ทำให้การแวะ Buly ไม่ได้จบลงแค่การเลือกซื้อสินค้า แต่กลายเป็นการใช้เวลาอยู่กับแบรนด์อย่างแท้จริง
ขณะที่สาขาในย่าน Central, Hong Kong กลับมีเสน่ห์ในแบบ Street Store ที่แตกต่างออกไป ให้ความรู้สึกเหมือนร้านขายยาฝรั่งเศสโบราณที่ย้ายมาตั้งอยู่ท่ามกลางย่านธุรกิจเก่าแก่ของฮ่องกง

Officine Universelle Buly 1803 สาขาแรกในประเทศไทย
และในที่สุด Officine Universelle Buly 1803 ก็เดินทางมาถึงประเทศไทยอย่างเป็นทางการกับ สาขาแรกและสาขาเดียวในประเทศไทยที่ Central Chidlom
พื้นที่ของร้านยังคงถ่ายทอด DNA ของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นงานตกแต่งสไตล์ฝรั่งเศส บรรจุภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ บริการ Personalisation และคอลเลกชันผลิตภัณฑ์ยอดนิยมจากปารีส สำหรับคนที่เคยรู้จักแบรนด์จากเกียวโต โตเกียว โกเบ ปารีส หรือฮ่องกง สาขาชิดลมคือโอกาสที่ใกล้ที่สุดในการกลับไปสัมผัสโลกของ Buly อีกครั้ง
และสำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้จัก Officine Universelle Buly 1803 มาก่อน นี่อาจเป็นหนึ่งในร้านที่ทำให้เข้าใจว่า บางครั้งแบรนด์ความงามไม่ได้ขายเพียงน้ำหอมหรือสกินแคร์ แต่กำลังเล่าเรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นในกรุงปารีสเมื่อกว่า 200 ปีก่อน และยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้.

Pâte de Savon ไอเท็มพกพาใหม่ล่าสุดจาก Officine Universelle Buly ที่สายเดินทางต้องมีติดกระเป๋า
เวลาออกเดินทางไปสำรวจสเปซใหม่ๆ สิ่งหนึ่งที่เฟิร์สให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของกลิ่นหอมและสุขอนามัยครับ การได้ล้างมือหรืออาบน้ำด้วยกลิ่นที่สะท้อนตัวตน มันช่วยรีเฟรชความรู้สึกระหว่างทริปและปรับจังหวะการเดินทางของเราให้ผ่อนคลายขึ้นได้ดีมากๆ เฟิร์สเลยอยากมาแนะนำโปรดักส์ใหม่ที่เพิ่งเข้าช็อปไทยสดๆ ร้อนๆ และตอบโจทย์สายเดินทางอย่างเราสุดๆ นั่นคือ Pâte de Savon (ITS TRAVEL SOAP) จากแบรนด์สกินแคร์และน้ำหอมสุดคราฟต์อย่าง Officine Universelle Buly ครับ
Pâte de Savon คือสบู่เนื้อบาล์มสีสันสดใสที่รวบรวมเอาศาสตร์แห่งการทำความสะอาดและศิลปะแห่งน้ำหอมมาไว้ในหลอดเดียวครับ เขาออกแบบมาเพื่อนักเดินทางโดยเฉพาะ ด้วยขนาดที่พกพาสะดวก หยิบใส่กระเป๋าถือหรือกระเป๋าเครื่องสำอางได้สบายๆ
ดีเทลที่เฟิร์สชอบมากๆ คือแพ็กเกจจิ้งที่ยังคงความคลาสสิกของแบรนด์เอาไว้ โดยเฉพาะฝาปิดโรบิเน็ตที่ได้แรงบันดาลใจมาจากก๊อกน้ำโบราณ แค่วางตั้งไว้ข้างอ่างล้างหน้าก็ดูเท่แล้วครับ นอกจากดีไซน์จะสวย ตัวสบู่ยังมาพร้อมส่วนผสมจากธรรมชาติมากกว่า 80% และมีปริมาณน้ำเพียงเล็กน้อย ผสานสารลดแรงตึงผิวที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจดและอ่อนโยน โดยที่ผิวมือและผิวกายยังคงความนุ่มชุ่มชื้น เหมาะกับทุกสภาพผิวเลยครับ
The Fantastic Four: 4 กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์
สบู่พกพาคอลเลกชันนี้ นำเสนอเกมแห่งสีสันและกลิ่นหอม 4 สไตล์ให้เราเลือกหยิบไปใช้ตามมู้ดของการเดินทางครับ (มาในขนาด 75 มล. ราคา 1,990 บาททุกกลิ่น)
Mexican Tuberose ใครที่ชอบความหรูหราเย้ายวนต้องกลิ่นนี้ครับ เขาโดดเด่นด้วยกลิ่นราชินีแห่งดอกไม้สีขาวอย่างดอกซ่อนกลิ่น เติมมิติด้วยความเผ็ดอุ่นของกานพลู และความนุ่มละมุนติดผิวของวานิลลา ให้ฟีลเหมือนกำลังเดินเล่นในสวนเปอร์เซโพลิสท่ามกลางความเย็นของราตรี เป็นกลิ่นที่ดูอบอุ่นและน่าค้นหาครับ
Madagascar Amber กลิ่นนี้จะมีความสดใสและเปล่งประกายขึ้นมาหน่อย เป็นการผสมผสานดอกมะลิ ส้มแมนดาริน และแอมเบอร์ ให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มลึก ราวกับกลิ่นหอมจากสวรรค์ ชวนให้นึกถึงแสงอาทิตย์สีทองในฤดูร้อนที่ตกกระทบป่าฝนแห่งเกาะมาดากัสการ์
Maltese Iris กลิ่นที่ให้ความรู้สึกสะอาดและสง่างามอย่างมีระดับ ตัวนี้จะเปิดด้วยความสดชื่นของตะไคร้และดอกส้ม ตามด้วยความนุ่มแบบแป้งหรูๆ (Powdery) ของไอริส ปิดท้ายด้วยมิติความเอิร์ธตี้ของแพทชูลีและกำยาน เป็นกลิ่นฟลอรัลวู้ดดี้ที่เท่และลงตัวมากครับ
Eritrean Myrrh กลิ่นนี้จะมีความลึกลับและสง่างาม เป็นการผสานกันของมดยอบ ดอกซ่อนกลิ่น แมกโนเลีย มะลิ และกุหลาบ เติมประกายความสดชื่นเบาๆ ด้วยเบอร์กามอต เหมาะกับคนที่หลงใหลในกลิ่นฟลอรัลที่ผสานความเรซินและเครื่องเทศอย่างละเมียดละไม
ศิลปะแห่งการล้างมือ (A Handy Guide to Lustrous Hands)
ทาง Buly เขาไม่ได้แค่ทำสบู่ออกมานะครับ แต่ยังแชร์สเต็ปการดูแลมือให้สวยนุ่มน่าสัมผัสมาฝากด้วย เฟิร์สสรุปขั้นตอนง่ายๆ มาให้เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันกันครับ
ควรถอดแหวนและเครื่องประดับออกก่อน และใช้เวลาล้างมืออย่างน้อย 40 วินาที ถึงสูงสุด 3 นาที
ล้างมือด้วยน้ำสะอาดที่อุณหภูมิไม่เกิน 37 องศาเซลเซียส
บีบสบู่ Pâte de Savon ถูให้เกิดฟอง ถูฝ่ามือเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ถูหลังมือเป็นวงกลม และถูบริเวณขอบเล็บเข้าหาครึ่งวงกลมด้านนอก
ระหว่างที่ปลายนิ้วประสานกัน ลองหยุดพักเพื่อเพลิดเพลินไปกับกลิ่นหอมที่ลอยขึ้นมาสักครู่ครับ
ล้างออกด้วยน้ำอุ่น เช็ดให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ และแนะนำให้ใช้ข้อศอกปิดก๊อกน้ำ เพื่อไม่ให้มือที่เพิ่งล้างสะอาดต้องกลับไปสัมผัสสิ่งอื่นอีก
เหมือนที่ Montesquieu เคยกล่าวไว้ว่า "Cleanliness reflects the purity of the soul." การใส่ใจดีเทลเล็กๆ น้อยๆ อย่างการทำความสะอาดร่างกาย ก็เป็นการเพิ่มความรื่นรมย์ให้กับการใช้ชีวิตครับ








































Comments