The Living Craft: เมื่อ Danish Modern มาพบกับงานทอมือแบบไทยที่ CHANINTR CRAFT


เมื่อพูดถึงงานคราฟต์ เรามักนึกถึงสิ่งของที่สร้างขึ้นด้วยมือ แต่หลังจากได้ลองจับเส้นใย ขึงน้ำหนัก และค่อย ๆ สอดแต่ละเส้นลงบนโครงเก้าอี้ด้วยตัวเอง เรากลับรู้สึกว่า งานคราฟต์ไม่ได้หมายถึงวิธีการผลิตเพียงอย่างเดียว หากยังเป็นเรื่องของเวลา ความแม่นยำ และความสัมพันธ์ระหว่างมือของผู้ทำกับวัสดุที่อยู่ตรงหน้า
ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นที่ The Living Craft: A Carl Hansen & Søn Experience นิทรรศการซึ่ง CHANINTR CRAFT นำงานออกแบบของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์เดนมาร์ก Carl Hansen & Søn มาพบกับงานทอมือของ NORAPAO ผ่านเก้าอี้สองรุ่นสำคัญของ Hans J. Wegner ได้แก่ CH23 และ CH24 Wishbone Chair
เมื่อแรกเห็น เราอาจคิดว่านี่คือการนำเฟอร์นิเจอร์คลาสสิกมาจัดวางในพื้นที่สวย ๆ แต่เมื่อค่อย ๆ มองรายละเอียดและได้สัมผัสกระบวนการจริง นิทรรศการกลับเผยให้เห็นบทสนทนาที่น่าสนใจระหว่างงานออกแบบต่างวัฒนธรรม ซึ่งมีจุดร่วมอยู่ที่ความซื่อตรงต่อวัสดุ ฝีมือของช่าง และความเชื่อว่าสิ่งของในชีวิตประจำวันสามารถอยู่กับเราได้นานกว่ากระแสของเวลา

Living Craft งานคราฟต์ที่ยังมีชีวิต
ชื่อ The Living Craft ทำให้เรานึกถึงงานฝีมือในฐานะสิ่งที่ยังคงเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง และเติบโตไปตามผู้คนที่เข้ามาสานต่อ หลายครั้งงานดีไซน์ระดับไอคอนิกถูกวางไว้ในสถานะที่เกือบแตะต้องไม่ได้ เราจดจำรูปทรง รู้จักชื่อผู้ออกแบบ และมองเห็นมันซ้ำแล้วซ้ำอีกในหนังสือหรือภาพถ่าย แต่ภายในนิทรรศการครั้งนี้ เก้าอี้ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะผลงานจากอดีตเพียงอย่างเดียว
CH23 และ CH24 Wishbone Chair ถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการทดลองร่วมกับเส้นใย พื้นผิว และเทคนิคการทอร่วมสมัย เก้าอี้แต่ละตัวยังคงรักษาภาษาการออกแบบดั้งเดิมเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ได้รับรายละเอียดใหม่ ซึ่งทำให้เรากลับมามองรูปทรงที่คุ้นเคยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่การพยายามเปลี่ยนเก้าอี้ให้กลายเป็นสิ่งอื่น แต่อยู่ที่การเติมเสียงของงานคราฟต์ไทยเข้าไปอย่างพอดี โดยไม่ทำให้ตัวตนของผลงานเดิมหายไป

จากปี 1949 สู่เก้าอี้ที่กลายเป็นภาพจำของ Danish Modern
ความร่วมมือระหว่าง Hans J. Wegner และ Carl Hansen & Søn เริ่มต้นขึ้นในปี 1949 และนำไปสู่เก้าอี้ชุดแรกที่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของ Danish Modern
CH24 Wishbone Chair เป็นเก้าอี้รุ่นแรกที่ Wegner ออกแบบให้ Carl Hansen & Søn โดยเฉพาะในปี 1949 ก่อนเริ่มผลิตในปี 1950 ส่วน CH23 เปิดตัวครั้งแรกในปี 1950 และถูกนำกลับมาผลิตอีกครั้งในปี 2017
CH23 อาจดูเรียบในครั้งแรก แต่เมื่อเข้าไปมองใกล้ ๆ จะพบรายละเอียดที่ผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบ ตั้งแต่ปุ่มไม้รูปกากบาทบริเวณพนักพิง ที่นั่งแบบ double-woven ไปจนถึงแนวโค้งของขาหลังที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับโครงสร้าง
ส่วน CH24 ซึ่งคนส่วนใหญ่รู้จักในชื่อ Wishbone Chair มีภาพจำชัดเจนจากพนักพิงรูปตัว Y เส้นโค้งต่อเนื่องของโครงไม้ และที่นั่งสานด้วยมือ การผลิตเก้าอี้หนึ่งตัวประกอบด้วยขั้นตอนมากกว่า 100 ขั้นตอน โดยเฉพาะส่วนที่นั่งซึ่งใช้ paper cord ราว 120 เมตร และช่างผู้ชำนาญต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการสาน เมื่อรู้รายละเอียดเหล่านี้ เก้าอี้ที่เคยมองเห็นเป็นรูปทรงเดียวก็เริ่มเผยให้เห็นชั้นของเวลาและแรงงานอยู่ภายใน


เมื่อ Wegner มาพบกับ NORAPAO
สำหรับผลงานที่นำเสนอใน The Living Craft ทาง NORAPAO ได้นำภาษาของงานทอมือเข้ามาตีความพื้นผิวของ CH23 และ CH24 ขึ้นใหม่ ผ่านเส้นใย hemp-cotton และชุดสีธรรมชาติอย่าง Beige และ Dark Brown
NORAPAO คือ textile studio ที่ก่อตั้งโดย Tetsuya Onuki และดีไซเนอร์ Miya Onuki สตูดิโอทำงานกับสิ่งทอย้อมสีธรรมชาติและงานทอมือ โดยร่วมงานกับช่างฝีมือในภาคเหนือของประเทศไทย รวมถึงเชียงใหม่ ตลอดจนใช้เส้นใยจากธรรมชาติอย่างไหม ฝ้าย และเฮมพ์ในการสร้างสรรค์ผลงาน
สำหรับเรา ผลงานชุดนี้เผยให้เห็นบทสนทนาระหว่างความเที่ยงตรงแบบ Nordic ความสงบเรียบง่ายที่ชวนให้นึกถึงงานออกแบบญี่ปุ่น และร่องรอยจากมือของช่างทอไทย ภาษาการออกแบบทั้งสามอาจมีที่มาต่างกัน แต่เชื่อมโยงกันด้วยความเคารพต่อธรรมชาติ ความซื่อตรงต่อวัสดุ และความเชื่อว่าสิ่งของในชีวิตประจำวันควรมีทั้งประโยชน์ใช้สอยและความงาม
ผลลัพธ์ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนการเพิ่มงานตกแต่งลงบนเก้าอี้ พื้นผิวใหม่กลับทำให้โครงไม้ดูอ่อนโยนขึ้น ขณะที่น้ำหนักของสีและเส้นใยช่วยเชื่อมงานออกแบบเดนมาร์กเข้ากับสัมผัสที่เป็นธรรมชาติของงานหัตถกรรมในเอเชีย รูปทรงของเก้าอี้ยังคงชัดเจนโครงสร้างยังทำหน้าที่อย่างซื่อตรงขณะที่งานทอค่อย ๆ เติมความอบอุ่นและร่องรอยจากมือของมนุษย์เข้าไป
ความงามที่ต้องลองสัมผัสด้วยมือ
หนึ่งในช่วงเวลาที่เราชอบที่สุดของงาน คือการได้ลองสานเก้าอี้ CH23 ด้วยตัวเอง ภายใต้คำแนะนำของช่างจาก NORAPAO
ก่อนหน้านี้ เราเคยมองงานสานบนเก้าอี้เป็นเพียงพื้นผิวหนึ่งของเฟอร์นิเจอร์ อาจสังเกตว่าสีสวยไหม ลายละเอียดแค่ไหน หรือนั่งแล้วให้ความรู้สึกอย่างไร แต่เมื่อได้จับเส้นใย ขึงน้ำหนัก และค่อย ๆ สอดแต่ละเส้นลงบนโครงเก้าอี้จริง ๆ เราจึงเริ่มเข้าใจว่า ความเรียบง่ายที่เห็นนั้นเกิดจากรายละเอียดเล็ก ๆ จำนวนมาก
แรงดึงต้องพอดีจังหวะของมือจะเร็วเกินไปไม่ได้และทุกเส้นต้องสัมพันธ์กับเส้นก่อนหน้า
เพียงลองทำไปไม่กี่ช่วง เราก็เริ่มเห็นความแตกต่างระหว่างคำว่า “ทำด้วยมือ” กับ “ชำนาญด้วยมือ” ชัดขึ้นทันที เพราะสิ่งที่ดูเหมือนการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ กลับต้องอาศัยทั้งสมาธิ ความแม่นยำ และความคุ้นเคยกับธรรมชาติของวัสดุ
ตอนที่มองช่างทำ ทุกอย่างดูต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติจนเราเกือบลืมไปว่า เบื้องหลังจังหวะที่นิ่งนั้นคือทักษะที่สะสมมาเป็นเวลานาน แต่เมื่อถึงคราวที่เราได้ลองทำเอง แม้เพียงส่วนเล็ก ๆ ก็รู้ทันทีว่าเส้นใยแต่ละเส้นไม่ได้วางลงไปแบบไหนก็ได้ น้ำหนักมือที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยสามารถเปลี่ยนทั้งความตึง ระยะห่าง และความสม่ำเสมอของพื้นผิวได้
ประสบการณ์สั้น ๆ ครั้งนี้ทำให้เรากลับไปมอง CH23 และ CH24 ต่างจากเดิม เราไม่ได้เห็นเพียงรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hans J. Wegner แต่เริ่มมองเห็นเวลา ความรู้ และร่องรอยของมือที่ค่อย ๆ ประกอบขึ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์หนึ่งตัว นี่อาจเป็นสิ่งที่ชื่อ The Living Craft ต้องการบอกกับเรา
งานคราฟต์ไม่ได้มีชีวิตเพียงเพราะยังมีคนทำต่อ แต่มีชีวิตเพราะความรู้ถูกส่งจากมือหนึ่งไปสู่อีกมือหนึ่ง ผ่านการมอง การลองทำ และการเริ่มเข้าใจว่า ความงามบางอย่างไม่สามารถเร่งให้เกิดขึ้นได้
หลังจากวางเส้นใยลงและมองกลับไปยังส่วนเล็ก ๆ ที่เราได้ลองสาน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความภูมิใจว่าได้สร้างอะไรสำเร็จ แต่เป็นความเคารพต่อคนที่ทำสิ่งนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนทักษะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
และนั่นทำให้เราเข้าใจคำว่า craftsmanship ชัดขึ้นกว่าการอ่านคำอธิบายใด ๆ

กว่าหนึ่งศตวรรษของงานช่างที่ยังเดินหน้าต่อ
เรื่องราวของ Carl Hansen & Søn เริ่มต้นขึ้นในปี 1908 จากเวิร์กช็อปขนาดเล็กของ Carl Hansen ก่อนจะเติบโตเป็นหนึ่งในแบรนด์เฟอร์นิเจอร์เดนมาร์กที่มีบทบาทสำคัญต่อการสืบทอดมรดกของ Danish Modern
นับจากจุดเริ่มต้น แบรนด์ยังคงให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า passionate craftsmanship หรือความมุ่งมั่นในงานช่าง ซึ่งปรากฏอยู่ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัสดุ การขึ้นรูป การเข้าโครง ไปจนถึงรายละเอียดของงานสาน
ความน่าสนใจของงานออกแบบที่อยู่เหนือกาลเวลา ไม่ได้หมายความว่างานชิ้นนั้นต้องหยุดอยู่ในรูปแบบเดิมเสมอไป ตรงกันข้าม งานคลาสสิกยังสามารถเปิดพื้นที่ให้ผู้คนต่างยุค ต่างทักษะ และต่างวัฒนธรรมเข้ามาสนทนาด้วยได้ โดยไม่สูญเสียสาระสำคัญของต้นฉบับ The Living Craft คือหนึ่งในบทสนทนาเหล่านั้น เป็นบทสนทนาที่ไม่ได้เกิดขึ้นผ่านคำพูด แต่ผ่านโครงไม้ เส้นใย น้ำหนักมือ และเวลาที่ใช้สร้างสิ่งของแต่ละชิ้นขึ้นมา

สิ่งที่เราได้กลับมาจาก The Living Craft
ก่อนมาที่งาน เรารู้จัก Wishbone Chair ในฐานะงานออกแบบที่พบเห็นได้บ่อย และคิดว่าคงคุ้นเคยกับเก้าอี้ตัวนี้ดีพอแล้ว
แต่เมื่อได้ลองสานด้วยตัวเอง ความคุ้นเคยนั้นกลับเปลี่ยนไป เราเริ่มมองเห็นรายละเอียดที่เคยมองข้ามเห็นความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ามือกับเส้นใยเห็นเหตุผลที่งานบางชิ้นต้องใช้เวลาและเข้าใจมากขึ้นว่า เหตุใดเฟอร์นิเจอร์ที่ดีจึงสามารถอยู่กับผู้คนได้นานกว่ากระแสของฤดูกาล The Living Craft ไม่ได้ชวนให้เรากลับไปชื่นชมอดีตเพียงอย่างเดียว แต่ชวนคิดต่อว่า งานฝีมือจะเดินทางไปสู่อนาคตได้อย่างไร โดยยังรักษาความรู้ ความชำนาญ และความเป็นมนุษย์เอาไว้
บางที คุณค่าของงานคราฟต์อาจไม่ได้อยู่เพียงในความเนี้ยบของชิ้นงานที่เสร็จแล้ว แต่อยู่ในร่องรอยของกระบวนการอยู่ในความแตกต่างเล็ก ๆ ของแต่ละชิ้นและอยู่ในความรู้สึกที่เกิดขึ้น เมื่อเรารู้ว่ามีใครบางคนใช้เวลา ความรู้ และความตั้งใจสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาด้วยมือจริง ๆ
Hoparound.co Notes
About Carl Hansen & Søn
Carl Hansen & Søn คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์เดนมาร์กที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1908 มีบทบาทสำคัญในการผลิตและสืบทอดผลงานของนักออกแบบยุค Danish Modern โดยเฉพาะผลงานของ Hans J. Wegner แบรนด์ให้ความสำคัญกับการผสมผสานเทคนิคงานช่างแบบดั้งเดิมเข้ากับกระบวนการผลิตสมัยใหม่ โดยยังคงยึดวัสดุ คุณภาพ และอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์เป็นหัวใจสำคัญ
About NORAPAO
NORAPAO คือ textile studio ที่ก่อตั้งโดย Tetsuya Onuki และ Miya Onuki ทำงานกับสิ่งทอย้อมสีธรรมชาติและงานทอมือร่วมกับช่างฝีมือในภาคเหนือของประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับเส้นใยธรรมชาติ ภูมิปัญญาดั้งเดิม และการพัฒนาทักษะเหล่านั้นให้เดินทางต่อไปสู่คนรุ่นใหม่
About CHANINTR
CHANINTR ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 1994 และดำเนินงานด้านเฟอร์นิเจอร์และการออกแบบภายในระดับลักชัวรี โดยคัดสรรแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากนานาชาติ อาทิ bulthaup, Liaigre, MillerKnoll และ Minotti
About CHANINTR CRAFT
CHANINTR CRAFT คือพื้นที่ภายใต้ CHANINTR ที่ให้ความสำคัญกับงานออกแบบร่วมสมัย งานฝีมือ วัสดุ และคุณค่าของกระบวนการผลิต ผ่านการคัดสรรเฟอร์นิเจอร์และแบรนด์ที่มีจุดร่วมด้าน craftsmanship และการออกแบบที่สามารถอยู่เหนือกาลเวลา

CHANINTR CRAFT
Address: 924 Sukhumvit 55 (Thong Lo), Khlong Tan Nuea, Watthana, Bangkok 10110, Thailand
Time: Monday – Sunday, 10:00 - 19:00
Tel: +662 059 7750
E-mail: info@chanintr.com
Website: www.chanintr.com






























Comments