top of page
เว็ปท่องเที่ยว รีวิว เที่ยวต่างประเทศ รีวิวโรงแรม Hoparound.co Luxury hotel Review Thai Travel Blogger
เว็ปท่องเที่ยว รีวิว เที่ยวต่างประเทศ รีวิวโรงแรม Hoparound.co Luxury hotel Review Thai Travel Blogger
เว็ปท่องเที่ยว รีวิว เที่ยวต่างประเทศ รีวิวโรงแรม Hoparound.co Luxury hotel Review Thai Travel Blogger

Search Results

128 results found with an empty search

  • TWA Hotel หนึ่งในโรงแรมดีไซน์ที่คาแรคเตอร์ชัดที่สุดในโลก

    ©︎Stonehill Taylor TWA Hotel หนึ่งในโรงแรมดีไซน์ที่คาแรคเตอร์ชัดที่สุดในโลก ธีมการบินวินเทจโดดเด้งกระแทกตามาแต่ไกล เพราะดัดแปลงจากอาคารที่เคยเป็นศูนย์การบินของ Trans World Airlines สายการบินที่เคยรุ่งโรจน์สุดๆแต่ปัจจุบันเลิกกิจการไปแล้วที่สนามบิน JFK ในนิวยอร์ค ยังไม่พออาคารแห่งนี้ยังเป็นผลงานของสถาปนิกในตำนานอย่าง Eero Saarinen ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1962 ที่นี่จึงอบอวลไปด้วยกลิ่นไอความชิคคูลแห่งยุค 60s โดยเนื้อแท้แบบไม่ต้องพยายามใดๆ เริ่มต้นเพียงคืนละ 3,4XX บาทเท่านั้น!! . Location: https://g.page/twahotel?share ©︎Stonehill Taylor ©︎Stonehill Taylor ‘CONNIE COCKTAIL LOUNGE’ AT THE TWA HOTEL Interior design by Stonehill Taylor Stonehill Taylor บริษัทด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายในชั้นนำของนิวยอร์กได้เปลี่ยนเครื่องบิน Lockheed Constellation L-1649A Starliner L-1649A Starliner ขนาด 116 ฟุตในช่วงกลางศตวรรษที่ไม่เหมือนใคร (หนึ่งในสี่ที่ยังมีเหลืออยู่บนโลก) ให้กลายเป็นบาร์ค็อกเทลสุดฮิปที่ชวนให้นึกถึง TWA Hotel ซึ่งเป็นการบูรณะศูนย์การบิน TWA ที่มีชื่อเสียงของ Eero Saarinen ซึ่งสร้างเสร็จในปี 2505 ที่สนามบิน JFK ในนิวยอร์ก เครื่องบินลำนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2501 ปัจจุบันตั้งอยู่กลางแจ้งระหว่างล็อบบี้และอาคารผู้โดยสาร 5 ที่ทันสมัยของสนามบิน Stonehill Taylor ซึ่งเป็นหัวเรือหลักในการออกแบบตกแต่งภายในกับประสบการณ์ของแขกร่วมสมัยพร้อมรายละเอียดการออกแบบที่ทำให้นึกถึงเสน่ห์ของการเดินทางทางอากาศในปี 1960 และความมหัศจรรย์ของอุตสาหกรรมการบิน การออกแบบของ Connie สะท้อนให้เห็นถึงการตกแต่งภายในที่เสร็จสมบูรณ์สำหรับล็อบบี้และห้องพักของโรงแรมทำให้สัมผัสสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบสำหรับจุดหมายปลายทางระดับโลก เมื่อขึ้นบันได ผู้เข้าพักจะเข้าสู่เครื่องบินผ่านช่องทางเดินหน้าซึ่งมาถึงด้านหลังห้องนักบินของนักบิน เมื่อเข้าไปข้างในห้องโดยสารหลักซึ่งสะท้อนการออกแบบ “ท่อ” ที่เป็นที่รู้จักของ TWA Flight Center พร้อมเพดานเรืองแสงที่นุ่มนวลและพรม Eero Saarinen “Chili Pepper Red” ที่อยู่บนพื้น ©︎Stonehill Taylor การทำงานภายใต้พื้นที่แคบสุดจำกัด ที่มีเพดานต่ำ คือความท้าทายหลักให้ทีมค้นหาวิธีเปิดพื้นที่ให้มองเห็นได้: เพื่อให้ได้ภาพลวงตานี้การวิ่งเกือบเต็มเส้นรอบวงของห้องโดยสารที่ท้องของมันคือการ “เปิดช่องด้านหลัง” กว้างหนึ่งฟุต ที่เปิดเผยโครงสร้างดิบของเครื่องบิน แถบด้านหลังที่หุ้มแยกห้องนั่งเล่นออกจากฉากหลังที่ทำด้วยเหล็กขัดเงาซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากทั้งลำตัวเครื่องบินและลิฟต์ Saarinen’s Gateway Arch ในเมืองเซนต์หลุยส์ บางครั้งรูปแบบที่บ่งบอกถึงยุคสมัยมากที่สุดก็คือที่นั่งบนเครื่องบินแบบดั้งเดิมที่ได้รับการตกแต่งใหม่ทั้งหมด 16 ที่นั่งในพาเลทลายสก๊อตสีชมพูส้มแดงและเบจ ที่นั่งสะเปะสะปะเพิ่มเติมพยักหน้าให้กับรูปแบบดั้งเดิมของ TWA Commodore Club ซึ่งมีที่นั่งจัดเลี้ยงสีแดงพริกพริกไทยพร้อมที่วางเครื่องดื่มแบบพับเก็บได้โต๊ะและเก้าอี้นั่งของ Saarinen ผู้เข้าพักสามารถถ่ายภาพช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบโดยมองออกไปทางด้านหน้าของห้องโดยสารผ่านหน้าต่าง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้เพื่อนำทางเครื่องบินด้วยแสงดาวในเที่ยวบินข้ามคืน ทีมออกแบบได้รับแรงบันดาลใจคือการติดตั้งภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาด 8 คูณ 4 ฟุตสองชิ้นโดย ศิลปิน Mario Zamparelli ต้นฉบับซึ่งแสดงโมเดลในจุดหมายปลายทางจาก กรุงเทพฯ ถึง บอสตัน เรียงราย Starlight Lounge บนเครื่องบินซึ่งเป็นจุดเด่นก่อนอาหารค่ำสำหรับเครื่องดื่มค็อกเทลในยุค 60 ©︎Stonehill Taylor Credit photos ©︎TWA Hotel, Eric Laignel, David Mitchell, Stonehill Taylor . #LetsHoparound #LetsHoparoundUSA #InspiringStuff #TWAHotel

  • Majimaya ร้านขายอุปกรณ์ทำเบเกอรี่ใจกลางกรุงโตเกียว

    นี่อาจจะเป็นร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ที่เท่ที่สุดในโลกก็ได้นะ แต่ใครจะรู้ว่าร้าน Majiyama บนถนน Kappabashi ในกรุงโตเกียวแห่งนี้มีอายุกว่า 75 ปีแล้ว! ร้านอยู่มาได้ยาวนานขนาดนี้คงต้องปรับเปลี่ยนพัฒนาให้ทันยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Molds of happiness” หรือ “แม่พิมพ์แห่งความสุข” เหล่าบรรดานักอบเบเกอรี่ต้องตกหลุมรักร้านนี้อย่างแน่นอนนนนน! ร้านมาจิมายะอายุเกือบ 75 ปีสำหรับอุปกรณ์ทำขนมและเบเกอรี่ในโตเกียว ตั้งอยู่บนอาร์เคดความยาว 800 เมตรที่รู้จักกันในชื่อ Kappabashi Tool Street ล้อมรอบไปด้วยร้านค้าเฉพาะประมาณ 170 ร้านที่จำหน่ายอุปกรณ์ในครัวและอื่นๆอีกหลายอย่าง Majimaya ขายเครื่องมือทั่วโลกแม้ว่าจะมีข้อเสนอพิเศษอย่างหนึ่งนั่นคือแม่พิมพ์ไม้ที่สร้างโดยช่างฝีมือผู้ล่วงลับ Hitoshi Ohgawara ที่ร้านเป็นวัตถุดิบมากว่า 60 ปี เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและผู้ผลิตของพวกเขาสำนักงานออกแบบสถาปัตยกรรม Kamitopen ได้ดำเนินการออกแบบร้านค้าใหม่ที่มีแม่พิมพ์ประเภทต่างๆกว่า 3,000 แบบ Kappabashi Tool Street มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2455 เมื่อกลุ่มพ่อค้าเครื่องมือและนักโบราณวัตถุตัดสินใจตั้งร้านค้าในพื้นที่นี้ Majimaya ตั้งอยู่ในร้านหัวมุมห่างจาก Asakusa Higashi Hongan-ji Temple ซึ่งเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นโดยใช้เวลาเดินเพียงไม่นาน Facade ด้านหน้าอาคารหล่อขึ้นจากเหล็กผุกร่อนสีแดงแกมส้มซึ่งเลือกโดยนักออกแบบเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานและทนทาน Kamitopen ได้รับมอบหมายให้เปลี่ยนพื้นที่ 52 ตร.ม. ให้เป็นหนึ่งเดียวซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถมองเห็นแม่พิมพ์ทั้งหมดได้อย่างชัดเจนและเพิ่มความคล่องตัวให้กับพนักงาน เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์การช็อปปิ้งให้เป็นแบบสบายตัวมากขึ้นสำหรับลูกค้า นักออกแบบจึงเลือกใช้พื้นที่ต่างระดับที่เชื่อมต่อกัน การแสดงแม่พิมพ์ถูกนำไปใช้กับบันไดหนีไฟและรั้วป้องกันตรงกลางอาคารเพื่อตอบสนองต่อพื้นที่ที่จำกัด แม่พิมพ์ขนมแต่ละชิ้นที่จัดแสดงจะเชื่อมโยงกับกล่องดีบุกที่มีหมายเลขกำกับหนึ่งในจำนวน 3,000 กล่องซึ่งลูกค้าสามารถเลือกและนำไปให้พนักงานจากนั้นผลิตภัณฑ์จะถูกนำออกจากสต๊อกอย่างง่ายดาย Location: Credits: Project location: 2-5-4, asakusa.taito-ku.Tokyo, Japan Site Area: 69.38㎡ Built Area: 52.49㎡ Total Floor area: 198.71㎡ Floors: BF1+4F Project architect: KAMITOPEN Architecture-Design Office Co., Ltd. Construction: EIKEN Photo credits: Keisuke miyamoto - FB/IG: @hoparound.co Youtube: hoparound.co Website:www.hoparound.co - #LetsHoparound #Tokyo #LetsHoparoundTokyo #KAMITOPEN #Bakery #Kappabashi #โตเกียว #ร้านขายอุปกรณ์ทำเบเกอรี่

  • Floragatan 13 ฐานทัพแห่งพลังสร้างสรรค์ใหม่ของ Acne Studios

    Floragatan 13 ฐานทัพแห่งพลังสร้างสรรค์ใหม่ของ Acne Studios (แอคเน่สตูดิโอ) เสื้อผ้าอาร์ทๆสีสดใส กางเกงยีนส์ทรงเก๋ ถุงสีชมพูพาสเทล และน้องสี่เหลี่ยมหน้านิ่งที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของความฮิปขั้นสุดในหมู่ชาวครีเอทีฟนั้น ล้วนต้องมีสถานที่บ่มเพาะให้เกิดขึ้น ก่อนช่วงโควิดแพร่ระบาดเมื่อปลายปีที่แล้ว Acne Studios ได้ฤกษ์ย้ายฐานทัพเข้าไปในบ้านหลังใหม่บนถนน Floragatan กรุง Stockholm วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไป #hop ดูพลังสร้างสรรค์ที่ไหลเวียนอยู่ในโปรเจ็คท์ Floragatan 13 สำนักงานใหญ่หลังใหม่ของพวกเขา พร้อมกับเล่าเรื่องราวและเกร็ดข้อมูลที่โคตรน่าสนใจของสตูดิโอสิวเขรอะแห่งนี้ให้ฟังกัน จากแบรนด์ที่เริ่มต้นมาจากการเป็นเอเจนซี่โฆษณาและดีไซน์ จู่ๆก็หันทำกางเกงยีนส์พรีเมี่ยมทรงสวย 100 ตัวออกมาแจกเหล่าบรรดา creative ในกรุงสต็อคโฮม แล้วหลังจากนั้นไม่นาน Acne Studios ก็กลายมาเป็นแบรนด์แฟชั่น cult ท่ีมีสาวกอยู่ทั่วโลก (เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน) การที่แบรนด์เลือกเปิดตัวด้วยไอเท่มคลาสสิคอย่างเดนิม โดยเจาะเข้าไปในกลุ่มนักสร้างสรรค์ชั้นนำของเมือง เพื่อปูทางเข้าสู่ตลาดพรีเมี่ยมเดนิมที่ ณ เวลานั้นถือเป็นเขตแดนที่ยังไม่ค่อยมีแบรนด์ไหนเข้ามาสำรวจและยึดครอง ถือเป็นก้าวแรกที่กล้าหาญและชาญฉลาด และทุกวันนี้ Acne Studios ก็ได้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดพรีเมี่ยมเดนิมไปเรียบร้อยแล้ว ACNE นั้นย่อมาจาก “Ambition to Create Novel Expression” ดูเหมือนว่าตั้งแต่แรกเริ่ม เรื่องราวของ Acne Studios นั้นเต็มไปด้วยความขบถที่ฉีกวิถีเดิมๆของวงการแฟชั่นครั้งแล้วครั้งเล่า จนฝังเข้าไปเป็น DNA ของแบรนด์ สมกับที่คำว่า ACNE นั้นย่อมาจาก “Ambition to Create Novel Expression” ซึ่งแปลว่า ความทะเยอทะยานที่จะสรรค์สร้างการแสดงออกใหม่ๆไม่ซ้ำใคร ว่ากันว่าช่วงแรกๆนั้นแบรนด์ก็ต้องผจญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องของการเลือกชื่อ (คนปกติที่ไหนจะเลือกชื่อ “สตูติโอสิวเขรอะ” มาเป็นชื่อเสื้อผ้าไฮเอนด์) ซ้ำยังเลือกใช้สีชมพูที่ก่อนหน้านี้คนมักจะมองว่าเป็นสีน่าเกลียดและดูไม่แพงในวงการแฟชั่น ไปจนถึงการเลือกทำเลที่มักจะหลบมุมหรือไม่ก็ซ่อนอยู่ในซอยย่อยๆที่แยกออกจากถนนหลักอีกที แต่ที่แน่ๆก็คืองานดีไซน์หน้าร้านทุกสาขาของ Acne นั้นสวยเฉียบและมีคาแร็คเตอร์ดึงดูดสายตา ยากที่จะมองผ่านไปเฉยๆโดยไม่หันมามอง และเวลาก็ได้เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าความซื่อสัตย์ต่อตัวตนของแบรนด์นั้นทำให้ Acne Studios ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในใจกลุ่มแฟนๆทั่วทุกมุมโลกอย่างเหนียวแน่น วันนี้ Acne กลายเป็นจุดกลมกล่อมของคำว่า แฟชั่น ศิลปะ และคัลเจอร์แห่งการแสดงออกของตัวตนที่สรรค์สร้างและแตกต่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่น้อยแบรนด์จะทำได้สำเร็จ แม้แต่สีชมพู Acne ที่เคยเป็นที่รังเกียจก็กลายเป็น signature ของแบรนด์ที่ลูกค้าต้องการ และภูมิใจเมื่อได้ถือถุงสีชมพูเดินอวดผู้คนเล่นขณะช็อปปิ้ง นอกจากสีชมพูที่เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของสตูดิโอสิวเขรอะแล้ว รูปใบหน้า straight face สี่เหลี่ยม ก็เป็นอีกไอค่อนสำคัญของ Acne Studios ความเป็นมาของน้องหน้านิ่งนี้เรียบง่ายกว่าที่คิด อยากรู้แล้วใช่ม้าาา อ่ะ! เล่าเลยละกัน ในคอลเล็กชั่น FW2017 ทางแบรนด์ได้ทำแคมเปญเกี่ยว modern family ขึ้นมา Jonny Johansson ผู้ก่อตั้งและ Creative Director ของแบรนด์จึงได้นึกถึงภาพคนสวีดิชทั่วๆไปที่มักจะทำหน้าเฉยๆกลางๆ ไม่ได้ยิ้มแป้นแร้นและไม่ได้โศกเศร้าตรอมใจ หรือในภาษาสวีดิชเรียกว่า “Lagom” ซึ่งแปลว่าไม่มากไปและไม่น้อยไป กำลังดี เขาจึงสเก็ตช์รูปง่ายๆออกมาเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีจุด 2 จุดเป็นตาและเส้นตรงเป็นปาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็คือน้องหน้านิ่งได้กลายเป็นที่หลงไหลของสาวกแบรนด์ จนน้องถูกเชิญให้เข้ามาเป็นสมาชิกถาวรของครอบครัว Acne Studios และปรากฎตัวอยู่แทบจะทุกคอลเล็กชั่นหลังจากนั้นมา ยิ่งได้รู้จัก Acne ก็ยิ่งทำให้เราอยากรู้ว่าบรรยากาศเบื้องหลังการสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่เหมือนใครของ Acne Studios นั้นจะเป็นยังไง อะไรเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ใน space ที่ทำงานนั้นคิดและทำอะไรที่ใหม่และเท่แหวกแนวชาวบ้านได้อยู่ตลอดเวลา แม้แบรนด์ในวันนี้จะมีอายุ 24 ปีแล้วก็ตาม เมื่อปลายปีที่แล้วในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2019 ก็ถึงเวลาที่โปรเจ็คต์ Floragatan 13 หรือ Head Quarter แห่งใหม่ในกรุงสต็อคโฮมของ Acne Studios ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ และแน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเรื่องราวและแนวคิดใหม่ๆตามครรลองของ Acne Studios แบบไม่ต้องเดาเลย อาคาร 10 ชั้น ซึ่งแต่เดิมเป็นสถานทูตเก่าของประเทศเชคโกสโลวาเกียสไตล์ Brutalist ในยุค 70s ที่ตั้งอยู่บนถนน Floragatan แห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยความลับของสงครามเย็น และความภาคภูมิใจในสถาปัตยกรรมโมเดิร์นนิสซึ่มแบบยุโรปตะวันออก ทำให้โดยพื้นฐานแล้ว ตึกหลังนี้มีคาแร็คเตอร์ต่างจากตึกส่วนใหญ่ในสต็อคโฮม (ช่างถูกจริตความคิดต่างของแบรนด์จริงๆ) ซ้ำยังมีการเลือกใช้วัสดุที่น่าสนใจ ซึ่งช่วยจะย้ำเตือนทำให้ทีมสร้างสรรค์ของแบรนด์หมั่นสำรวจสิ่งใหม่ๆตลอดเวลา เมื่อได้ตึกหลังนี้มาครอบครองแล้ว ทีมดีไซน์ของ Acne Studiosโดยการนำของ Jonny Johansson ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ร่วมกับทีมสถาปนิกจาก Johannes Norlander Arkitektur และศิลปินอีกหลายคน ก็ทำการเนรมิตพื้นที่ภายในให้พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์นั้นไหลล้นเอ่อออกมาตั้งแต่ชั้นบนสุดถึงล่างสุด โดยมีการแบ่งพื้นที่ให้กับงานดีไซน์และโปรดักชั่นถึง 4 ชั้นเต็มๆ Johansson เลือกชั้นที่ 6 เป็นห้องทำงานของตัวเอง (ชั้นนี้เคยถูกใช้เป็นที่พำนักส่วนตัวของท่านทูตสมัยก่อนด้วย) และห้องอาหารสุดชิคของทีมงานก็ถูกดัดแปลงมาจากห้องฉายหนังเก่าในชั้นใต้ดินของสถานทูตในวันวาน เราสะดุดตากับเก้าอี้หินที่ผุดขึ้นมาเซอร์ไพร้ซ์ในล็อบบี้มากๆ ในห้องสมุดเราก็แอบปลื้มโต๊ะเมทัลลิคฟรีฟอร์ม และถูกใจกับโต๊ะกลมน่ารักๆในห้อง Board Room เฟอร์นิเจอร์สุดอาร์ทและเครื่องตกแต่งที่สั่งทำพิเศษเหล่านี้เป็นผลงานของ Max Lamb ในแต่ละห้องยังมีงาน collage แนว abstract โดย Daniel Silver ที่ใช้ผ้าที่เหลืออยู่จาก collection เก่าๆมาร่วมด้วย และสเปซแห่งนี้คงจะดูไม่เจ๋งขนาดนี้ ถ้า Benoit Lalloz ไม่มาออกแบบและจัดแสงเท่ๆให้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทางทีมดีไซน์บอกว่าต้องการออกแบบบรรยากาศให้เหมือน Fashion School ในแบบ Acne Studios ที่เน้นส่งเสริมให้ผู้คนภายในอาคารมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน และกระตุ้นให้กล้าทดลองและสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆออกมาอยู่เสมอ นี่แหละที่เป็นคำตอบว่าทำไมแบรนด์อายุกว่า 20 ปีที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1996 ยังดูสดใหม่และยังคงรักษาสถานะผู้แหวกขนบในวงการแฟชั่นได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถ้ายังไม่เชื่อเรา ลองอ่านคำพูดจากปากของ Jonny Johansson ผู้ก่อตั้งแบรนด์และ Creative Director ของ Acne Studios เองเลยก็ได้ “Acne Studios is always evolving, and I want this space to evolve with us. We will continue to add details in the month and years ahead. I believe design is alive, whether it’s fashion or interiors.” เมื่อต้นปีนี้ Acne Studios ก็มีการปรับโลโก้ใหม่อีกครั้ง แม้ส่วนตัวเราจะแอบชอบอันเก่ามากกว่า แต่ความไม่หยุดนิ่งและความกล้าที่จะรื้อวิถีเก่าๆของวงการ รวมถึงวิถีเก่าๆของตัวแบรนด์เองเช่นกัน สิ่งนี้ไม่ใช่หรือที่ทำให้เราตกหลุมรัก Acne Studios ตั้งแต่แรก ในยุคแห่ง disruption และความแปรปรวนของโลกในทุกมิติขณะนี้ เราเองก็เฝ้าติดตามสตูดิโอสิวเขรอะแห่งนี้อยู่เสมอ จะ disrupt ตัวเองอย่างไรต่อไป และจะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆออกมาให้แฟนๆชื่นชมอีกบ้าง Top 10 สาขา Acne Studios ที่เราชอบที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก 1) สาขา Geary Street, San Francisco อเมริกา แต่เดิมเคยเป็นโรงน้ำแข็งมาก่อน และสีที่เลือกใช้ก็ได้รับแรงบันดาลใจมากจากสะพาน Golden Gate ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซานฟรานนั่นเอง!! Location: https://goo.gl/maps/RFuissFqFY7QyiVA6 2) สาขา Piazza del Carmine, Milan อิตาลี Location: https://goo.gl/maps/1RnrqoTKLGsD1SB47 3) สาขา Shibuya project store, Tokyo ญี่ปุ่น สาขาที่สองในโตเกียวโดยสาขานี้เปิดตัวด้วยแบรนด์ Blå Konst denim ซึ่งเป็นแบรนด์ยีนส์โดยเฉพาะของ Acne Studios Location: https://goo.gl/maps/46kiepXi9xS7rNvt7 4) สาขา Taikoo Li, Chengdu จีน 5) สาขา Pilestræde, Copenhagen เดนมาร์ก เป็นสาขาที่สองของโลกของ Acne Studios Location: https://goo.gl/maps/rtExfQvk8e2Duzc66 6) สาขา Horatio Street, New York อเมริกา Location: https://goo.gl/maps/tYxgwjmoFb8NRpmd8 7) สาขา Rue Froissart, Paris ฝรั่งเศส Location: https://goo.gl/maps/oRBpnNCX4Z49HL2GA 8) สาขา Cheongdam, Seoul เกาหลีใต้ Location: https://goo.gl/maps/1KrSseZtsYL4XyE97 9) สาขา Øvre Slottsgate, Oslo นอร์เวย์ Location: https://goo.gl/maps/9Pe8Fn8z5NFtD5SY6 10) สาขา West Hollywood, Los Angeles อเมริกา Location: https://goo.gl/maps/2FWwS1hE6L6LE3bz6 cr. acnestudios.com . FB/IG: @hoparound.co Youtube: hoparound Website:www.hoparound.co . #LetsHoparound #AcneStudios #InspiringStuff #ArtandDesign #ประวัติแบรนด์Acne #ความเป็นมาของAcneStudios

  • TOKYO: MIDTOWN ใจกลางโตเกียว

    เมืองเล็กในเมืองใหญ่ เมืองใหม่ในเมืองเก่า . โปรเจ็คพัฒนาเมืองที่ชื่อว่า Tokyo Midtown นั้นเริ่มต้นขึ้นในปี 2000 เรียกได้ว่าเริ่มมาพร้อมๆกันกับสหัสวรรษใหม่เลยทีเดียว บนที่ดินผืนใหญ่ขนาด 10 Hectares (ประมาณ 60 ไร่) ที่ยังเหลืออยู่กลางอภิมหานครโตเกียวโจทย์ของโครงการ Tokyo Midtown คือการสร้างพื้นที่แห่งสุนทรียภาพของชีวิตคนเมืองยุคใหม่ เป็นเหมือนของขวัญให้กับชาวญี่ปุ่น และชาวโลกผู้มาเยือน ซึ่งกว่าจะสำเร็จเสร็จสิ้นก็ต้องอาศัยการประสานกำลังความสามารถจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเลยทีเดียว เมืองเล็กกลางเมืองใหญ่แห่งนี้ ประกอบไปด้วยอาคารที่ทันสมัยขนาดใหญ่ 6 หลัง ภายในมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม สำนักงาน รวมไปถึงมิวเซี่ยม ซึ่งต่างก็ถูกโอบอุ้มไปด้วยพื้นที่สีเขียวที่หลอมหลวมทั้งธรรมชาติและศิลปะเข้าด้วยกัน 21_21 Design Sight หนึ่งในพื้นที่สีเขียวอันงดงามของโครงการ ก็คือสวน Midtown Garden และที่นี่เองก็เป็นที่ตั้งของ “21_21 Design Sight” มิวเซี่ยมโมเดิร์นที่เราจะพาคุณ #hop ไปชมกัน อาคารที่เรียบเท่แห่งนี้ออกแบบโดย Tadao Ando สถาปนิคอัจริยะชาวญี่ปุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลก (ถ้าจะพูดถึง Tadao Ando จริงๆคงต้องแยกไปอีกโพสต์นึงเลย เพราะเฮียแกไม่ธรรมดาจริงๆ) Location: https://goo.gl/maps/BbXVYnvmQ4qv9kxW8 Pizza Slice & Soda Fountain เดินออกมาฝั่งตรงข้าม เราก็ไปแวะทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน Pizza Slice & Soda Fountain Location: https://goo.gl/maps/Et9RSY4AQoS861rC8 Bluebottle Coffee ก่อนจะตบท้ายด้วยกาแฟร้านดังจาก San Francisco ที่ Blue Bottle Coffee สาขา Roppongi Hill (อยู่ตรงข้ามกันกับ Tokyo Midtown นี่เอง) Location: https://goo.gl/maps/5esriShDyMcKfR5c8 Paul Smith Roppongi Location: https://goo.gl/maps/yBPJj6NgiK2GY7aB6 Mercedes me Tokyo / DOWNSTAIRS COFFEE|六本木 Location: https://goo.gl/maps/fFf8i4WXzshUjgVEA Facebook: @hoparound.co Instagram: @hoparound.co Youtube: hoparound.co Website: www.hoparound.co #Tokyo #LetsHoparoundTokyo #Letshoparound #เที่ยวโตเกียว #คาเฟ่ในโตเกียว #คาเฟ่ #โตเกียวมิดทาวน์ #โตเกียว #ไปไหนดีในโตเกียว #มิวเซียมในโตเกียว #แกลเลอรี่ในโตเกียว

  • "The Modern Uniform" by Thom Browne

    แถบแดง ขาว น้ำเงินบนเสื้อเชิ้ตสีขาวราคาหลักหมื่นที่เคยฮิตในหมู่คนมีเงินในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นแค่เพียงการแสดงความสามารถแบบผิวๆของดีไซเนอร์ชาวอเมริกันสุดครีเอทีฟคนนี้ วันนี้เราจะพาทุกคน #hop ไปรู้จักเขาในมุมที่ลึกขึ้น ณ ตึก 10 Corso Como สาขากรุงโซล เกาหลีใต้ เชิญส่องและเสพแรงบันดาลใจในงาน exhibition “Thom Browne: The Modern Uniform” by Thom Browne ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมากันได้เลย งานนี้เป็นเหมือนกันการจำลองโลกแห่งดีไซน์ของ Thom Browne โดยนำผลงานของเขามาจัดแสดงในห้อง 3 ห้องที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานอินทีเรียร์ช่วงปี 1950s ว่ากันว่าเป็นแนวมีอิทธิพลกับงานของเขามากจนกลายเป็นสไตล์ซิกเนเจอร์ของเขาเลยทีเดียว ห้องแรกคือห้องกระจกพิศวงซึ่งเต็มไปด้วยรองเท้าหนังสีเงินเงาวับ พร้อมกับสิ่งของต่างๆในยุค 1950s ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์ดีด โคมไฟ และอื่นๆที่นำมาย้อมเป็นสีเงินเงาวับเช่นเดียวกัน ทำให้ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยเงาสะท้อนไม่รู้จบของวัตถุสีเงินที่นำมาจัดวางด้วยระยะห่างเท่าๆกันให้เกิดความเป็น Uniform ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ห้องนี้แต่เดิมนั้น Browne ออกแบบให้เป็นงาน installation ให้กับ Le Bon Marche Rive Gauche ที่กรุงปารีสในปี 2015 และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่นำมาจัดแสดงในเอเชียโดยนำมาตีความใหม่อีกครั้ง ห้องที่ 2 เป็นการเลือกเอาผลงานการออกแบบของ Browne ชิ้นที่โดดเด่นในโลกแฟชั่นทั้งของผู้ชายและผู้หญิงมารวมกันไว้ในตู้กระจกทรงยาวเท่ๆ โดยมีหุ่นมาตั้งราวกับมีนายแบบ นางแบบมายืนนิ่งๆโพสให้ดูบนรันเวย์ และแน่นอนการจัดวางก็เน้นให้มีระยะห่างเท่าๆกันเพื่อแสดงออกซึ่งคอนเส็ปต์ “Modern Uniform” ของงานนี้ แอบกระซิบนิดนึงว่า มู่ลี่สีขาวตรงด้านหน้าก็เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่ Browne ชอบหยิบมาใช้จนกลายเป็นซิกเนเจอร์อีกอันของตัวเอง ส่วนห้องที่ 3 นั้น เป็นห้องที่รวบรวมวิดิโอฟุตเทจ Runway Shows ต่างๆที่สร้างชื่อให้กับเขาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน มาจัดแสดงให้เราได้เห็นภาพรวมของแนวคิดเบื้องหลังการถ่ายทอดผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ และมี “ความทอมบราวน์”มากๆ สิ่งที่เราปลื้มอีกอย่างหนึ่งก็คือของที่ระลึกแจกฟรีของงาน ซึ่งเป็นโปสต์การ์ด 5 แบบที่เขาดีไซน์ขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยใช้แรงบันดาลใจจากภาพสเก็ตช์ต่างๆของผลงานของเขา ขอบคุณ 10 Corso Como และ Thom Browne ที่จัดงานพิเศษนี้ขึ้นมา ดีและฟรีอย่างนี้แหละที่เราโปรดปราน เรารู้ว่าคุณก็เหมือนกัน (ใช่มั้ยล่าาาา :-)) #LetsHOParoundSeoul #exhibition #ThomBrowne #TheModernUniform #LetsHOParoundSeoul

  • The TRUNK Market

    รอบล่าสุดที่เราไปเที่ยวฮิโรชิมะ เราบังเอิญเดินเจอกับตลาดนัด The TRUNK Market ครั้งที่ 13 พอดี เป็น flea market ที่รวมเอางานโอทอปงานคราฟของหลากหลายเมืองทั่วญี่ปุ่น ร้านอาหาร กาแฟต่างๆ รวมไปถึงแบรนด์ดีๆ เช่น The North Face Standard, Sandqvist, 1LDK, Snow Peak, MHL, A.P.C. และยังมีบูทของ POPEYE magazine มาจอยด้วยนะ งานนี้จะจัดปีละสองครั้งทุกเดือน 5 กับเดือน 11 ซึ่งแต่ละครั้งเขาก็จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนแบรนด์ไปเรื่อยๆ เรารักความไม่เคอะเขินของงานดีไซน์ที่เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนที่นี่ได้อย่างแนบเนียน แบรนด์ดังๆจากต่างประเทศก็มีนะ อย่างเช่นนี่แบรนด์ Sandqvist จาก Scandinavian กระเป๋าที่หลายคนอาจจะเคยคุ้นตามาก่อน ร้านขายของสดก็มีมา เฟอร์นิเจอร์มือหนึ่งมือสองก็มีนะ บรรยากาศงานอบอุ่นดี มีเพลงเล่นสดตลอดทำให้รู้สึกไม่อึดอัด เดินเพลินดี งานนี้จัดอยู่ตรงสวน FUKUROMACHI PARK ใจกลางเมืองฮิโรชิมะเลย ใครมีแพลนจะมาเที่ยวเล่นเมืองนี้ ลองเช็คได้ที่เว็ปไซต์ trunkmarket.net ได้เลย FB/IG @hoparound.co Website www.hoparound.co . #LetsHoparoundJapan #LetsHoparound #Travel #WestJapan #Japan #TheTRUNKMarket #Hiroshima

  • PORTLAND เที่ยวพอร์ตแลนด์ ต้นตำรับความเป็น Hipster

    Portland...มากกว่า ‘น่าเที่ยว’ คือ ‘น่าอยู่’ หากเพื่อนๆกำลังมองหาเมืองที่มีครบทุกอย่างแต่ไม่วุ่นวายอย่างเมืองใหญ่ทั่วๆไป เมืองที่ขับเคลื่อนโดยคนที่มีความคราฟท์และครีเอทีฟในสายเลือด เมืองที่ห้อมล้อมไปด้วยขุนเขา แม่น้ำ และท้องทะเลอันงดงามเหลือเชื่อ เมืองที่อุดมไปด้วยของอร่อยทั้งคาวหวาน แถมของออร์แกนิคก็หาง่ายอีกต่างหาก เมืองที่เป็นระเบียบ สวยสะอาด ปราศจากภาษี... คุณได้พบเมืองนั้นแล้วล่ะ ที่นี่... Portland ไป #hop ชมกันเลย! PORTLAND เที่ยวพอร์ตแลนด์ รีวิวพอร์ตแลนด์ Oregon review Portland review รวมที่เที่ยว เที่ยวไหนดี แพลนเที่ยวพอร์ทแลนด์ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐ Oregon แห่งนี้เป็นเมืองต้นตำรับความเป็น Hipster ตัวจริงเสียงจริงแบบไม่เสแสร้งใดๆ หากคุณเดินเล่นในเมือง คุณอาจจะได้เห็นสโลแกน “Keep Portland Weird” อยู่เป็นระยะๆ ถ้าเปรียบเป็นเครื่องประดับ Portland คงไม่ใช่เครื่องเพชรวิบวับจับตาคน แต่น่าจะทำจากหินธรรมชาติหายากและมีดีไซน์สวยเก๋แปลกตาแบบไม่รู้ว่าจะหาซื้อได้จากไหน และจะเตะตาเฉพาะคนที่ “เก็ต” มันเท่านั้น คนส่วนใหญ่จึงอาจมองผ่านเลยไป ก่อนหน้าที่เราจะได้เดินทางมา เราแอบรู้มาว่า Kinfolk นิตยสารไลฟสไตล์สุดอาร์ทก็มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นี่ (Nike ก็ด้วย) ทำให้เราเริ่มระแคะระคายถึงความ “ฮิป” ของ Portland มาอยู่เนืองๆ จะว่าไปความฮิปของเมืองนี้นั้นน่าจะเริ่มตั้งแต่การตั้งชื่อแล้ว มีตำนานเล่าขานกันว่าชื่อ Portland นั้นตั้งขึ้นด้วยการโยนเหรียญพนันกันระหว่างผู้บุกเบิก 2 คน คนหนึ่งมาจากเมือง Boston รัฐ Massachusetts และอีกคนมาจากเมือง Portland รัฐ Maine โดยถ้าใครทายหัวทายก้อยถูกก็จะได้ตั้งชื่อเมืองนี้ตามบ้านเกิดของเขา ใครชนะคงไม่ต้องบอก ไม่งั้นโพสต์นี้คงต้องพูดถึงเมือง Boston, Oregon ไปแล้วล่ะเนอะ เมื่อวันเวลาผ่านไป Portland ก็ยังคงให้เกียรติกับผู้ก่อตั้งเมืองด้วยการตั้งชื่อถนนหลักตามนามสกุลของพวกเขา เช่น Lovejoy, Overton และ Petty Grove เป็นต้น ส่วนถนนเส้นหลักที่แบ่งเมืองออกเป็นฝั่งเหนือและใต้ก็คือถนน Burnside และมีแม่น้ำ Willamette River ที่ไหลตัดกลางเมืองให้เป็นฝั่งตะวันตกและตะวันออก ทำให้ Portland มีผังเมืองที่เป็นระเบียบเดินทางง่ายไม่ว่าจะด้วยการขับรถ เดินเท้า หรือระบบขนส่งสาธารณะซึ่งมีทั้ง Bus, Street Car และ Max Light Rail ที่ครอบคลุมสะดวกสบาย แถมสนามบินก็อยู่ใกล้เมืองโคตรๆ Downtown ของ Portland นั้นอยู่ในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ และมีขนาดกระทัดรัด ถ้าตั้งใจเดินจริงๆจากเหนือสุดไปใต้สุดของตัวเมืองน่าจะใช่เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆเท่านั้น ทว่าในความกระทัดรัดนี้เราสามารถใช้เวลาซ่อกแซ่กแวะเที่ยวชมได้หลายๆวันก็ยังไม่ครบ Powell’s City of Books ร้านหนังสืออิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 6,300 ตร.ม แค่ที่ Powell’s City of Books ร้านหนังสืออิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่กินบริเวณ 1 ช่วงตึกเต็มๆ เราก็ใช้เวลาอยู่ได้ทั้งวันแล้ว พื้นที่กว่า 6,300 ตร.ม. นั้นถูกแบ่งออกเป็น 9 ห้อง 9 สีตามหมวดหมู่ของหนังสือ เราไม่รู้ว่าที่นี่มีหนังสือกี่หมื่นกี่แสนเล่ม แต่ไม่ว่าเพื่อนๆจะมองหาหนังสืออะไรอยู่ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะสามารถหาเจอได้ที่นี่ เราเองก็ย้อนกลับมาที่นี่หลายต่อหลายครั้ง และใช้เวลาอยู่นานๆทุกครั้ง เพราะเค้าปิดตั้ง 4 ทุ่มแน่ะ ดึกกว่าห้างกลางเมืองเสียอีก Location: https://g.page/powells-city-of-books?share ว่าด้วยการ shopping เมืองนี้เค้าเป็นเมืองปลอดภาษี ดังนั้นสินค้าแบรนด์ที่นี่ก็จะถูกกว่าที่อื่น (เราแวะเข้า Apple Store รัวๆ) หลายคนที่มีแพลนเดินทางมา Portland ก็จะใช้วิธีเลี่ยงภาษี ด้วยการซื้อของแพงๆที่ไม่มีขายที่นี่จากเมืองใหญ่อื่นๆใกล้เคียงก่อน เช่น Seattle หรือ San Francisco แล้วให้ทางร้านส่งมาที่นี่แทนก็จะประหยัดภาษีไปได้ อีกเรื่องที่สร้างชื่อให้กับ Portland ก็คือลาน food carts หรือรถเข็นขายอาหารที่มีอยู่หลายจุดในเมือง ซึ่งเป็นตัวส่งสัญญาณว่าที่นี่ให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ นอกจากนี้ Portland ยังโด่งดังเรื่องเสื้อผ้าและอุปกรณ์บุกป่าฝ่าดง ไล่ตั้งแต่ REI สหกรณ์อุปกรณ์เอาท์ดอร์ขนาดใหญ่หลายชั้น (ใหญ่อย่างกะ IKEA) Patagonia สาขาใหญ่ก็มีที่ดาวน์ทาวน์เลย Pendleton ร้านผ้าลวดลายอเมริกันพื้นเมืองไม่เหมือนใครก็มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นี่ หรือร้านขายของคัดสรรกระจุกกระจิกอย่าง Boy Fort หรือ Canoe ต่างก็ควรค่าแก่การไปแวะดู เราเองก็ได้เสียเงินสร้างรายได้ให้เขาพอควรเลย 5555 Behind The Museum Cafe Location: https://goo.gl/maps/32z4Wr5DxXqnUuTE6 Coquine เราประทับใจร้าน Coquine ที่อยู่นอกเมืองไปหน่อยแต่อร่อยจนยังคิดถึงอยู่ ถ้าในเมืองหน่อยก็ลองแวะไป Besaws บนถนน NW21st Ave ก็ไม่ติดอะไรเลย นอกจากติดใจ Location: https://goo.gl/maps/kXNny5v3Hii3odAcA Stumptown Coffee Roasters เช้าๆเราสามารถแวะโรงคั่วและร้านกาแฟดีๆที่มีอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือ Stumptown Coffee Roasters ที่โด่งดังไปไกลถึง New York ส่วนร้านอาหารเช้าคุณภาพแน่นก็เยอะเช่นกัน Blue Star Donuts ต่อด้วยของหวานอย่างโดนัทระดับพรีเมี่ยมหลายรสชาติจากร้าน Blue Star Donuts ไปเร็วหน่อยก็ดีเพราะของนางหมดเร็วมาก Location: https://goo.gl/maps/ZRZH6acB9ipP7Kos5 Salt & Straw หรือจะไปหม่ำไอศกรีมอร่อยเลอค่าที่ร้าน Salt & Straw ก็เป็นสิ่งที่ควรทำเพราะเค้าดังจนต้องขยายสาขาข้ามไปอยู่ในหลายๆรัฐแล้วนะ Location: https://goo.gl/maps/CE1LVCFMnzfBnCTR8 มื้อกลางวันกับคนที่คิดถึงอาหารไทย ถ้าคิดถึงอาหารไทยก็ลองแวะร้านน้องข้าวมันไก่ที่โด่งดังจาก Ted Talk หรือจะไปร้านอาหารเวียดนามคิวยาวที่เราชอบมากชื่อ Luc Lac ก็ได้ แต่ถ้าอยากได้แซนด์วิชง่ายๆเร็วๆก็เชิญได้ที่ Addy’s Sandwich Bar Location: https://goo.gl/maps/em2dSes1332G7nBy5 ตกเย็นแวะละเลียดไวน์และปิดท้ายค่ำคืนที่ Multnomah Whisky Library ตกเย็นแวะละเลียดไวน์ที่ Thelonious Wines ก่อนจะไปต่อดินเนอร์ที่ Le Pigeon (อาจต้องจองล่วงหน้ากันซักหน่อย) และปิดท้ายค่ำคืนที่ Multnomah Whisky Library ทีผนังทั้งแถบเรียงรายไปด้วยวิสกี้จากทั่วทุกมุมโลก Location: https://g.page/multnomahwhiskeylibrary?share นอกจากร้านอาหารแล้ว Portland ยังมีของดีเป็นอาหารแห้งให้ซื้อเป็นของฝากกลับบ้านได้อีก ไม่ว่าจะเป็นเกลือพรีเมี่ยมยี่ห้อ Jacobsen ชาหลากรสจาก Steven Smith Teamaker ไส้กรอกตากแห้งจาก Olympia Provisions รวมไปถึงขนมเนยถั่วยี่ห้อ TOMBUMBLE สำหรับสายธรรมชาติ ยิ่งห้ามพลาด นอกจากสวนดอกกุหลาบนานาพันธุ์ และสวนญี่ปุ่นใกล้ๆเมืองที่คนนิยมไปแล้ว ตอนเหนือของ Portland ยังอยู่ติดแม่น้ำขนาดใหญ่อีก 1 สายนั่นก็คือ Columbia River และเมื่อขับรถเลียบแม่น้ำสายนี้ออกไปนอกเมืองไม่ถึงชั่วโมง คุณก็จะได้พบกับธรรมชาติวิวอลังฯในบริเวณที่เรียกว่า Columbia River Gorge (ช่องเขาแห่งแม่น้ำโคลัมเบีย) และน้ำตก Multnomah Falls อันเลื่องชื่อ แถมระหว่างทางยังมี outlet ให้ได้ช็อปกันต่อด้วย Multnomah Falls Location: https://goo.gl/maps/umNrpeoVqSNiDDba8 Vista House Location: https://goo.gl/maps/PA4fPpSscLaxzxhz8 พลังทะเลแบบเต็มๆ ที่หาด Cannon Beach ซึ่งโดดเด่นด้วยกองโขดหินขนาดมหึมา แต่ถ้าร่างกายเพื่อนๆต้องการทะเลให้ขับรถออกมาทางทิศตะวันตกมาประมาณชั่วโมงครึ่ง เพื่อนๆก็จะได้รับพลังทะเลแบบเต็มๆ ที่หาด Cannon Beach ซึ่งโดดเด่นด้วยกองโขดหินขนาดมหึมาเหมือนกับใครยกเอาภูเขาลูกเล็กๆมาตั้งไว้บนหาด บรรยากาศที่นี่สวยหยด สวยไม่เหมือนใคร สวยจนหัวใจพองโต สวยจนอยากได้ประตูโดเรม่อนมาครอบครองเพื่อที่จะได้กลับไปเติมพลังบ่อยๆ เราพูดได้เต็มปากเลยว่าเราหลงเสน่ห์ Portland เข้าอย่างจัง ถึงขนาดแอบอยากจะย้ายมาอยู่ที่นี่เลยทีเดียว เรารักในพลังงานบางอย่างที่สถานที่และผู้คนที่นี่มอบให้ เรารู้สึกได้ในใจเลยว่าเราจะได้กลับมาเยือนอีกหลายๆครั้ง และกว่าจะถึงวันนั้น หากเพื่อนๆมีโอกาสก็ลองเดินทางไปเสพพลังของ Portland ดูว่าเพื่อนๆจะรู้สึกเหมือนกันกับเราหรือเปล่า :-) FB/IG: @hoparound.co Youtube: hoparound.co Website: www.hoparound.co #LetsHoparoundPortland #LetsHoparoundUSA #LetsHoparound #Travel #Portland #เที่ยวพอร์ตแลนด์ #รีวิวพอร์ตแลนด์ #รีวิวอเมริกา #เที่ยวอเมริกา #พอร์ตแลนด์ไปไหนดี #เมืองพอร์ตแลนด์ #ฮิปสเตอร์ #คาเฟ่ในพอร์ตแลนด์ #โรดทริปอเมริกา PORTLAND เที่ยวพอร์ตแลนด์ รีวิวพอร์ตแลนด์ Oregon review Portland review รวมที่เที่ยว เที่ยวไหนดี แพลนเที่ยวพอร์ทแลนด์

  • Hermès Heritage

    #LetsHoparoundBangkok หากเพื่อนๆสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับแบรนด์หรูอันดับต้นๆของโลกที่มีอายุเกือบ 200 ปีอย่าง Hermès ในวันนี้จนถึง 13 ตุลาคม 2562 ที่ Parc Paragon ทางแบรนด์ได้ยกเอา Exhibition พิเศษในชื่อ “Hermès Heritage - Rouges Hermès” มาให้แฟนๆชมกัน . ในงานแสดงนี้ Hermès จะพาคุณย้อนกลับไปในยุค 1920’s ซึ่งเป็นช่วงที่ Hermès ได้ฉีกขนบเครื่องหนังเดิมๆที่มักคงไว้ซึ่งสีน้ำตาลธรรมชาติ ด้วยการย้อมสี “deep red” จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการเครื่องหนัง . เราจะได้สัมผัสถึงแนวคิดก้าวหน้าของแบรนด์ที่มีมาแต่ไหนแต่ไร และจะได้เข้าใจมากขึ้นถึงเหตุผลที่ Hermès ยังคงยืนหนึ่งเป็นอมตะในวงการเครื่องหนัง Luxury แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปเท่าไรก็ตาม . #HermèsHeritage #RougesHermès #LetsHoparound

STAY IN TOUCH

  • Black Facebook Icon
  • Black Instagram Icon
  • TikTok
  • Black YouTube Icon

INSTAGRAM

YOUTUBE

Hoparound.co คือเว็บไซต์ท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์สำหรับ Modern Aesthete ที่คัดสรรทุกประสบการณ์การเดินทางอย่างพิถีพิถัน เราเชื่อมโยงแรงบันดาลใจจากงานดีไซน์ สถาปัตยกรรม และศิลปะ เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ โดยมีทั้งการรีวิวโรงแรมหรู บูธีคโอเทลชั้นนำจากทั่วโลกที่ผ่านการเลือกสรรมาแล้วว่าโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมมอบสิทธิพิเศษและ exclusive offer ที่คัดมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ เพื่อให้คุณได้สัมผัสการพักผ่อนที่มีสไตล์และเปี่ยมด้วยคุณภาพ ผ่านเนื้อหาที่รุ่มรวยด้วยข้อมูลเชิงลึกและภาพถ่ายที่ถ่ายทอดความงดงามได้อย่างไร้ที่ติในทุกมิติ

Hoparound.co – A travel and lifestyle platform curated for design lovers and creative explorers. We handpick design hotels, cafés, galleries, and offer a booking system with exclusive travel deals you won’t find elsewhere. Beyond travel, we dive into lifestyle, art, and design content to inspire your journey. Discover unique places across Thailand and around the world — from museums, galleries, cafés, restaurants, and design hotels, to remarkable architecture, creative brands, and stylish products. All presented through engaging storytelling, beautiful visuals, and high-quality content that’s informative, enjoyable, and full of inspiration.

ที่เที่ยวใหม่ 2025 |  พิพิธภัณฑ์ & แกลเลอรี่ | โรงแรมดีไซน์ |  คาเฟ่สายอาร์ต |  เที่ยวไทย-ต่างประเทศ จองที่พัก |  รีวิวโดยบล็อกเกอร์ |  ไอเดียทริปไม่ซ้ำใคร |  ค้นหาสถานที่สร้างแรงบันดาลใจ | Travel wesite | Thai Travel Blogers | Travel Influencers | a travel website travel influencers thailand รีวิวท่องเที่ยว รีวิวโรงแรม รีวิวร้านอาหาร

 

Contact and Collaboration with Hoparound.co
E-mail: info.hoparound@gmail.com | Facebook: @hoparound.co | Instagram: @hoparound.co | Youtube: hoparound.co | Tiktok: @hoparound.co

Follow us on Instagram

เว็ปท่องเที่ยว รีวิว เที่ยวต่างประเทศ รีวิวโรงแรม Hoparound.co Luxury ถเที่ยว แพลนขับรถเที่ยว อเมริกา West Coast Travel Guide
bottom of page