Milan Calling! 33 Spots We Love in Milan เที่ยว 'มิลาน' เมืองหลวงแห่งดีไซน์ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ กับ 33 จุดเช็คอิน
- hoparound.co

- Jan 24
- 5 min read

Milan Calling! 33 Spots We Love in Milanเที่ยว 'มิลาน' เมืองหลวงแห่งดีไซน์ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ กับ 33 จุดเช็คอินที่คัดมาแล้วแบบเริ่ดเลยหล่ะ
สวัสดีชาว #Hopster ! เตรียมตัวเข้าสู่โหมดการเดินทางที่เต็มไปด้วยสไตล์กันได้เลยครับ หากจะพูดถึงเมืองที่นิยามคำว่า "รสนิยม" ได้ชัดเจนที่สุดในโลก ชื่อของ มิลาน (Milan) จะต้องขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เสมอ เมืองนี้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางแฟชั่นระดับโลก แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวบรวมงานดีไซน์หลากหลายแขนง ตั้งแต่สถาปัตยกรรมคลาสสิก ไปจนถึงความดิบเท่แบบ Industrial และความเนี้ยบของงานดีไซน์ยุค Mid-century Modern ที่แทรกซึมอยู่ในทุกหัวมุมถนน
สำหรับการมาเยือนมิลานครั้งแรกของเรา เราตั้งใจไปซึมซับออร่าของเมืองในช่วงที่อากาศกำลังสบายที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่ามิลานไม่ได้มีดีแค่การช้อปปิ้งในห้างหรูอย่าง Galleria Vittorio Emanuele II แต่เสน่ห์ที่แท้จริงของเมืองนี้ซ่อนอยู่ในย่านลับๆ ร้านกาแฟที่ถูกคิดมาอย่างดี และพื้นที่ทางศิลปะที่เปลี่ยนโรงงานเก่าให้กลายเป็นจุดเช็คอินสุดล้ำ
บทความนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกมิลานในแบบที่ "ถูกจริต" สายดีไซน์ที่สุด ตั้งแต่การตื่นเช้าไปชมความยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารดูโอโม่ (Duomo di Milano) ในมุมที่เงียบสงบ ไปจนถึงการสำรวจ Hi-Fi Bar เปิดใหม่ที่กำลังฮอตที่สุดในย่าน Isola รวมถึงพิกัด Concept Stores และ Gourmet Shop ของเชฟระดับมิชลินที่สายกินและสายแฟชั่นต้องใจสั่น
ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวมิลาน หรืออยากสัมผัสการใช้ชีวิตแบบ Milanese Local ที่เน้นคุณภาพและความละเมียดละไม ต้องเซฟลิสต์นี้ไว้ให้แม่น เพราะทุกดีเทลในเมืองนี้คือแรงบันดาลใจชั้นยอด... ถ้าพร้อมแล้ว แพ็กกระเป๋าแล้ว "ไปมิลาน" ด้วยกันเลยครับ!
[ The Iconic & Cultural Heritage ]
01 | Piazza del Duomo
แลนด์มาร์คที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและเป็นหัวใจที่เต้นอยู่กลางเมืองมิลาน มหาวิหารหินอ่อนสีขาวอมชมพูที่ใช้เวลาสร้างนานกว่า 6 ทศวรรษ
สัมผัสความพิเศษที่นี่: มหาวิหารโกธิคแห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นแค่ขนาดที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่คือรายละเอียดของการสลักหินอ่อนที่ดูนุ่มนวลราวกับผ้า แนะนำให้มาถึงช่วง 6:00 - 7:00 น. คุณจะได้เห็นแสงแรกของวันตกกระทบยอดโดมทองคำ "Madonnina" ท่ามกลางจัตุรัสที่ไร้ผู้คน เป็นช่วงเวลาที่มหาวิหารดูขลังและทรงพลังที่สุด
เวลาเปิด-ปิด: จัตุรัสเปิด 24 ชม. | มหาวิหารเปิด 08:00 – 19:00
02 | Sforzesco Castle (Castello Sforzesco)
ปราสาทอิฐแดงที่เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและการป้องกันเมืองมิลานในยุคเรเนซองส์
สัมผัสความพิเศษที่นี่: แม้ไม่ได้เข้ามิวเซียมข้างใน การเดินผ่านลานกว้าง (Courtyard) ก็ให้ความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูล Sforza ในอดีต กำแพงเมืองที่นี่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่ขรึมและคลาสสิก ที่สำคัญคือเป็นที่เก็บรักษาผลงาน Pietà Rondanini ซึ่งเป็นประติมากรรมชิ้นสุดท้ายที่ Michelangelo ยังทำไม่เสร็จก่อนเสียชีวิต
Castello Sforzesco หรือ Sforzesco Castle คือปราสาทอิฐแดงขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางมิลาน และแม้จะมีคนเดินขวักไขว่อยู่รอบๆ แต่พื้นที่มันกว้างมากจนไม่รู้สึกอึดอัดเลย
ที่นี่เริ่มสร้างครั้งแรกในปี 1358 โดย Galeazzo II Visconti ก่อนที่ต่อมา Francesco Sforza ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ Sforza อันทรงอำนาจจะสั่งสร้างปราสาทใหม่บนซากเดิม และลูกชายของเขา Ludovico Sforza ได้เชิญ Leonardo da Vinci และ Bramante มาวาดจิตรกรรมฝาผนังภายใน จนกลายเป็นหนึ่งในที่พักอาศัยที่หรูหราที่สุดในยุค Renaissance (เรเนซองส์)
แต่ประวัติของปราสาทนี้ไม่ธรรมดาเลย ผ่านมือทั้งฝรั่งเศส สเปน ออสเตรีย และนโปเลียนที่เคยใช้มันเป็นค่ายทหาร ในปี 1884 มิลานเกือบจะรื้อปราสาทนี้ทิ้งเพื่อสร้างย่านที่พักอาศัย แต่สุดท้ายตัดสินใจเก็บไว้และบูรณะให้กลับมาสวยงาม ดีมากที่ไม่รื้อ ไม่งั้นเราไม่ได้เห็นอะไรสวยงามแบบนี้ในมิลานแน่ๆ
จวบจนวันนี้ข้างในเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์กว่า 6 แห่ง รวมถึง Pietà Rondanini ผลงานชิ้นสุดท้ายที่ยังไม่เสร็จของ Michelangelo และ Sala delle Asse ห้องที่ Leonardo da Vinci วาดลวดลายเถาวัลย์ไว้บนเพดาน
เวลาเปิด-ปิด: Courtyard เปิดทุกวัน 07:00–19:30 น. / พิพิธภัณฑ์ อังคาร–อาทิตย์ 10:00–17:30 น. (ปิดจันทร์) 💰 เข้า Courtyard ฟรี / พิพิธภัณฑ์มีค่าเข้าชม
03 | Parco Sempione
พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือน "ปอด" ของชาวมิลาน เชื่อมระหว่างปราสาทและประตูชัย Arco della Pace
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ในเดือนพฤษภาคม สวนแห่งนี้จะเบ่งบานไปด้วยดอกไม้นานาพรรณ เป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการทำ People Watching สังเกตไลฟ์สไตล์คนมิลานที่ออกมาปิกนิกหรือพาสุนัขมาเดินเล่น แนะนำให้เดินทอดน่องไปจนถึงปลายสวนเพื่อถ่ายรูปกับประตูชัย Arco della Pace ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม
Parco Sempione คือสวนสาธารณะขนาด 47 เฮกตาร์ที่ซ่อนตัวอยู่หลัง Castello Sforzesco ใจกลางเมืองมิลาน เดินเข้ามาแล้วรู้สึกเหมือนโลกอีกใบเลย ต้นไม้ใหญ่ ทางเดินคดเคี้ยว สระน้ำเล็กๆ ที่มีเป็ดและเต่าอาศัยอยู่ และดอกไม้ที่บานอยู่ทั่ว ชิลมากกก
สวนแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี 1888–1894 ออกแบบโดย Emilio Alemagna สถาปนิกชาวมิลาน ในสไตล์ English Garden ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ทางเดินคดโค้ง เนินเขาเล็กๆ และสายน้ำที่ไหลเรื่อยๆ แต่รู้ไหมว่าก่อนจะมาเป็นสวน ที่นี่เคยเป็นสนามฝึกทหารมาก่อน และก่อนหน้านั้นอีก เคยเป็นป่าล่าสัตว์ของตระกูล Visconti ผู้ปกครองมิลานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14
เดินไปเรื่อยๆ จะเจอ Ponte delle Sirenette สะพานเหล็กหล่อเล็กๆ ที่เดิมตั้งอยู่บนคลอง Navigli ก่อนจะถูกย้ายมาไว้ที่นี่ในปี 1930 ว่ากันว่าเป็นสะพานเหล็กหล่อแห่งแรกของอิตาลี และยังมี Torre Branca หอเหล็กสูง 108 เมตรออกแบบโดย Gio Ponti สร้างขึ้นในปี 1933 ที่ขึ้นไปชมวิวทั้งเมืองได้
แต่สิ่งที่ชอบที่สุดคือบรรยากาศบ่ายๆ แสงแดดส่องผ่านใบไม้ ดอกไม้บานอยู่ตามทาง คนมิลานนั่งปิกนิก วิ่งออกกำลังกาย หรือแค่นอนเล่นบนหญ้า ไม่มีใครรีบ ไม่มีใครเครียด
ถ้าไปมิลานแล้วอยากหายใจหายคอสักหน่อย แวะมาที่นี่ได้เลย เข้าฟรี ไม่มีข้อแม้
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/1XsBBB9BsEaFfUPS7 (หลัง Castello Sforzesco)
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 06:30 น. (ปิดตามฤดูกาล ช่วงซัมเมอร์ถึง 23:30 น.)
04 | Villa Necchi Campiglio
คฤหาสน์หรูที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงสูงใจกลางย่านเงียบสงบ ออกแบบโดยสถาปนิก Piero Portaluppi ในปี 1932
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ไม่คิดว่าจะมาเจออะไรแบบนี้กลางมิลาน #VillaNecchiCampiglio คือคฤหาสน์ที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางย่านเงียบสงบของมิลาน สร้างขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1930s โดย Piero Portaluppi สถาปนิกชื่อดัง ตามคำสั่งของสองพี่น้อง Nedda และ Gigina Necchi และสามีของ Gigina อย่าง Angelo Campiglio ทั้งสามคือตัวแทนของชนชั้นกลางระดับบนชาวมิลานที่มีรสนิยมและทันสมัยมากในยุคนั้น
บ้านหลังนี้ไม่ได้แค่สวย แต่มันยังล้ำมากสำหรับยุค 30s ทั้ง ลิฟต์ส่วนตัว ระบบ intercom ภายใน ห้องฉายหนัง และสระว่ายน้ำ (ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสระส่วนตัวแห่งแรกๆ ในมิลาน) ทุกอย่างถูกออกแบบให้ชีวิตสะดวกสบายและเต็มไปด้วยความหรูหราในแบบที่คนยุคนั้นแทบไม่เคยเห็น
ชั้นล่างเป็นโซน reception หรูหราพร้อม veranda ที่มองออกไปเห็นสวนเขียวขจี ชั้นบนเป็นห้องนอน และทั่วทั้งบ้านเต็มไปด้วยงานศิลปะระดับโลก ทั้งจาก Tiepolo, Canaletto, De Chirico และ Picasso จากคอลเลกชันที่ถูกบริจาคให้ FAI โดย de' Micheli, Gian Ferrari และ Guido Sforni
จุดที่ชอบที่สุดคือโซนสระว่ายน้ำ วันที่ไปมีดอกป้อปปี้บานพอดี นั่งแล้วรู้สึกว่าชีวิตช้าลงจริงๆ ทั้งๆ ที่ Duomo อยู่แค่ไม่กี่นาที
ปี 2001 พี่น้องตระกูล Necchi ซึ่งไม่มีทายาท ได้มอบบ้านหลังนี้ให้กับ FAI องค์กรอนุรักษ์มรดกแห่งชาติของอิตาลี โดยมีเงื่อนไขเดียวคืออยากให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทุกคนได้มาสัมผัสและกลับมาเยือนซ้ำได้เรื่อยๆ ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมได้แล้ว พร้อม bistro น่ารักซ่อนอยู่ในสวนด้วย
ที่นี่สวย ร่มรื่นและสงบมาก จนลืมไปเลยว่าข้างนอกนั้นคือเมืองที่วุ่นวายที่สุดในอิตาลี ถ้าไปมิลาน อย่าไปแค่ช้อปปิ้ง แวะมาที่นี่ด้วย มันคือมิลานที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็น
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 18:00 (ปิดจันทร์-อังคาร)
[ The Art of Fashion & Design ]
05 | Fondazione Prada
สถาบันศิลปะร่วมสมัยที่รีโนเวทจากโรงงานกลั่นเหล้าเก่าโดยสำนักออกแบบ OMA (Rem Koolhaas)
สัมผัสความพิเศษที่นี่: การออกแบบที่นี่คือการเล่นกับความขัดแย้ง (Contrast) ระหว่างตึกเก่าสีตุ่นกับตึก "Haunted House" ที่หุ้มด้วยทองคำเปลว 24K พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ภาพวาด แต่มีงานติดตั้ง (Installation Art) ที่ท้าทายความคิด เป็นจุดที่ยืนยันว่ามิลานคือศูนย์กลางของรสนิยมที่ก้าวไปข้างหน้าเสมอ
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 19:00 (ปิดวันอังคาร)
06 | Sunnei
แบรนด์อิตาลีรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการแฟชั่นโลกด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ชื่อแบรนด์เพี้ยนมาจากคำว่า "Sunny" (แสงแดด) เพื่อสื่อถึงพลังบวกและความสดใส งานดีไซน์ของ Sunnei โดดเด่นด้วยทรงเสื้อผ้าที่แปลกตา (Oversized & Geometric) และการใช้คู่สีที่ฉลาดมาก ร้านของเขาไม่ใช่แค่ที่ขายของ แต่คือแกลเลอรีที่แสดงจุดยืนเรื่องรสนิยมของคนรุ่นใหม่ที่รักในความแตกต่าง
เวลาเปิด-ปิด: 10:30 – 19:30
07 | 10 Corso Como
Concept Store แห่งแรกของโลกที่เป็นต้นแบบให้ร้านดังทั่วโลก ก่อตั้งโดย Carla Sozzani อดีตบรรณาธิการแฟชั่น
สัมผัสความพิเศษที่นี่: บรรยากาศสวนในร่มที่ร่มรื่นตัดกับความล้ำสมัยของแฟชั่นชั้นสูง หนังสือศิลปะหายาก และงานอาร์ต ทุกชิ้นในร้านผ่านการคัดสรรมาอย่าง "Curated" จนเหมือนงานศิลปะที่วางขายได้ แนะนำให้ขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อชมวิวสวนลับๆ และงานประติมากรรมกลางแจ้ง
เวลาเปิด-ปิด: 10:30 – 19:30
08 | Jil Sander (Via Pietro Verri)
บูติกสาขาแฟล็กชิพที่ถ่ายทอดนิยามความ "Minimalism" ผ่านสถาปัตยกรรมที่เรียบเนียนและเงียบสงบ
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ภายในร้านออกแบบโดยใช้แสงและเงาอย่างมีชั้นเชิง เราประทับใจ น้ำหอมกลิ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากกาแฟ ซึ่งหาซื้อได้ยาก กลิ่นนี้ให้ความรู้สึกสุขุม นิ่ง แต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของกลิ่นคั่วบดที่อบอุ่น เป็นการผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมอิตาลีเข้ากับน้ำหอมได้อย่างอัจฉริยะ
เวลาเปิด-ปิด: 10:30 – 19:30
09 | Nude Project
แบรนด์ Streetwear จากสเปนที่กำลังครองใจวัยรุ่นทั่วยุโรปด้วยดีไซน์ที่ใส่ง่ายและเท่
สัมผัสความพิเศษที่นี่: เรา "ถูกจริต" กับ Energy ของร้านนี้มาก ตั้งแต่การตกแต่งไปจนถึงพนักงานที่เอนเนอร์จี้ล้นหลาม เสื้อผ้าของ Nude Project เน้นความ Effortless Cool ใส่ง่ายแต่มีคาแรคเตอร์ ในราคาที่เข้าถึงได้ เป็นพิกัดที่สายสตรีทห้ามพลาดเมื่อมาเดินย่าน Ticinese
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 20:00
10 | Marni Outlet
ขุมทรัพย์ลับของสายแฟชั่นที่อยากได้ไอเทมจาก Marni ในราคาสุดคุ้ม ซ่อนตัวอยู่ในย่านที่เงียบสงบ
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ถึงจะเป็นเอาท์เล็ท แต่การจัดดิสเพลย์ยังคงความอาร์ตและขี้เล่นตามแบบฉบับ Marni รวบรวมเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าจากคอลเลกชันก่อนหน้าไว้เยอะมาก ในราคาที่ลดแบบจริงจัง เป็นจุดที่สายแฟชั่นตัวจริงมักจะมาซุ่มเก็บของดีกันที่นี่
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 19:00
11 | Maison Margiela
บูติกสาขาสำคัญที่ถ่ายทอด DNA ความ Avant-garde ของแบรนด์ผ่านการตกแต่งสไตล์ "Deconstruction"
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ร้านเน้นสีขาวโพลนและการใช้วัสดุที่ดูดิบเหมือนทำไม่เสร็จ (Unfinished) เพื่อสื่อถึงแนวคิดการรื้อสร้างแฟชั่นใหม่ แฟนคลับรองเท้า Tabi หรือเสื้อผ้าที่มีป้ายตัวเลขต้องมาที่นี่เพื่อซึมซับ Vibe ที่เป็นต้นตำรับความเท่แบบลึกลับ
เวลาเปิด-ปิด: 10:30 – 19:30
12 | END. Milano
Multi-brand Store สัญชาติอังกฤษที่มาเปิดแฟล็กชิพสโตร์สุดอลังการใจกลางมิลาน
สัมผัสความพิเศษที่นี่: การออกแบบภายในนำเสนอความขัดแย้งที่ลงตัวระหว่างโครงสร้างตึกประวัติศาสตร์กับดิสเพลย์สมัยใหม่ที่ทำจากสแตนเลสและกระจก รวบรวม Sneaker รุ่น Exclusive และแบรนด์สตรีทไฮเอนด์ไว้แน่นที่สุด เป็นจุดนัดพบของ Sneakerhead จากทั่วโลก
เวลาเปิด-ปิด: 10:30 – 19:30
13 | Le Lunetier Milano Garibaldi
ร้านแว่นตาสุดคราฟต์ในย่าน Garibaldi ที่เน้นการคัดสรรกรอบแว่นดีไซน์เฉพาะตัวจากทั่วโลก
สัมผัสความพิเศษที่นี่: สำหรับคนที่มองหาเครื่องประดับบนใบหน้าที่ไม่ซ้ำซากจำเจ ร้านนี้มีแว่นตาที่เป็นงานศิลปะมากกว่าแค่เลนส์สายตา พนักงานมีความเชี่ยวชาญในการแนะนำกรอบที่เข้ากับรูปหน้าและสไตล์ส่วนบุคคลได้เป็นอย่างดี
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 19:30
14 | Tenoha Milano
Multi-concept Space สไตล์ญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในย่าน Navigli ผสมผสานคาเฟ่ ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ช็อปเข้าด้วยกัน
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ท่ามกลางบรรยากาศแบบอิตาลี Tenoha มอบความสงบสไตล์มินิมอลญี่ปุ่นที่ลงตัวมาก สินค้าไลฟ์สไตล์ที่นี่ถูกคัดสรรมาอย่างดี บรรยากาศร้านกว้างขวางและสงบ เหมาะสำหรับการมานั่งพักสายตาและจิบชาเขียวคุณภาพเยี่ยม
เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 23:30
[ The Taste of Milano: Food & Cafe ]
15 | MOGO (Isola District)
Hi-Fi Bar & Restaurant น้องใหม่ล่าสุดที่เป็นดั่ง "Senses Sanctuary" ในย่าน Isola
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ออกแบบโดย Giorgia Longoni Studio ในสไตล์ Mid-century Nostalgia ที่ดูนิ่งแต่เท่ ที่นี่ไม่ใช่แค่บาร์ที่มีลำโพงดี แต่คือประสบการณ์ที่หลอมรวมอาหารจากเชฟชื่อดัง Yoji Tokuyoshi (เจ้าของรางวัลมิชลิน) เข้ากับดนตรีจากคิวเรเตอร์ Polifonic ผ่านระบบเสียง High Resolution ของลำโพง H.A.N.D. ที่คัสตอมมาเพื่อร้านนี้โดยเฉพาะ ชื่อร้านมาจากคำว่า Mmogo ในภาษา Sotho แปลว่า “Together” เป็นจุดรวมตัวของคนรักเสียงเพลงและรสชาติที่ล้ำลึก
เวลาเปิด-ปิด: 18:00 – 01:00
16 | 10_11 (Ten Eleven) - Portrait Milano
บาร์และห้องอาหารสุดหรูในโรงแรม Portrait Milano ที่ตั้งอยู่ในอาคารสำนักสงฆ์เก่าศตวรรษที่ 16
สัมผัสความพิเศษที่นี่: เรามีโอกาสได้ทานอาหารเช้าที่นี่และขอยกให้เป็น "The Best Breakfast" ของทริปนี้เลยครับ ทั้งรสชาติอาหารที่ประณีตและการบริการระดับ 5 ดาวที่ใส่ใจในทุกดีเทล ท่ามกลางบรรยากาศลานกว้าง (Piazza) ที่สวยสะกดตา เป็นความ Luxury ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองอย่างประหลาด
เวลาเปิด-ปิด: 07:00 – 01:00
17 | Mascherpa
ร้านทิรามิสุ (Tiramisù) ร้านแรกในมิลานที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ขนมหวานคลาสสิกให้ทันสมัยและเข้าถึงง่าย
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ความพิเศษของที่นี่คือความสดใหม่และเนื้อสัมผัสของครีมมาสคาร์โปเน่ที่เนียนนุ่มและเบาหวิวราวกับก้อนเมฆ มีให้เลือกหลายรสชาติทั้ง Original, Pistachio และ Matcha บรรจุมาในโหลแก้วน่ารักๆ หรือจะสั่งเป็นชิ้นสำหรับเดินทานก็ได้ เป็นรสชาติที่สายหวานต้องมาซ้ำ
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 20:00
18 | Bar Luce (Fondazione Prada)
คาเฟ่ที่ออกแบบโดยผู้กำกับชื่อดัง Wes Anderson ทุกมุมในร้านคือฉากในหนังที่มีชีวิต
สัมผัสความพิเศษที่นี่: บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในมิลานยุค 1950s ด้วยโทนสีเขียวพาสเทล เพดานลายกราฟิกที่เลียนแบบโครงสร้างตึก Duomo และตู้พินบอล Steve Zissou แนะนำให้ลองสั่งขนมหวานสีลูกกวาดและจิบเอสเปรสโซ่ริมหน้าต่างเพื่อดื่มด่ำกับดีไซน์ที่ไม่มีใครเหมือน
เวลาเปิด-ปิด: 08:30 – 20:00
19 | Hygge
ร้านบรันช์บรรยากาศอบอุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาความสุขสไตล์นอร์ดิก
สัมผัสความพิเศษที่นี่: เมนูบรันช์ที่นี่เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ จัดวางมาอย่างสวยงามพร้อมรสชาติที่กลมกล่อม บรรยากาศในร้านเป็นกันเองมาก มีความละเมียดละไมในทุกรายละเอียด เหมาะสำหรับการมานั่งทบทวนแผนเที่ยวพร้อมจิบกาแฟดีๆ ในยามเช้า
เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 15:30 (ปิดจันทร์-อังคาร)
20 | Giacomo Caffè
คาเฟ่ระดับตำนานที่ตั้งอยู่ใน Palazzo Reale ติดกับมหาวิหาร Duomo
สัมผัสความพิเศษที่นี่: การตกแต่งด้วยไม้สีเข้มและกำแพงที่เต็มไปด้วยหนังสือให้ความรู้สึกเหมือนห้องสมุดส่วนตัวที่หรูหราของชนชั้นสูงมิลาน ที่นี่คือจุดแวะพักหลังชมมิวเซียมที่ดีที่สุด ดื่มด่ำกับความเงียบสงบและรสชาติขนมหวานสไตล์คลาสสิกท่ามกลางความวุ่นวายภายนอก
เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 20:00
21 | Sant Ambroeus Milano
ร้านอาหาร ขนม และกาแฟระดับไฮเอนด์ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1936 และยังคงความโก้หรูไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
สัมผัสความพิเศษที่นี่: โดดเด่นด้วยโทนสีชมพูพีชอันเป็นเอกลักษณ์และการบริการแบบ Old-school ที่เนี้ยบกริบ นอกจากจะเป็นสวรรค์ของคนรักขนมหวานระดับ Masterpiece แล้ว ที่นี่คือจุดหมายของการทานอาหารแบบ Full Course ที่คลาสสิกที่สุดแห่งหนึ่งในมิลาน เมนูอาหารคาวของที่นี่เน้นความหรูหราที่เรียบง่ายแต่เลือกใช้วัตถุดิบพรีเมียมที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Cotoletta alla Milanese ที่กรอบนอกนุ่มใน หรือพาสต้าเส้นสดที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน แนะนำให้ลองมาทานมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศการทานอาหารท่ามกลางชนชั้นสูงและเหล่าดีไซน์เนอร์ชาวมิลานแท้ๆ
เวลาเปิด-ปิด: 07:30 – 23:00
22 | Loste Café (Via Francesco Guicciardini)
คาเฟ่แนว Specialty Coffee และเพสทรีที่ก่อตั้งโดยอดีตเชฟจากร้าน Noma
สัมผัสความพิเศษที่นี่: กาแฟที่นี่รสชาติดีมากในระดับ Specialty และที่พลาดไม่ได้คือเพสทรีอบใหม่ โดยเฉพาะ Cinnamon Roll และ Pain au Chocolat ที่กรอบนอกนุ่มในและหอมเนยสุดๆ บรรยากาศร้านมีความโมเดิร์นและมินิมอล แสงธรรมชาติส่องเข้าร้านสวยมากในช่วงเช้า
เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 18:00
23 | LùBar
ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในเรือนกระจก (Orangerie) สุดชิคภายในวิลล่าสมัยศตวรรษที่ 18
สัมผัสความพิเศษที่นี่: การทานอาหารท่ามกลางต้นปาล์มและรูปปั้นหินอ่อนใต้เพดานกระจกสูงลิ่ว ให้ความรู้สึกที่สดชื่นและโรแมนติกมาก อาหารที่นี่เน้นสไตล์ซิซิเลียนที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง รสชาติสะอาดสะอ้านและพรีเมียม เป็นจุดเช็คอินที่สวยทุกมุมจริงๆ
เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 00:00
24 | Aroma Napoletano
จุดรวมพลคนรักครัวซองต์และขนมสไตล์เนเปิลส์ที่หอมฟุ้งไปทั้งถนนในย่าน Isola
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักครัวซองต์ไส้ทะลัก มีให้เลือกตั้งแต่ไส้ครีมพิตาชิโอเข้มข้นไปจนถึงช็อกโกแลตเยิ้มๆ แป้งครัวซองต์กรอบหอมเนยมาก เป็นมื้อเช้าที่เติมพลังได้ดีเยี่ยมก่อนไปเดินเที่ยวต่อ
เวลาเปิด-ปิด: 07:00 – 20:00
25 | Berberè
ร้านพิซซ่าแป้ง Sourdough ที่เน้นความสบายท้องและวัตถุดิบคุณภาพสูงจากฟาร์มท้องถิ่น
สัมผัสความพิเศษที่นี่: แป้งพิซซ่าที่นี่หมักนานกว่า 24 ชั่วโมงทำให้กรอบนอกนุ่มในและย่อยง่ายมาก หน้าพิซซ่ามีความสร้างสรรค์และใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล บรรยากาศในร้านมีความเป็นกันเองและดูวัยรุ่น เป็นพิซซ่าแนวใหม่ที่คุณจะหลงรัก
เวลาเปิด-ปิด: 12:30–14:30, 19:00–23:30
26 | Al Matarel
ร้านอาหารอิตาเลียนดั้งเดิมที่เสิร์ฟรสชาติแบบมิลานแท้ๆ (Milanese Traditional) มาอย่างยาวนาน
สัมผัสความพิเศษที่นี่: เมนูแนะนำคือ Risotto alla Milanese (ข้าวผัดใส่หญ้าฝรั่นสีเหลืองทอง) และ Ossobuco (เนื้อวัวตุ๋น) รสชาติเข้มข้นเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน บรรยากาศร้านไม้เก่าๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนทานข้าวที่บ้านเพื่อนในมิลาน
เวลาเปิด-ปิด: 12:30–14:30, 19:30–22:30
27 | Niko Romito (Space Milano)
Gourmet Shop ของเชฟระดับมิชลิน 3 ดาวที่นำเสนอความเรียบง่ายแต่ทรงพลังในรสชาติ
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่คือแหล่งรวมวัตถุดิบชั้นเลิศที่เชฟคัดสรรเอง ตั้งแต่เครื่องปรุงรสชั้นดี ขนมจุกจิก ขนมปังสูตรพิเศษที่นุ่มนวลมาก ไปจนถึง น้ำผลไม้คั้นสด ที่รสชาติบริสุทธิ์และเข้มข้นถึงใจ เป็นพิกัดที่คนรักการทำอาหารและสาย Gourmet ต้องแวะมาเก็บของดี
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 20:00
28 | Pasticceria Sissi
ร้านขนมหวานสไตล์โบราณที่มีเสน่ห์มากและเป็นที่รักของคนท้องถิ่นในย่าน Piazza Risorgimento
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ไฮไลท์คือ Brioche ไส้ครีมสดที่พนักงานจะบีบใส่ให้ใหม่ๆ ทันทีที่คุณสั่ง รสชาติโฮมเมดสุดๆ บรรยากาศหลังร้านมีสวนเล็กๆ ที่ร่มรื่นและโรแมนติกมาก เป็นจุดแวะพักจิบกาแฟยามเช้าที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตแบบคนมิลานจริงๆ
เวลาเปิด-ปิด: 06:30 – 20:00 (ปิดวันอังคาร)
29 | Le Striatelle di Nonna Mafalda
ร้านอาหารที่เน้นความเรียบง่ายและจิตวิญญาณของอาหารโฮมเมดสไตล์อิตาลี
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ความโดดเด่นอยู่ที่ Striatelle (แป้งแผ่นกรอบสูตรเฉพาะ) และพาสต้าเส้นสดที่ทำมาอย่างตั้งใจ รสชาติอาหารที่นี่มีความซื่อตรงและชัดเจน เหมือนมีคุณย่าอิตาเลียน (Nonna) มาปรุงให้ทานข้างโต๊ะ บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองมาก
เวลาเปิด-ปิด: 12:00–15:00, 19:00–23:00
30 | VERO Gelateria Cremeria (Corso Garibaldi)
ร้านเจลาโต้ในย่าน Garibaldi ที่การันตีความสดใหม่และรสชาติจากธรรมชาติ 100%
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ชื่อร้าน "Vero" แปลว่า "จริง" เพื่อสื่อถึงรสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบที่ใช้ ไม่มีการใส่สารปรุงแต่ง เนื้อเจลาโต้เนียนละเอียดและนุ่มนวลมาก รสชาติพิตาชิโอและเฮเซลนัทของที่นี่คือเข้มข้นจนหยุดกินไม่ได้จริงๆ
เวลาเปิด-ปิด: 12:00 – 23:00
[ Local Vibes & Lifestyle ]
31 | Navigli
ย่านริมคลองที่มีชีวิตชีวาที่สุดของมิลาน เป็นศูนย์กลางของศิลปินและชีวิตยามค่ำคืน
สัมผัสความพิเศษที่นี่: แนะนำให้มาช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงที่ตกกระทบริมคลองจะสวยมาก และย่านนี้จะคึกคักไปด้วยวัฒนธรรม Aperitivo (การดื่มและทานของว่างก่อนมื้อค่ำ) บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คนออกมาใช้ชีวิต เป็นจุดที่สะท้อนพลังของเมืองมิลานได้ชัดเจนที่สุด
เวลาเปิด-ปิด: คึกคักที่สุดช่วง 18:00 น. เป็นต้นไป
32 | Via Stampa
ร้านอาหารและคาเฟ่ในย่านเท่ที่รวบรวมคนทำงานสร้างสรรค์ยุคใหม่ของมิลานไว้เพียบ
สัมผัสความพิเศษที่นี่: การตกแต่งร้านมีความทันสมัยและดูมินิมอลแต่ยังมี Detail อาหารที่นี่เน้นการนำเสนอที่น่าสนใจและใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตโดยตรง รสชาติอาหารมีความเป็น Cosmopolitan ที่เข้าถึงง่ายและเปี่ยมด้วยรสนิยม
เวลาเปิด-ปิด: 12:30–15:00, 19:30–23:00
33 | Pack Supermarket
ซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นที่เป็นสวรรค์ของคนรักการออกแบบแพ็กเกจจิ้งและอาหารชั้นเลิศ
สัมผัสความพิเศษที่นี่: ที่นี่คือจุดที่เราใช้เวลาเดินอยู่นานมาก เพราะสินค้าอิตาลีที่นี่มีแพ็กเกจจิ้งที่สวยงามจนอยากซื้อเก็บไว้ทุกชิ้น เหมาะมากสำหรับการซื้อของฝากคุณภาพดีที่มีดีไซน์สวยกลับไป เป็นการจบรูทมิลานด้วยการซึมซับความสวยงามในระดับชีวิตประจำวัน
เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 21:00
#HoparoundTip for a Perfect Milanese Journey
มิลานเป็นเมืองที่ผังเมืองถูกออกแบบมาให้เดินสำรวจได้สนุกและมีอะไรให้ตื่นเต้นในทุกหัวมุมถนน แต่ถ้าใครต้องการประหยัดเวลาและเซฟพลังงานขา ระบบขนส่งสาธารณะของที่นี่ถือว่าตอบโจทย์มากครับ ทั้ง Metro (รถไฟใต้ดิน) ที่รวดเร็วครอบคลุม และที่พลาดไม่ได้คือการนั่ง Tram (รถราง) สายประวัติศาสตร์ที่วิ่งตัดผ่านเมือง ซึ่งช่วยให้คุณได้ชมสถาปัตยกรรมสวยๆ สองข้างทางไปในตัว ที่สำคัญคือความสะดวกสบายในการเดินทาง เพราะตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องไปต่อคิวซื้อตั๋วตู้ให้เสียเวลา เพียงแค่ใช้บัตรเครดิตหรือเดบิต VISA / MASTERCARD ที่มีสัญลักษณ์ Contactless (หรือจะจ่ายผ่าน Apple Pay / Google Pay ในมือถือ) ก็สามารถแตะขึ้นรถได้ทันทีครับ
และสิ่งที่จะทำให้ทริปของคุณเข้าถึงหัวใจของชาวมิลานแท้ๆ คือการออกไปสัมผัสวัฒนธรรม Aperitivo ในย่าน Navigli ช่วงเวลาประมาณ 18:00 - 20:00 น. ลองสั่ง Aperol Spritz มาจิบแกล้มของว่างเบาๆ ท่ามกลางแสงสีทองยามเย็นที่ตกกระทบผิวน้ำในคลอง รับรองว่านี่จะเป็นโมเมนต์ที่ทำให้ทริปมิลานครั้งแรกของคุณสมบูรณ์แบบและอยู่ในความทรงจำไปอีกนานครับ
Hoparound’s 5 Golden Rules for Milano
เพื่อให้ทริปมิลานของคุณราบรื่นและเป๊ะปังเหมือนคนโลคอล นี่คือ 5 สิ่งที่เราสรุปมาให้จากประสบการณ์ตรงครับ:
1 | มารยาทการดื่มกาแฟแบบ Milanese คนมิลานจริงจังเรื่องกาแฟมาก หากคุณสั่งกาแฟดื่มที่เคาน์เตอร์บาร์ (Al Banco) ราคาจะถูกกว่าการนั่งโต๊ะ (Al Tavolo) อย่างชัดเจน และจำไว้ว่าคนอิตาลีจะไม่สั่ง Cappuccino หรือกาแฟใส่นมหลังเวลา 11 โมงเช้า เพราะถือว่าเป็นเครื่องดื่มสำหรับมื้อเช้าเท่านั้น ถ้าอยากเป็นสายคูลหลังมื้อเที่ยง ให้สั่ง "Un Caffè" (Espresso) แทนครับ
2 | จองล่วงหน้าคือทางรอดเดียว สำหรับแลนด์มาร์คยอดฮิตอย่างการขึ้นไปเดินบนหลังคาดูโอโม่ (Duomo Rooftop) หรือการชมภาพ The Last Supper คุณควรจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน รวมถึงร้านอาหารยอดฮิตในลิสต์นี้หลายแห่งมักจะเต็มเร็วมาก การส่ง DM หรือจองผ่านระบบเว็บไซต์ไปก่อนจะช่วยให้คุณไม่พลาดพิกัดสำคัญ
3 | แต่งตัวให้ "ถูกจริต" เมืองแฟชั่น มิลานไม่ใช่เมืองที่คุณจะใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะเดินเข้าโบสถ์หรือร้านอาหารหรู แม้จะไม่ต้องจัดเต็มระดับรันเวย์ แต่การแต่งตัวสไตล์ Smart Casual หรือมีความเนี้ยบแบบ Effortless จะช่วยให้คุณได้รับบริการที่ดีขึ้นและดูกลมกลืนไปกับบรรยากาศเมืองที่มีรสนิยมแห่งนี้
4 | สังเกตและระวังตัวอย่างมีสไตล์ แม้พื้นฐานมิลานจะเป็นเมืองที่ปลอดภัย แต่ในจุดท่องเที่ยวหนาแน่นอย่าง Piazza del Duomo หรือสถานีรถไฟ Milano Centrale ควรระวังพวกมิจฉาชีพที่เข้ามาทักทายแบบแปลกๆ เช่น ยื่นอาหารนกใส่มือ หรือเอาสายสิญจน์มาผูกข้อมือ ให้ปฏิเสธด้วยความมั่นใจแล้วเดินต่อทันที (Don't be a victim, be a visitor!)
5 | เวลาเปิด-ปิด คือเรื่องสำคัญ ร้านค้าและมิวเซียมหลายแห่งในมิลานมักจะ "ปิดวันจันทร์" หรือมีเวลาพักเบรคช่วงบ่าย (Siesta) ในบางย่าน ก่อนจะออกเดินทาง อย่าลืมเช็คเวลา Google Maps ให้แม่นยำ หรือจะให้ชัวร์ที่สุดคือตามรอยลิสต์ของ Hoparound ที่เราเช็คช่วงเวลาที่ Vibe ดีที่สุดมาให้คุณแล้วครับ
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความประทับใจที่เราได้ไปสัมผัสมา หวังว่าลิสต์ 34 พิกัดนี้จะเป็นไกด์นำทางให้ทริปมิลานของคุณเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและรสนิยมที่ยอดเยี่ยมนะครับ และเพื่อไม่ให้พลาดคอนเทนต์ดีไซน์และไลฟ์สไตล์การเดินทางแบบเจาะลึกจากเรา อย่าลืมติดตาม Hoparound.co ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram และ TikTok เพื่ออัปเดตเทรนด์และพิกัดใหม่ๆ ก่อนใคร

แล้วพบกันที่มิลาน... เมืองที่ทุกย่างก้าวคือศิลปะและการใช้ชีวิต
Stay Inspired, ชาว #Hopster !
@Kajornfurst @Cakepoon




























































































































































































































































































































































































































Comments