The Ritz-Carlton, Koh Samui นิยามความลักชูรีจากแบรนด์ระดับตำนานในอ่าวส่วนตัวบนเกาะสมุย
- hoparound.co

- 17 hours ago
- 2 min read

รีวิวประสบการณ์พักผ่อนใน Ultimate Pool Villa ที่ The Ritz-Carlton, Koh Samui
หากจะพูดถึงแบรนด์โรงแรมที่เป็นไอคอนิกและเป็นบรรทัดฐานของคำว่า Ultra-luxury hospitality ทั่วโลก ชื่อของ The Ritz-Carlton ย่อมเป็นคำตอบแรกในใจของนักเดินทางเสมอครับ ประวัติศาสตร์ของแบรนด์นี้ย้อนกลับไปได้ไกลถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยมีจุดเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ของ César Ritz ชายชาวสวิสผู้ได้รับฉายาว่าเป็น "ราชาแห่งคนทำโรงแรม และคนทำโรงแรมของพระราชา" เค้าคือผู้ปฏิวัติวงการด้วยการนำความประณีตขั้นสุดและการบริการแบบรู้ใจมาใส่ไว้ในโรงแรม Ritz ที่ปารีสและลอนดอน ก่อนที่แบรนด์จะถูกส่งต่อและก่อตั้งเป็น The Ritz-Carlton Hotel Company ในปี 1983 โลโก้รูปสิงโตทรงพลังภายใต้ตราราชวงศ์อังกฤษ และปรัชญาการดูแลแขกที่มองพนักงานทุกคนเป็น Ladies and Gentlemen จึงกลายเป็นตำนานที่ส่งต่อความเอ็กซ์คลูซีฟมาจนถึงเครือ Marriott International ในปัจจุบันครับ
สำหรับ The Ritz-Carlton, Koh Samui รีสอร์ทหรูที่เปิดตัวในปี 2017 บนพื้นที่กว่า 146 ไร่ โอบล้อมด้วยอ่าวส่วนตัวที่เงียบสงบทางทิศเหนือของเกาะสมุย ที่นี่อยู่ภายใต้การเป็นเจ้าของของ YTL Hotels กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมยักษ์ใหญ่จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีความพันธมิตรที่แน่นแฟ้นยาวนานกับ Marriott ในการร่วมสร้างโปรเจกต์ระดับมาสเตอร์พีซทั่วโลก ที่นี่ให้บริการห้องพักและวิลล่ารวมทั้งหมด 175 ห้อง ครับ โดยแบ่งเป็นห้องพักแบบสวีทบนอาคาร (Suites) 73 ห้อง และพูลวิลล่าส่วนตัว (Pool Villas) อีก 102 หลัง ตัวรีสอร์ทได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามเพื่อเชิดชูวิถีชีวิตท้องถิ่นครับ เค้าหยิบเอาเรื่องราวของหมู่บ้านชาวประมงโบราณและสวนมะพร้าวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสมุย มาตีความใหม่ผ่านสถาปัตยกรรมคอนเทมโพรารีที่โปร่งสบายและดูโก้หรู มวลอารมณ์ของที่นี่จึงเต็มไปด้วยความนิ่ง สงบ แต่ในขณะเดียวกันก็มีพลังของธรรมชาติที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ทุกมุมเลยครับ

The Arrival: สัมผัสแรกตั้งแต่ก้าวออกจากสนามบิน
การเดินทางไปพักผ่อนที่สมุยครั้งนี้ราบรื่นมากครับ ทันทีที่เดินออกจากประตูสนามบินสมุย เราก็พบกับเจ้าหน้าที่ของโรงแรมที่มารอชูป้ายต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ทางโรงแรมจัดรถมารับเราเพื่อเดินทางไปยังรีสอร์ท ภายในรถมีการจัดเตรียมน้ำดื่ม ผ้าเย็น และขนมขบเคี้ยวไว้ให้พร้อมสรรพ การบริการที่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่เริ่มต้นการเดินทางแบบนี้ ถือเป็นเครื่องหมายการค้าที่ตอกย้ำความเป็นเลิศของแบรนด์ได้ดีมากครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาทีก็มาถึงล็อบบี้ของโรงแรมซึ่งเปิดรับลมทะเลและทัศนียภาพของอ่าวไทยได้อย่างเต็มสายตาครับ


Our Villa: Ultimate Pool Villa หลังสุดท้ายกับความเป็นส่วนตัวขั้นสุด
รอบนี้เราเข้าพักที่ห้อง Ultimate Pool Villa ครับ ความพิเศษคือพูลวิลล่าของเราตั้งอยู่เป็นหลังสุดท้ายของโซน ซึ่งถือเป็นทำเลที่มอบความเป็นส่วนตัวแบบขั้นสุด ตัววิลล่ามีขนาดใหญ่และโอ่โถงมาก โดยเค้าออกแบบและจัดวางพื้นที่ใช้สอยภายในและภายนอกแยกสัดส่วนออกจากกันอย่างชัดเจนและประณีตมากครับ

The Space: ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา เราจะเจอกับส่วนห้องนั่งเล่น (Living Area) ที่โปร่งสบายมากๆ ครับ ฝ้าเพดานสูงและกระจกบานใหญ่ทำให้แสงธรรมชาติสว่างทั่วทั้งห้อง การจัดวางโซฟาและมุมพักผ่อนทำออกมาได้ลงตัว เหมาะสำหรับการมานั่งอ่านหนังสือ จิบกาแฟ หรือเอนกายพักผ่อนระหว่างวันโดยไม่รู้สึกอึดอัดเลยครับ

The Bedroom: ขยับมาที่ส่วนห้องนอน ไฮไลต์คือเตียงนอนขนาดใหญ่หนานุ่มตามมาตรฐานระดับตำนานของแบรนด์ ที่ต้องยอมรับเลยครับว่าช่วยให้เรานอนหลับได้อย่างสบายและเต็มอิ่มตลอดทั้งคืน รอบๆ เตียงเปิดโล่งด้วยกระจกใสที่สามารถมองออกไปเห็นพื้นที่ภายนอกได้ เป็นห้องนอนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและนิ่งสงบอย่างแท้จริง

The Bathroom & Walk-in Closet: พื้นที่ห้องน้ำของที่นี่จัดว่ากว้างขวางและเชื่อมต่อกับโซน Walk-in Closet ได้อย่างเป็นระเบียบครับ ตู้เสื้อผ้าและพื้นที่เก็บสัมภาระมีขนาดใหญ่พอให้เราจัดวางของได้อย่างจุใจ ส่วนในห้องน้ำมีการจัดวางอ่างอาบน้ำแบบลอยตัว (Freestanding Bathtub) ดีไซน์โก้หรูไว้ตรงกลาง และแยกโซนฝักบัวกับห้องสุขาไว้อย่างดี ที่ประทับใจมากคืออเมนิตี้ที่เลือกใช้แบรนด์พรีเมียมอย่าง Diptyque แบรนด์น้ำหอมชื่อดังจากฝรั่งเศส ซึ่งให้กลิ่นหอมหรูหรา ละมุนละไม ช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายในระหว่างการอาบน้ำได้ดีมากครับ

The View & Outdoor Oasis: และสิ่งที่เป็นที่สุดของวิลล่าหลังนี้คือทัศนียภาพรอบตัวและพื้นที่พักผ่อนกลางแจ้งครับ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งอยู่หลังสุดท้าย ทำให้เราได้มุมมองวิวทะเลสีครามของอ่าวไทยที่กว้างขวางและไม่มีอะไรมาบดบัง สายตาจะปะทะกับเส้นขอบฟ้าแบบเต็มๆ โดยตัววิลล่ามาพร้อมกับระเบียงส่วนตัวขนาดใหญ่ (Private Terrace) ที่เปิดรับลมทะเลได้อย่างเต็มที่ ตรงนี้มีสระว่ายน้ำส่วนตัว (Private Pool) ดีไซน์ทอดยาวขนานไปกับวิวทะเลกว้างขวาง เหมาะสำหรับการลงไปแช่น้ำผ่อนคลายพร้อมชมวิวแบบทริปเปิลเอ็กซ์คลูซีฟ ข้างๆ สระยังจัดวางเดย์เบดและเตียงนอนอาบแดดตัวใหญ่หนานุ่มไว้ให้เราได้เอนกายรับแสงแดดยามเช้า หรือนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ช่วงบ่าย เป็นมุมไฮไลต์ที่เราชอบมาใช้เวลาปล่อยใจไปกับธรรมชาติและสโลว์ไลฟ์ได้ตลอดทั้งวันโดยไม่รู้สึกเบื่อเลยครับ
Spa Village Koh Samui: ประสบการณ์เวลเนสที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทย
เรามีโอกาสได้ไปเปิดประสบการณ์ทำ Spa Treatment เป็นเวลา 90 นาทีที่ Spa Village Koh Samui ซึ่งเป็นสปาที่นำเอาวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานได้อย่างน่าสนใจมากครับ ทรีตเมนต์ของเราเริ่มต้นด้วยขั้นตอนที่เรียกว่า Songkran Shower หรือการสาดน้ำล้างตัวเพื่อความเป็นสิริมงคลและการชำระล้างความเหนื่อยล้า ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากประเพณีสงกรานต์ของไทย ถือเป็น Welcome Ritual ของสปาที่ช่างคิดและสร้างความสดชื่นได้ดีมากครับ

หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการขัดผิวและสครับเพื่อผลัดเซลล์ผิวด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการนวดหลักที่เป็นแบบนวดไทยฟิวชั่น (Thai Fusion Massage) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคนิคการกดจุดและยืดเส้นของการนวดไทยโบราณ เข้ากับการนวดน้ำมันที่เน้นความนุ่มนวลและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ พี่เทอราพิสมีความเชี่ยวชาญสูงมากครับ น้ำหนักมือสม่ำเสมอและจำจุดที่ราต้องการเน้นได้ดี เป็น 90 นาทีที่ช่วยคืนความสมดุลให้ร่างกายและจิตใจได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

Breakfast at Shook!: การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยรสชาติที่หลากหลาย
มื้อเช้าของที่นี่เสิร์ฟที่ห้องอาหาร Shook! ครับ บรรยากาศเป็นแบบเอเชียร่วมสมัยที่ดูมีพลังและมีชีวิตชีวา อาหารเช้าที่นี่มีโครงสร้างที่ตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่ม โดยผสมผสานระหว่างไลน์บุฟเฟต์นานาชาติที่มีความหลากหลายสูงมาก ตั้งแต่สลัดผักสด ชีสเกรดพรีเมียม เมนูอาหารตะวันตก ไปจนถึงอาหารเอเชียและอาหารใต้รสชาติจัดจ้าน นอกจากนี้ยังมีเมนูแบบ A la carte ที่ปรุงสดใหม่ร้อนๆ จานต่อจานให้เราเลือกสั่งได้ตามใจชอบ เราชอบการได้นั่งจิบกาแฟรสชาติดีเคล้าไปกับมื้อเช้าที่มีคุณภาพ เป็นการเริ่มต้นวันที่ทำให้เราไม่อยากรีบเร่งไปไหนครับ

Dinner at The Ranch: ความลงตัวของสเต็กเฮาส์ระดับพรีเมียม
สำหรับมื้อค่ำ เราเลือกฝากท้องไว้ที่ห้องอาหาร The Ranch ซึ่งเป็นสเต็กเฮาส์สไตล์คลาสสิกของรีสอร์ท มวลอารมณ์ของห้องอาหารนี้จะมีความโก้ นิ่ง และ Sophisticated เหมาะสำหรับมื้อพิเศษ เมนูเด่นของที่นี่คือเนื้อวัวเกรดพรีเมียมที่คัดสรรมาจากแหล่งผลิตชั้นนำทั่วมุมโลก นำมาปรุงด้วยเทคนิคที่แม่นยำจนได้เนื้อที่สุกกำลังดี มีความฉ่ำและรสชาติเข้มข้น ยิ่งทานคู่กับเครื่องเคียงที่ทำออกมาได้ประณีตและไวน์ที่คัดสรรมาอย่างดี ยิ่งช่วยยกระดับมื้อค่ำนี้ให้เต็มไปด้วยความรื่นรมย์ครับ

Dining Destinations & Afternoon Tea: สำรวจห้องอาหารและช่วงเวลายามบ่าย
นอกจากห้องอาหารหลักที่เราได้ไปลองทานมาแล้ว ภายในรีสอร์ทยังมีจุดหมายปลายทางด้านอาหารอีกหลายแห่งที่น่าสนใจครับ
Pak Tai: ห้องอาหารไทยภาคใต้ที่เน้นการนำเสนอวัตถุดิบจากท้องถิ่นและรสชาติแบบดั้งเดิมที่จัดจ้านถึงใจ ในบรรยากาศที่นั่งแบบซุ้มส่วนตัวที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ
Sea Salt: ห้องอาหารริมสระว่ายน้ำหลักที่เสิร์ฟอาหารสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ด ค็อกเทลรสชาติสดชื่น และอาหารนานาชาติในบรรยากาศสบายๆ รับลมทะเล
Tides: บาร์ริมสระที่เหมาะสำหรับการมานั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ระหว่างวัน
One Rai: เลานจ์และบาร์รูปทรงกลมที่ตั้งอยู่บนมุมสูง เหมาะสำหรับการมานั่งชมพระอาทิตย์ตกดินพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด
Afternoon Tea: สำหรับช่วงเวลายามบ่าย เราแวะมาทาน Afternoon Tea เซ็ตของว่างและขนมหวานยามบ่ายที่เชฟรังสรรค์ขึ้นมาอย่างละเมียดละไม ทานคู่กับชารสเลิศในบรรยากาศที่มองเห็นวิวอ่าวส่วนตัว เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมผ่อนคลายที่ไม่ควรพลาดครับ
Water Activities: พลังงานบวกและกิจกรรมสนุกบนผิวน้ำ
วันต่อมาเราขยับมาเติมพลังงานบวกด้วยกิจกรรมทางน้ำบริเวณชายหาดส่วนตัวของรีสอร์ทครับ ที่นี่มีอุปกรณ์สำหรับทำกิจกรรมทางน้ำแบบ Non-motorised ให้บริการครบครัน รอบนี้เราเลือกไปพาย Paddle board เล่นรอบๆ อ่าวครับ น้ำทะเลที่นี่ค่อนข้างนิ่งและคลื่นลมไม่แรง ทำให้เราสามารถทรงตัวและพายชมทัศนียภาพของรีสอร์ทจากมุมมองในทะเลได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัย ถือเป็นการออกกำลังกายเบาๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่สดชื่นมากครับ

Swim Reef: ประสบการณ์ Snorkeling ในแนวปะการังจำลองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไม่มีที่ไหนเหมือนคือ Swim Reef ครับ ที่นี่คือแนวปะการังจำลองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในใจกลางรีสอร์ท ซึ่งได้รับการดูแลโดยนักชีววิทยาทางทะเลอย่างใกล้ชิด ภายใน Swim Reef แห่งนี้มีปลาทะเลเขตร้อนมากกว่า 50 สายพันธุ์แหวกว่ายอยู่ เราได้มีโอกาสไปทำกิจกรรม Snorkeling หรือดำน้ำตื้นดูปะการังและปลาสวยงามในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและน้ำใสสะอาดมากครับ เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจและให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ไปดำน้ำในทะเลลึกจริงๆ ถือเป็นกิจกรรมที่ให้ทั้งความสนุกและความรู้เรื่องระบบนิเวศทางทะเลที่ดีมากครับ
Active Lifestyle: คอมมูนิตี้สปอร์ตวิวทะเลระดับสเตตเมนต์
สำหรับสายแอคทีฟ โซนกิจกรรมกีฬาของที่นี่คือไฮไลต์ที่ออกแบบมาได้โก้และน่าประทับใจมากครับ โรงแรมมี Fitness Centre ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง อัดแน่นด้วยอุปกรณ์คาร์ดิโอและสเตร็งท์เทรนนิ่งเกรดพรีเมียม แต่จุดสะดุดสายตาที่สุดคือ Muay Thai Ring สังเวียนมวยไทยจำลองแบบเปิดโล่งที่มีอุปกรณ์ครบครันและมีครูฝึกคอยไกด์เทคนิคแบบตัวต่อตัว การได้ขยับร่างกายผ่านศิลปะการต่อสู้ในมวลอารมณ์ที่รับลมทะเลไปด้วยเป็นพลังงานที่ดีมากครับ


นอกจากนี้ รีสอร์ทยังจัดเต็มด้วย สนามเทนนิสและสนามบาสเกสบอลวิวทะเล ที่สวยงามจนสามารถเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในจุดเล่นกีฬาที่ทัศนียภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งเลยครับ การได้มาลงสนามไดรฟ์ลูกบาสหรือหวดเทนนิสโดยมีฉากหลังเป็นวิวเส้นขอบฟ้าและทะเลสีครามสุดสายตา มันเปลี่ยนการออกกำลังกายทั่วไปให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่รื่นรมย์มากครับ ที่สำคัญตามสเตชั่นกีฬาเหล่านี้ ทางรีสอร์ทยังมีบริการน้ำดื่มเย็นฉ่ำและครีมกันแดด SPF 50 แสตนด์บายไว้ให้แขกได้หยิบใช้ตลอดเวลา สะท้อนถึงความใส่ใจในแบบ Ritz-Carlton อย่างแท้จริงครับ

Wrapping Up Our Stay: บทสรุปของความทรงจำและงานบริการระดับตำนาน
การได้มาใช้เวลาพักผ่อนที่ The Ritz-Carlton, Koh Samui ในทริปนี้ เป็นการตอกย้ำให้เราเห็นถึงมาตรฐานอันยอดเยี่ยมของคำว่า ลักชูรี ที่แท้จริงครับ ทุกรายละเอียดตั้งแต่งานดีไซน์ที่นิ่งสงบ ห้องพักที่สมบูรณ์แบบ ไปจนถึงกิจกรรมที่หลากหลาย ล้วนได้รับการคิดและวางแผนมาเป็นอย่างดีเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับแขกผู้เข้าพัก
แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ทริปนี้เต็มไปด้วยความทรงจำที่มีค่าคือทีมงานทุกคนครับ เราอยากขอบคุณพนักงานในทุกภาคส่วนจริงๆ ที่ดูแลเราดีมาก ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความใส่ใจ สุภาพ และมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก ความเป็น Human Touch เหล่านี้นี่เองครับที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นใจและผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ตลอดการเข้าพัก หากคุณกำลังมองหาพื้นที่พักผ่อนที่ผสมผสานระหว่างรสนิยมที่งดงาม วิถีชีวิตท้องถิ่น และการบริการระดับตำนาน เราเชื่อว่าที่นี่คือคำตอบที่ถูกต้องและคุ้มค่าที่สุดสำหรับการมาเยือนเกาะสมุยครับ
The Ritz-Carlton, Koh Samui
Address: 9/123 Moo 5, Tambon Bophut, Koh Samui, Surat Thani 84320 Thailand
Tel: +66 (0) 77 915 777
Website: www.ritzcarlton.com/kohsamui
รีวิว Ultimate Pool Villa The Ritz-Carlton Koh Samui


























































































































Comments