Search Results
129 results found with an empty search
- Park Hyatt Milano แก่นแท้ของสุนทรียภาพและความสง่างามที่สะท้อนตัวตนของมิลาน ณ โรงแรมพาร์ค ไฮแอท มิลาน
รีวิว Park Hyatt Milan ความหรูหราสง่างามใจกลางมหานครแห่งแฟชั่น สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับกับ Hoparound.co สำหรับการเดินทางสู่มิลาน มหานครแห่งแฟชั่นและดีไซน์ในครั้งนี้ Hoparound.co ขอพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ Park Hyatt Milan (พาร์ค ไฮแอท มิลาน) โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ผสมผสานความหรูหราแบบคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว รับรองว่านี่คือที่สุดของการพักผ่อนใจกลางเมืองที่เปี่ยมด้วยสไตล์และมนต์เสน่ห์ Overview: ทำเลทองใจกลางมิลานที่ไม่เป็นรองใคร Park Hyatt Milan ตั้งอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่าจุดใจกลางของมิลานเลยทีเดียว คุณจะพบว่าโรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในอาคารประวัติศาสตร์อันงดงามบน Via Tommaso Grossi ซึ่งอยู่ห่างจาก Galleria Vittorio Emanuele II อันโด่งดังเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น แถมยังอยู่ในระยะที่เดินไปมหาวิหารดูโอโม่ (Duomo di Milano) โรงละครโอเปร่า Teatro alla Scala แหล่งช้อปปิ้งหรูอย่าง Quadrilatero della Moda หรือแม้แต่ตลาดหลักทรัพย์ Borsa Italiana ได้อย่างสบายๆ การเดินทางมายังโรงแรมก็แสนสะดวกสบาย เพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Duomo และ Cordusio ทำให้คุณสามารถสำรวจเมืองได้อย่างไร้กังวล ด้วยทำเลที่ตั้งที่เหนือกว่านี้ Park Hyatt Milan จึงเป็นดั่งโอเอซิสแห่งความสงบที่หรูหราใจกลางความคึกคักของเมืองแฟชั่นอย่างแท้จริง โรงแรมแห่งนี้ผสมผสานความสง่างามแบบอิตาเลียนดั้งเดิมเข้ากับการออกแบบที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว สะท้อนถึงรสนิยมและความประณีตในทุกรายละเอียด เป็นโรงแรมที่เหมาะสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสจิตวิญญาณของมิลาน รวมไปถึงร้านค้าแบบโลคอล และนักธุรกิจที่มองหาความสะดวกสบายและบริการระดับเวิลด์คลาส The Arrival and Check-in: ก้าวแรกสู่ประสบการณ์อันน่าประทับใจ ทันทีที่เราเดินทางมาถึง Park Hyatt Milan ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งความพิเศษ โรงแรมตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่ที่ดูโอ่อ่าแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น พนักงานต้อนรับที่ประตูยิ้มแย้มและให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดีในการนำกระเป๋าเดินทางของเราเข้าไปยังล็อบบี้ บริเวณล็อบบี้ของโรงแรมนั้นได้รับการตกแต่งอย่างประณีตด้วยสไตล์ที่หรูหราเหนือกาลเวลา ผสมผสานวัสดุธรรมชาติอย่างหินอ่อน ไม้เนื้อแข็ง และงานศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและพร้อมสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ขั้นตอนการเช็คอินเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว พนักงานต้อนรับมีความเป็นมืออาชีพสูง ยิ้มแย้มแจ่มใส และให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เวลาอาหารเช้า หรือแม้แต่คำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง ทุกคำถามของเราได้รับคำตอบที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงเลยทีเดียว Our Room is Premiere King: ความลงตัวของความหรูหรา ฟังก์ชันการใช้งาน และระเบียงส่วนตัว ห้องพักของเราในครั้งนี้คือห้อง Premiere King ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องพักที่น่าประทับใจที่สุดของ Park Hyatt Milan ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา เราก็สัมผัสได้ถึงความกว้างขวางและบรรยากาศที่หรูหราอบอุ่น การตกแต่งภายในเน้นโทนสีสบายตา ผสมผสานเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อดี ผ้าเนื้อนุ่ม และงานศิลปะที่คัดสรรมาอย่างดี สร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลายอย่างแท้จริง ห้อง Premiere King ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุด ด้วยพื้นที่ที่ถูกจัดสรรอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นโซนนั่งเล่นที่กว้างขวางพร้อมโซฟาและโต๊ะทำงานที่เหมาะกับการทำงานหรืออ่านหนังสือ เตียงนอนขนาดคิงไซส์ นั้นใหญ่และนุ่มสบายอย่างเหลือเชื่อ พร้อมผ้าปูที่นอนเนื้อละเอียดและหมอนหลากหลายแบบที่เลือกปรับได้ตามความชอบ ทำให้ค่ำคืนของเราที่นี่เต็มไปด้วยการพักผ่อนอย่างแท้จริง สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องก็ครบครันและทันสมัยสุดๆ ทั้ง สมาร์ททีวีจอแบนขนาดใหญ่ ที่เชื่อมต่อกับบริการสตรีมมิ่งต่างๆ และระบบเสียงคุณภาพดี โซน มินิบาร์ ที่มีเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซชั้นดี กาต้มน้ำสำหรับชงชา และเครื่องดื่มพร้อมขนมขบเคี้ยวหลากหลาย ส่วน ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ก็กว้างขวางมากพอที่จะเก็บสัมภาระของเราได้อย่างเป็นระเบียบ แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงและเป็นความพิเศษของห้อง Premiere King คือการเป็น ห้องเดียวที่มีระเบียงส่วนตัว ระเบียงแห่งนี้เป็นพื้นที่เล็กๆ ที่เงียบสงบ ให้เราได้ออกไปยืนรับลม ชมวิวเมืองมิลานในมุมสบายๆ หรือจิบกาแฟยามเช้าพร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ก่อนออกไปสำรวจเมือง ถือเป็นมุมโปรดที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับการพักผ่อนของเราได้อย่างยอดเยี่ยม และพลาดไม่ได้คือ ห้องน้ำ ซึ่งเป็นดั่งสปาขนาดย่อมในห้องพักของเราเอง ห้องน้ำขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนดูหรูหรา มีทั้ง ฝักบัวเรนชาวเวอร์ (Rain Shower) ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นราวกับยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน และ อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ที่เชิญชวนให้แช่ตัวผ่อนคลาย พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์อาบน้ำระดับพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำ ทุกรายละเอียดล้วนสะท้อนถึงมาตรฐานความหรูหราของ Park Hyatt ที่ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ Hotel Facilities: สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการพักผ่อนและธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ Park Hyatt Milan ไม่ได้เป็นเพียงโรงแรมที่มอบห้องพักอันหรูหราเท่านั้น แต่ยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้เข้าพัก: Spa & Fitness Center (The SPA): นี่คือโอเอซิสแห่งการผ่อนคลายใจกลางเมือง สปาของโรงแรมมีบรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว พร้อมให้บริการทรีตเมนต์หลากหลายรูปแบบที่ผสานเทคนิคการบำบัดแบบดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังมี อ่างน้ำวน (Whirlpool) ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโมเสกสีทองอร่าม ที่เชิญชวนให้คุณมาผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังจากวันอันเหน็ดเหนื่อย ส่วน ฟิตเนสเซ็นเตอร์ ก็ครบครันด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ทันสมัยและครบวงจร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษากิจวัตรการออกกำลังกายระหว่างการเดินทาง ห้องจัดเลี้ยงและห้องประชุม (Event Spaces): โรงแรมมีห้องจัดเลี้ยงและห้องประชุมที่หลากหลายรูปแบบและขนาด พร้อมอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ที่ล้ำสมัย และทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้ความช่วยเหลือในการจัดงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานประชุมทางธุรกิจขนาดเล็ก หรืองานเลี้ยงฉลองที่ต้องการความหรูหราและเป็นส่วนตัว Concierge Service: ทีม Concierge ของ Park Hyatt Milan มีความรู้และเชี่ยวชาญเกี่ยวกับมิลานเป็นอย่างดี พร้อมให้คำแนะนำและช่วยเหลือในการจองร้านอาหาร การจัดทัวร์ชมเมือง การซื้อตั๋วเข้าชมสถานที่สำคัญต่างๆ หรือแม้แต่การจัดหารถส่วนตัว บริการนี้ช่วยให้การเดินทางของคุณสะดวกสบายและราบรื่นยิ่งขึ้น Dining in Hotel รสชาติแห่งมิลานที่ไม่ควรพลาด Park Hyatt Milan มอบประสบการณ์ด้านอาหารที่หลากหลายและน่าประทับใจ ไม่แพ้ร้านอาหารชั้นนำภายนอกโรงแรม: Pellico 3 (เปนนิโก้ เทร): ร้านอาหารหลักของโรงแรมที่นำเสนออาหารอิตาเลียนสมัยใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบตามฤดูกาลจากทั่วอิตาลี เมนูสร้างสรรค์โดยเชฟมากฝีมือ บรรยากาศภายในร้านหรูหราแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะสำหรับมื้อค่ำสุดพิเศษ Mio Lab (มิโอ แล็บ): บาร์สุดชิคที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศที่ทันสมัยและมีชีวิตชีวา เป็นจุดนัดพบยอดนิยมสำหรับแขกของโรงแรมและคนในท้องถิ่น Mio Lab มีชื่อเสียงในด้านค็อกเทลอันเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างสรรค์โดย Mixologist มืออาชีพ รวมถึงไวน์และเครื่องดื่มหลากหลายชนิด พร้อมเมนูอาหารว่างและทาปาสเบาๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารค่ำสุดโรแมนติก หรือการสังสรรค์ในบรรยากาศสบายๆ Park Hyatt Milan ก็มีตัวเลือกที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านอาหารของคุณ Breakfast เริ่มต้นวันใหม่ด้วยมื้อเช้าสุดพิเศษ อาหารเช้าที่ Park Hyatt Milan ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ห้ามพลาด เพื่อให้คุณได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยพลังงานและความสดชื่น อาหารเช้าจะให้บริการในบรรยากาศที่หรูหราและเงียบสงบ พร้อมการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ไลน์อาหารเช้ามีความหลากหลายและครบครันอย่างน่าทึ่ง มีทั้งมุมอาหารยุโรปคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นขนมอบนานาชนิดที่อบสดใหม่ทุกวัน กลิ่นหอมกรุ่นของครัวซองต์และเพสตรี้ต่างๆ ชีสนำเข้า แฮมและโคลด์คัทคุณภาพเยี่ยม ผลไม้สดตามฤดูกาล โยเกิร์ต ซีเรียล และน้ำผลไม้คั้นสด นอกจากนี้ยังมีมุมอาหารปรุงร้อน เช่น ไส้กรอก เบคอน เห็ดผัด และที่สำคัญคือสามารถสั่งเมนูไข่ได้หลากหลายรูปแบบตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นไข่คน ไข่ดาว ออมเล็ต หรือแม้แต่ Eggs Benedict ที่ปรุงสดใหม่จานต่อจาน การได้จิบกาแฟอิตาเลียนหอมกรุ่นคู่กับขนมอบแสนอร่อย ท่ามกลางบรรยากาศที่หรูหราของโรงแรม ถือเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ในมิลานที่สมบูรณ์แบบที่สุด Wrapping Up Our Stay ความทรงจำอันล้ำค่าที่ Park Hyatt Milan ตลอดระยะเวลาที่เราได้เข้าพักที่ Park Hyatt Milan เราได้สัมผัสถึงคำว่า "ความหรูหราอย่างแท้จริง" ในทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบอันสง่างามเหนือกาลเวลา ทำเลที่ตั้งที่ยอดเยี่ยมใจกลางเมือง บริการอันไร้ที่ติของพนักงานที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ไปจนถึงห้องพักที่สะดวกสบายและครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก การได้ตื่นขึ้นมาในห้อง Premiere King ที่กว้างขวาง สัมผัสผ้าปูที่นอนเนื้อดี และเริ่มต้นวันด้วยกาแฟเอสเพรสโซหอมกรุ่นจากเครื่องชงในห้อง พร้อมออกไปยืนรับลมยามเช้าที่ระเบียงส่วนตัว ถือเป็นความสุขเล็กๆ ที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม การผ่อนคลายในอ่างน้ำวนของสปาหลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวัน หรือการลิ้มรสอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศที่ Pellico 3 ล้วนเป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มการเดินทางของเราให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น Park Hyatt Milan ไม่ใช่แค่โรงแรม แต่คือการลงทุนในประสบการณ์อันล้ำค่า ที่จะทำให้การมาเยือนมิลานของคุณเป็นความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือนได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในศิลปะ แฟชั่น หรือวัฒนธรรม หรือนักธุรกิจที่มองหาความสะดวกสบายและประสิทธิภาพ โรงแรมแห่งนี้พร้อมที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณ สำหรับ Hoparound.co แล้ว Park Hyatt Milan คือตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่เราอยากแนะนำให้นักเดินทางทุกคนได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง Park Hyatt Milano Via Tommaso Grossi 1,20121 Milan, Italy Tel: +39 02 8821 1234 Reservations: +39 02 8821 1234 Website: www.hyatt.com/park-hyatt/en-US/milph-park-hyatt-milan #LetsHoparound #ParkHyattMilano #ParkHyatt #Milano #Italy #LuxuryDesignHotel #ItalianElegance #TimelessLuxury #DuomoView #LuxuryTravel #ArchitectureLovers #DesignHotel #รีวิวโรงแรม #ที่พักมิลาน #โรงแรมอิตาลี #มิลาน #อิตาลี
- TOKYO Highlights อัพเดท 30 จุดสุดฮิปจากทริปโตเกียวล่าสุด
TOKYO Highlights อัพเดท 30 จุดสุดฮิปจากทริปโตเกียวล่าสุด ใช่, Tokyo คงไม่ใช่เมืองแปลกใหม่ของใครหลายๆคนอีกต่อไป แต่ยอมรับเถอะว่า เมืองหลวงของญี่ปุ่นแห่งนี้เป็นเมืองที่ “มีของ” มากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก Tokyo ไม่เคยขาดแคลนความน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะในแต่ละฤดูกาล แต่ละย่าน แต่ละครั้งที่เราได้ไปเยี่ยมเยือน Tokyo ก็มีอะไรใหม่ๆให้เรากระชุ่มกระชวยหัวใจได้อยู่เสมอ โดยเฉพาะครั้งนี้หลังจากที่เราไม่ได้ไปญี่ปุ่นเลยกว่า 3 ปี มาดูกันซิว่า มีที่ไหนให้น่าไป #Hop บ้าง ตามไปดูกันเลยยยย ดีลพิเศษเฉพาะชาว #Hopster เท่านั้น Exclusive offers with Hoparound.co โรงแรม DDD HOTEL ราคาพิเศษ โรงแรม The Tokyo EDITION Toranomon ราคาพิเศษ โรงแรม Toggle hotel suidobashi ราคาพิเศษ โรงแรม ONSEN RYOKAN YUEN SHINJUKU ราคาพิเศษ โรงแรม sequence MIYASHITA PARK ราคาพิเศษ โรงแรม Andaz Tokyo Toranomon Hills ราคาพิเศษ โรงแรม MUJI HOTEL GINZA ราคาพิเศษ บัตรเข้าชม Warner Bros. Studio Tour Tokyo – The Making of Harry Potter Ticket พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัล TeamLab Planets TOKYO | โตเกียว ญี่ปุ่น บัตรขึ้นจุดชมวิว "ชิบูย่า สกาย" (Shibuya Sky) | ซื้อแล้วรับบัตรได้ทันที (บัตรอิเล็กทรอนิกส์) เที่ยวสวนสนุกญี่ปุ่น | บัตรเข้าโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ต (Tokyo Disney Resort) 1 วัน The Tokyo EDITION, Toranomon EAST MEETS WEST กลับมาโตเกียวในรอบ 3 ปี!! เลยอยากมาลองพักที่ The Tokyo EDITION, Toranomon เพราะชอบสไตล์มินิมอลของแบรนด์มากๆ แบรนด์ The EDITION ก่อตั้งขึ้นโดยคุณ Lan Schrager ผู้สร้างแบรนด์โรงแรมระดับตำนาน ร่วมกับ Marriott International เครือโรงแรมระดับโลก เป็นแบรนด์ Top สุดของเครือแมริออท The Tokyo EDITION, Toranomon เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมานี่เอง (ช่วงโควิดพอดี) เราชอบการตกแต่งอย่างอบอุ่นด้วยพื้นไม้ ผนังไม้ และเพิ่มเติมด้วยต้นไม้สีเขียว ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและเตรียมพร้อมสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง โรงแรมตั้งอยู่ที่ชั้น 31–36 ของตึกระฟ้าใจกลางโตเกียวอย่าง “Tokyo World Gate” อยู่ในย่านธุรกิจ Kamiyachō ในทำเลที่สะดวกสบายติดกับจุดเชื่อมต่อรถไฟใต้ดินหลายสาย ทำให้สามารถเดินทางไปยังสถานที่ยอดนิยมอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง เช่น รปปงหงิ หรือ กินซ่า หรือไกลออกไปได้อย่างง่ายดายมากกกก ล็อบบี้ที่นี่จะอยู่ที่ชั้น 31 เราจะต้องกดลิฟต์ขึ้นมาจากชั้น 1 เมื่อลิฟต์เปิดมาเราจะเจอกับเก้าอี้ที่ตั้งเป็นงานอาร์ตและรูปถ่ายขนาดเล็ก ติดเรียงรายไปตลอดทางเดินที่ทอดยาวไปยังล็อบบี้และจุดสำหรับเช็คอิน ซึ่งล็อบบี้ที่นี่สวยมาก รู้สึกร่มรื่นเพราะเค้าตกแต่งด้วยต้นไม้กว่า 500 ต้นเลย แบ่งเป็นมุมต่างๆ ผ่อนคลายและดูไม่อึดอัด เราพักห้อง DELUXE เตียงคิงไซส์พร้อมวิวเมือง ขนาด 42 sqm ห้องพักที่นี่ออกแบบโดยสถาปนิกที่เราชอบมากที่สุดคนนึงในญี่ปุ่นเลย คือ คุณ Kengo Kuma ห้องมีความเรียบง่ายมาก มีเส้นสายที่สะอาดตาและขอบที่คมชัดตลอดแนวใช้สีออร์แกนิก เช่น พื้นไม้โอ๊คสีขาวพร้อมเฟอร์นิเจอร์สีเบจและสีขาว สิ่งที่ชอบสุดในห้องก็หนีไม่พ้น Amenities กลิ่นหอมละมุนสั่งทำพิเศษจากแบรนด์ Le Labo ใครอยากนำกลับบ้านก็ขวดละแค่ 8,000 JPY เท่านั้นนนนน สำรองห้องพัก: โรงแรม The Tokyo EDITION Toranomon ราคาพิเศษ เวลาเปิดปิด: 24 ชั่วโมง การเดินทาง: ลงสถานี Kamiyacho เดินต่ออีก 2 นาที Location: https://maps.app.goo.gl/na1NKZyXm8uTZACPA DDD Hotel คนรักงานดีไซน์ต้องตกหลุมรักโรงแรมนี้ Design, Development and Destination คือคอนเซ็ปต์ของโรงแรมแห่งนี้ นี่คือ Hidden Gem ที่เรามาพบเข้าโดยบังเอิญขณะเสิร์ชหาโรงแรมในเว็ป Expedia นอกจากจะสวย เท่ สะดวก ดีไซน์ดีแล้ว สิ่งที่ดีที่สุดก็คือคุณภาพเกินราคา! การตกแต่งเน้นสีเขียวเป็นหลัก Amenities หอมมาก ชั้นสองมีคาเฟ่ กาแฟ เบเกอรี่ เปิดให้คนภายนอกเข้าได้ด้วย สามารถมานั่งชิล นั่งทำงานได้ ตอนค่ำจะเปลี่ยนเป็นบาร์ มีดีเจเปิดเพลง ชั้น 1 เป็นห้องอาหาร "nôl" ที่จะเลือกสรรวัตถุดิบประจำซีซั่นมาปรุงอาหาร โรงแรมนี้ใกล้รถไฟ เดินทางสะดวก รอบๆ โรงแรมก็มีร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่เท่ๆ เพียบ! สำรองห้องพัก: โรงแรม DDD HOTEL ราคาพิเศษ เวลาเปิดปิด: 24 ชั่วโมง การเดินทาง: ลงสถานี Bakurochō เดินต่ออีก 1 นาที Location: https://g.page/ddd-hotel?share Bridge COFFEE & ICECREAM ตัวร้านนั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากสะพานเรียวโกกุ (Ryogokubashi) ครับข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับร้าน Bridge COFFEE & ICECREAM เลย สังเกตุง่ายๆคือมีคำว่า COFFEE สีขาวๆ ติดอยู่บนกำแพงกระเบื้องสีน้ำเงินเข้ม ที่นี่มีให้บริการตั้งแต่ กาแฟ เบเกอรี่ ไอศกรีม เวลาเปิดปิด: 8:00–19:00 การเดินทาง: ลงสถานี Bakurochō เดินต่ออีก 1 นาที Location: https://goo.gl/maps/VMRTsX9ssWzmJHfd8 ชิลแบบมีสไตล์ที่ ‘SHARE GREEN MINAMI AOYAMA’ นี่คือที่ที่รวมเอา คาเฟ่ ร้านขายต้นไม้ ดอกไม้ ออฟฟิศให้เช่าและลานปิกนิกมาไว้ในที่เดียวกัน ตั้งอยู่ใจกลางโตเกียวเพียง 10 นาทีจากย่านช้อปปิ้งที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่างโอะโมะเตะซันโด โดยมีคอนเซ็ปต์ว่า ‘PARK LIFESTYLE’ ไลฟ์สไตล์ใหม่ใจกลางเมืองใหญ่ “Little Darling Coffee Roasters” เป็นคาเฟ่ปรับปรุงมาจากโกดังเก่า ตกแต่งแนว Industrial มีที่นั่งทั้งอินดอร์เอ้าท์ดอร์ มีเมล็ดกาแฟให้เลือกจากหลากหลายประเทศ มีของว่างให้เลือกชิม รวมถึงของที่ระลึก เช่น เสื้อยืด กระเป๋า หนังสือก็มีขายด้วย “SOLSO PARK” ร้านขายต้นไม้กว่าร้อยชนิด รวมไปถึงอุปกรณ์ทำสวน ดีไซน์น่ารักๆ เต็มไปหมดทั้งร้านเลย “All Good Flower” ร้านขายดอกไม้หลากชนิด ที่ในร้านเรียงรายไปด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล มีทั้งดอกไม้สดและดอกไม้แห้ง มีกระถาง แจกัน ของที่ระลึกน่ารักๆเพียบ! “LIFORK” ก็จะเป็นโซนออฟฟิศ ห้องสัมนาให้เช่า สรุป ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่อยากหาสถานที่นั่งพักผ่อนหรือหลีกหนีจากความวุ่นวายจากความเป็นเมืองใหญ่ มองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียว ที่สำคัญอยู่ใจกลางโตเกียวเลย เดินทางง่ายมากหรือจะแวะมาพักแล้วไปเดินช้อปต่อก็ไม่เลวนะ! เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 8:00-20:00 น. การเดินทาง: ลงสถานี Aoyama-itchome หรือ Nogizaka Station เดินต่ออีก 6-10 นาที Location: https://goo.gl/maps/aLf2JMoyz5SXNvR47 21_21 Design Sight Tokyo Midtown เป็นย่านเมืองใหม่ที่ถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี 2007 หนึ่งในพื้นที่สีเขียวอันงดงามของโครงการ ก็คือสวน Midtown Garden และที่นี่เองก็เป็นที่ตั้งของ “21_21 Design Sight” มิวเซี่ยมโมเดิร์นที่เราจะพาคุณ #hop ไปชมกัน อาคารที่เรียบเท่แห่งนี้ออกแบบโดย Tadao Ando สถาปนิคอัจริยะชาวญี่ปุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลกและนักออกแบบแฟชั่น Issey Miyake ผู้เพิ่งล่วงลับไปได้ไม่นาน รอบนี้ที่เราไปมีงาน Exhibition เกี่ยวกับเบื้องหลังของการหุ้มประตูชัย Arc de Triomph ซึ่งเป็นผลงาน Installation Art ขนาดมหึมาใจกลางกรุงปารีส ของคุณ Christo และ Jeanne-Claude จะจัดแสดงระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน 2022 ถึง 12 กุมภาพันธ์ 2023 ปีหน้าเลยนะครับ เวลาเปิดปิด: พุธ-จันทร์ 10:00-19:00 น. การเดินทาง: ลงสถานี Kamiyacho เดินต่ออีก 7 นาที Location: https://goo.gl/maps/UcBMvuRPQNWFfxsr5 ย่าน Kiyosumi Shirakawa ย่านนี้ทำให้เรานึกถึงย่าน Chelsea West Side ที่นิวยอร์กเลย เป็นย่านที่รวมเราแกลอรี่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ คาเฟ่ และสงบมากๆ ไม่วุ่นวายเลย กลายเป็นอีกหนึ่งย่านที่ทำให้เราอยากกลับมาอีกแน่นอน ย่านนี้มีร้านกาแฟ แกลอรี่มากมายซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ให้เราได้สำรวจกัน Allpress Espresso Tokyo Roastery & Cafe นั่งจิบกาแฟ กินขนม ดูผู้คน ย่าน Kiyosumi Shirakawa ร้านกาแฟคุณภาพจากนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ในย่านชุมชนอย่าง Kiyosumi Shirakawa ร้านนี้คั่วกาแฟเองโดยมีเมล็ดกาแฟส่งมาจากทั่วทุกมุมโลก โดดเด่นด้วยหลังคาจั่วทรงสามเหลี่ยมมินิมอล เมื่อเดินเข้าไปในร้านก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟ เพดานสูงโปร่งบรรยากาศเรียบเท่ ทันสมัย แต่ก็อบอุ่นอยู่ในที มีเมนูเครื่องดื่มหลากชนิด แต่เราขอแนะนำเมนู Flat White ซึ่งเป็นที่นิยมในนิวซีแลนด์ (แย่งกันเคลมกับออสเตรเลียว่าใครคือต้นฉบับกันแน่) ในช่วงฤดูและวันที่อากาศดี แนะนำให้นั่งด้านนอกเลยครับ เราชอบ Vibe ของร้านนี้ที่จะมีผู้คนในชุมชนแวะเวียนกันมาจิบกาแฟกันอย่างไม่ขาดสายเลย เวลาเปิดปิด: จันทร์-ศุกร์ 9:00-17:00 เสาร์-อาทิตย์ 10:00-18:00 การเดินทาง: ลงสถานี Kiyosumi-shirakawa เดินต่ออีก 9 นาที Location: https://goo.gl/maps/eeLkPn4mK6aNbqHd Ando Gallery เยี่ยมชมแกลเลอรีส่วนตัว กับงานศิลปะร่วมสมัยที่น่าประทับใจ แวะชมงานอาร์ทสักครู่ที่แกลอรี่สุดมินิมอล ที่มองเผินๆเหมือนสำนักงานอะไรสักอย่าง Ando Gallery แต่ด้านในเต็มไปด้วยผลงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และงานดีไซน์ที่น่าสนใจ รวมถึงงาน Installation โดยศิลปินร่วมสมัยทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศที่จะช่วยกระตุ้นแรงบันดาลใจให้สูบฉีดพุ่งพล่าน เวลาเปิดปิด: อังคาร-เสาร์ 11:00–19:00 การเดินทาง: ลงสถานี Kiyosumi-shirakawa เดินต่ออีก 9 นาที Location: https://goo.gl/maps/eeLkPn4mK6aNbqHd8 YUJI RAMEN TOKYO ไปชิมราเมงกับซุปกระดูกปลากัน! ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่าน Kiyosumi-Shirakawa ซึ่งเป็นย่านที่มีร้านใหม่ๆเกิดขึ้นเพียบ! ร้านที่ดึงดูดความสนใจของเราขณะเดินผ่านอีกฝั่งของถนนคือ Yuji Ramen Tokyo ที่เราเห็นโลโก้แล้วคุ้นมากกก อ้อ!! ร้านนี้เค้ามาจาก Brooklyn ที่ New York นี่นา ความพิเศษของที่นี่คือเป็นราเมงแบบ “Tuna Kotsu Ramen" ที่เคี่ยวน้ำซุปจากหัวและกระดูกปลาทูน่าแทนกระดูกหมูซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Yuji Ramen Tokyo เท่านั้น ราเมงชามนี้จึงเต็มไปด้วยอูมามิของปลาทูน่า กลิ่นอาจจะคาวกว่าซุปกระดูกหมูนิดหน่อย แต่กลมกล่อมอร่อยบอกไม่ถูก สำหรับเราพอกินพร้อมเส้นราเมงนุ่มกำลังดีแล้วมันเข้ากันสุดๆ เวลาเปิดปิด: ปิดวันจันทร์ 11:30–14:30, 17:30–20:30 การเดินทาง: ลงสถานี Kiyosumi-shirakawa เดินต่ออีก 3 นาที Location: https://goo.gl/maps/oXcb2QJJzydEcySc6 New Balance T-House คอนเซ็ปต์สโตร์แห่งใหม่ใจกลางโตเกียว ตั้งอยู่ในย่านนิฮงบาชิ (Nihonbashi) เป็นอีกหนึ่งโปรเจ็คที่น่าสนใจมากๆ เพราะนำไม้จากโกดังเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาออกแบบใหม่โดยคุณ Jo Nagasaka แห่ง schemata Architects โดยได้แรงบันดาลใจมาจากโรงน้ำชาดั้งเดิมของญี่ปุ่น จนกลายเป็นร้านคอนเส็ปต์สโตร์แห่งใหม่ในนาม New Balance T-House โดยสาขานี้จะมีขายเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องหอม กระเป๋ารวมไปถึงรองเท้ารุ่นพิเศษอีกด้วย เวลาเปิดปิด: 11:00–14:00 15:00–19:00 ปิดวัน พุธ พฤหัส การเดินทาง: ลงสถานี Suitengumae เดินต่ออีก 5 นาที Location: https://goo.gl/maps/Ksx2Qd41i4Z48YGN9 TRUFFLE & BREAD ร้านเบเกอรี่ไซส์มินิที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นหอมจากเห็ดทรัฟเฟิล ใครเป็นสาวกทรัฟเฟิลและขนมอบไม่ควรพลาดที่จะแวะร้านนี้เลย!! เพราะที่นี่เค้าอบเบเกอรี่สดใหม่ทุกวันเลย และทุกเมนูของที่นี่คือมีส่วนผสมจากเห็ดทรัฟเฟิลด้วย เราได้เลือกชิมเมนูที่น่าสนใจที่สุดบนเคาท์เตอร์ของร้านคือ TRUFFLE CROQUE MONSIEUR คล้ายแซนวิชแฮมชีสเยิ้มๆ และเค้าก็จะสไลซ์เห็ดทรัฟเฟิลชิ้นบางๆ ลงบนคร็อกเมอร์ซิเออร์ พอได้ลองกัดกรึ้ปเข้าไปคำแรก คือ หอมและนัวชีส นัวเห็ดมากกกกก อร่อยสุดๆ รับรองได้เลยว่าเพื่อนๆต้องติดใจเหมือนเราแน่นอน! เวลาเปิดปิด: อังคาร-อาทิตย์ 10:00-17:00 น. (หรือปิดทันทีเมื่อขายหมด) การเดินทาง: ลงสถานี Suitengumae เดินต่ออีก 5 นาที Location: https://goo.gl/maps/tqMygCpob1y23RJW6 Reiyukai Shakaden Temple วัดพุทธนิกายใหม่รูปทรงแปลกตา อาคารทรงแปลกแห่งนี้เป็นเหมือนจุดนัดพับและศูนย์กลางสำหรับสมาชิก Reiyūkai เป็นศาสนาใหม่ทางพุทธศาสนาของญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1919 อาคารแห่งนี้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมและให้บริการบทเรียนภาษาญี่ปุ่นฟรีสำหรับชาวต่างชาติ ในภาษาญี่ปุ่น "Shakaden" หมายถึง "บ้านของศากยมุนี" เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถแสวงหาการปฏิบัติต่อคำสอนของพระศากยมุนี ด้านในประกอบด้วยห้องโถงใหญ่ พลาซ่า ห้องโถงโคทานิ ห้องประชุมต่างๆ โรงอาหาร ห้องดูแลเด็ก และห้องพยาบาล อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นเสร็จเมื่อปี 1975 เวลาเปิดปิด: ทุกวัน 6:00-17:00 น. การเดินทาง: ลงสถานี Kamiyacho เดินต่ออีก 5 นาที Location: https://goo.gl/maps/Rhv1hsQAuSnkPMm69 Parlors คาเฟ่จิ๋วแต่แจ๋ว เดินมาอีกหน่อยจากร้านเมื่อกี๊ ก็จะเจอกับ Parlors ร้านเล็กๆ บริการน่ารัก เป็นกันเอง ร้านนี้ก็มีเสิร์ฟเครื่องดื่ม เบเกอรี่ ส่วนกาแฟเราชอบเป็นพิเศษเพราะเค้าใช้เมล็ดของ Coffee Supreme แบรนด์โปรดของเราจากเมือง Wellington ประเทศนิวซีแลนด์ เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 8:00–18:00 การเดินทาง: ลงสถานี Bakurochō เดินต่ออีก 1 นาที Location: https://goo.gl/maps/eEsQu6pZk5ZXJoab9 Beaver Bread ร้านเบเกอรี่จิ๋ว แต่แจ๋ว ถึงร้านจะเล็กมาก แต่มีขายขนมเบเกอรี่เยอะมาก เยอะจนเลือกไม่ถูกไม่รู้จะซื้ออะไรมาลองดี เราเลยเลือกลองครัวซองต์ ก็อร่อยดีนะ กรอบนอกนุ่มใน หอมเนยฟุ้งเลย เวลาเปิดปิด: พุธ - อาทิตย์ 8:00–18:00 การเดินทาง: ลงสถานี Bakuroyokoyama เดินต่ออีก 2 นาที Location: https://goo.gl/maps/eEsQu6pZk5ZXJoab9 Museum of Contemporary Art Tokyo (MOT) พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียว สายอาร์ทต้องมาแวะ! เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 1995 เพื่อเติมเต็มรากฐานของศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยให้ชาวญี่ปุ่น (และนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ) มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยที่หลากหลายทั้งงานภาพวาด รูปแกะสลัก แฟชั่น สถาปัตยกรรม การออกแบบ ตั้งอยู่ภายในสวนคิบะ ดูด้านนอกอาจจะเล็ก แต่ด้านในคือใหญ่มาก เผื่อเวลาไว้อย่างน้อยสัก 30 นาทีในการเดินชมก็ดีนะ เพราะเค้ามีร้านของดีไซน์เก๋ๆให้เลือกซื้อกันด้วย ที่สำคัญสิ้นปีนี้กำลังจะมีงาน Exhibition ขนาดใหญ่จากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Christian Dior: Designer of Dreams มาจัดแสดงด้วยนะครับ ตั้งแต่วันที่ 21 Dec, 2022 ถึงวันที่ 28 May, 2023 ปีหน้าเลย ค่าเข้าชม: ขึ้นอยู่กับงานที่จัดแสดง เวลาเปิดปิด: อังคาร - อาทิตย์ 10:00–18:00 การเดินทาง: ลงสถานี Kiyosumi-shirakawa เดินต่ออีก 10 นาที Location: https://goo.gl/maps/pKLwvjWU1VEiz2259 Jimbōchō ย่านจิมโบโจ ย่านรวมหนังสือนิตยสาร ที่หนอนหนังสือไม่ควรพลาด! ใครเบื่อช้อปปิ้งแล้ว เราอยากแนะนำให้มาย่านนี้ครับ ย่านที่เหมาะสำหรับผู้รักการอ่าน เพราะเต็มไปด้วยหนังสือและนิตยสารหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเก่า หนังสือใหม่ จะภาษาญี่ปุ่นหรืออังกฤษก็มีครบเลย เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 11:00–22:00 การเดินทาง: ลงสถานี Jimbocho เดินต่ออีก 1 นาที Location: https://goo.gl/maps/EMxXwfzXQehZL6tZ6 Niigata Katsudon Tarekatsu Jimbocho Suzurandori นิกะตะคะสึด้ง ทะเระคะสึ ทงคัตสึ จากจังหวัดนิงาตะ ทอดใหม่ๆ อร่อยทุกคำ แฟนๆ ทงคัตสึ ต้องห้ามพลาดร้านนี้! เป็นร้านที่เราเดินผ่านแล้วแวะเลยไม่ต้องคิด ร้านเล็กๆที่นั่งไม่เยอะ แต่รสชาติเซอไพร้ซ์มาก ของทอดอร่อยทุกอย่าง โดยเฉพาะเมื่อกินกับน้ำซอสที่ราดมา และที่เราชอบสุดๆคือ ในผักสลัดมีหอมเจียวโรยมาด้วย คืออร่อยมากกกกก เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 11:00–22:00 การเดินทาง: ลงสถานี Suidobashi Station เดินต่ออีก 3 นาที Location: https://goo.gl/maps/5RBLq8GbwSWwyjVf8 ย่าน Sendagaya เป็นย่านที่รวมเอาร้านเก๋ๆ นอกกระแสมาไว้ด้วยกัน ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบแม้จะอยู่ติดกับย่านฮาราจุกุและโอโมเตะซันโดะ ย่าน ‘Sendagaya’ แห่งนี้จึงเป็นสถานที่สำหรับคนที่ชอบค้นหาอะไรใหม่ๆ เต็มไปด้วยร้านค้าและสำนักงานสายอินดี้ ใครกำลังต้องการแรงบันดาลใจในการทำอะไรที่แตกต่างจากกระแสหลัก ขอแนะนำให้มาเดินย่านนี้ดูครับ Think Of Things คาเฟ่และร้านค้าไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใครในโตเกียว ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่าน Sendagaya เป็นร้านที่เราอยากมามากที่สุดในโตเกียวรอบนี้เลย เพราะเป็นร้านที่มีสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร เน้นขายของใช้ในออฟฟิศ เครื่องเขียน รวมไปถึงของใช้ในบ้าน เราเป็นพวกชอบร้านเครื่องเขียนมาก ยิ่งที่นี่เค้ามีคาเฟ่ พร้อมกาแฟคุณภาพดีจาก Obscura Coffee Roasters ด้วยยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ เจ้าของ Think of Things คือ Kokuyo แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชื่อดังของญี่ปุ่นนั่นเอง ใครมาแวะร้านนี้แล้วต้องได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านไปแน่นอน เวลาเปิดปิด: ปิดวันพุธ 11:00–19:00 การเดินทาง: ลงสถานี Harajuku เดินต่ออีก 3 นาที Location: https://goo.gl/maps/WJJo3dbeiRoB9H6y8 LABOUR AND WAIT TOKYO ร้านขายเครื่องใช้ในบ้านจากลอนดอน เวลาเปิดปิด: ปิดวันอังคาร 12:00–20:00 การเดินทาง: ลงสถานี Harajuku เดินต่ออีก 6 นาที Location: https://goo.gl/maps/H6Cb1GeTEEBNbnzp8 PAPIER LABO. ร้านสำหรับคนรักกระดาษ เปเปอร์ ลาโบ. เป็นร้านวาไรตี้ที่ก่อตั้งขึ้นโดยคนรักกระดาษ จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกระดาษและมีสินค้าหลากหลายที่ได้รับการคัดสรรมาจากทั่วทุกมุมโลก นอกจากนี้ PAPIER LABO ยังให้บริการงานพิมพ์รวมถึงการพิมพ์แบบตัวพิมพ์อีกด้วยนะ เวลาเปิดปิด: เปิดวันอังคารถึงวันเสาร์ 12:00–18:00 การเดินทาง: ลงสถานี Harajuku เดินต่ออีก 6 นาที Location: https://goo.gl/maps/LzTyBJPMqvRWxfReA Shimokitazawa เดินสำรวจหนึ่งในย่านที่ฮิปที่สุดของโตเกียว “ชิโมะคิตาซาว่า” หรือสั้นๆว่า “ชิโมคิตะ” ย่านวัฒนธรรมสุดเก๋ที่คละเคล้าเอาความเก่าและความใหม่ของญี่ปุ่นมาผสมกันได้อย่างลงตัว แม้คนอาจจะรู้จักน้อยกว่าฮาราจุกุ หรือ โอโมเตะซานโดะ แต่ในเรื่องของความฮิปนั้นไม่แพ้ใครเลย ตามตรอกแคบๆของชิโมคิตะนั้นมีงานกราฟิตี้ มีร้านค้าน่าชมแฝงตัวอยู่มากมาย ขายทั้งแผ่นเสียง เสื้อผ้าวินเทจคุณภาพดี รอบนี้เราบังเอิญไปเจอรองเท้าคู่นึง United Arrows x New Balance Model: 550 "Ecru Grey" น่าทุบมาก นอกจากนี้ยังมีคราฟท์คาเฟ่ และโรงเบียร์ที่มีการจัดแสดงศิลปะ และวงดนตรีสด ขณะที่ร้านเบเกอรี่ และบิสโตรก็จะเสิร์ฟขนมและอาหารสูตรพิเศษ เช่น แกงกะพรี่ผักรวม หากใครสนใจละครเวทีนอกกระแส ที่ Honda Theatre ก็มักจะเป็นที่เดบิ๊วท์ละควรหลายๆเรื่อง สรุปคือย่าน Shimokitazawa นี้เที่ยวเพลินเดินสนุก แถมอยู่ห่างเพียง 3 สถานีจากชิบูย่าเท่านั้น Bear Pond Espresso ต้นกำเนิดเมนู “The Dirty” แก้วแรกของโลกอยู่ที่นี่ ร้าน Bear Pond Espresso ย่าน Shimokitazawa นมนัวมากเมื่อดื่มพร้อมริสเทรตโต้ (ครึ่งช็อตเอสเพรสโซ่) ด้านบน คือเข้ากันสุดๆ แต่สูตรต้นตำรับที่นี่จะต่างจากร้านในไทยตรงที่ไม่มีความหวานเลยนะครับ และใช่! แพชชั่นของร้านนี้คือกาแฟ ไม่ใช่การบริการ…. ฮ่าๆๆ เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 11:00–20:30 การเดินทาง: ลงสถานี Shimo-Kitazawa เดินต่ออีก 4 นาที Location: https://goo.gl/maps/ggfNyJRv1Amv9EYo7 Reload คอมมูนิตี้มอลแบบโอเพ่นแอร์แห่งใหม่ ไม่ไกลจากใจกลางโตเกียว ที่นี่มีทั้งร้านอาหารหลายสัญชาติ คาเฟ่ ร้านเครื่องเขียน ร้านตัดผม ร้านหนังสือ ร้านขายของใช้ในบ้าน เดินเพลินสุด หยุดเกือบทุกร้านเลยครับ เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 10:30–20:00 การเดินทาง: ลงสถานี Shimo-Kitazawa เดินต่ออีก 8 นาที Location: https://goo.gl/maps/ccR48xKSsmKMaXmJ6 APFR ร้านเครื่องหอมชื่อดังจากจังหวัดชิบะ ญี่ปุ่น เน้นงานฝีมือตั้งแต่การปรุงกลิ่น ผลิตเครื่องหอม ไปจนถึงการบรรจุหีบห่อและจัดส่ง ร้านนี้มีสินค้าเกี่ยวกับเครื่องหอมที่หลากหลายมาก เช่น น้ำมันหอม เทียน สบู่ล้างมือ ไปจนถึงสเปรย์แอลกอฮอล แต่เราติดใจธูปของร้านนี้มาก เพราะเคยซื้อไปลองแล้วกลิ่นหอมติดห้องมากกกกก เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 11:00–20:00 การเดินทาง: ลงสถานี Shimo-Kitazawa เดินต่ออีก 8 นาที Location: https://goo.gl/maps/dPF18eRxoXCHQ4nu6 Shibuya Parco สำหรับเราเป็นแฟนห้างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร นอกจากสินค้าที่หลากหลายแล้ว เราชอบการออกแบบพรีเซ้นต์ให้แต่ละสาขาในญี่ปุ่นมีคาเรคเตอร์ที่แตกต่างกันไป น่ารักมากๆครับ ที่สาขาชิบูย่าล่าสุดนี้ เค้าคัดสรรรวมเอาสินค้าดีๆจากทุกแบรนด์ทั่วทุกมุมโลกมาไว้ด้วยกัน การตกแต่งแต่ละร้านนั้นเหมือนหลุดออกมาจากจินตนาการเลย ใครผ่านมาชิบูย่าอย่าลืมแวะที่นี่น้า เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 11:00–21:00 การเดินทาง: ลงสถานี Shibuya เดินต่ออีก 4 นาที Location: https://goo.gl/maps/YnN7qdXLEeeTaVvb8 Miyashita Park แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางชิบูย่า เดินเพียงไม่กี่ก้าวจากสถานีชิบูย่า ก็จะเจอกับแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางเมือง ที่รวมเอาลานสเก็ต สนามวอลเล่บอลทราย หน้าผาจำลอง สวนสาธารณะ ที่ช้อปปิ้ง ที่แฮงเอ้าท์ ที่กิน ที่ดื่มเข้ากันด้วยกัน เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 11:00–20:00 การเดินทาง: ลงสถานี Shibuya เดินต่ออีก 1 นาที Location: https://goo.gl/maps/yJE1JchvdqkHRbox6 KITH TREATS TOKYO ร้านขายเสื้อผ้ากับรองเท้าจากนิวยอร์กพร้อมกับ KITH Treats สำหรับคนที่อยากทางของหวานสูตรพิเศษจากทางร้าน มีทั้งไอศครีม คุกกี้ ขนม รวมไปถึงเครื่องดื่มด้วย ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะมิยาชิตะ ตอนเราไปมีพี่พนักงานเป็นลูกครึ่งไทย ญี่ปุ่น พูดได้สามภาษาเลยเก่งมาก บริการดีด้วย เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 11:00–20:00 การเดินทาง: ลงสถานี Shibuya เดินต่ออีก 1 นาที Location: https://goo.gl/maps/k5PGf8aJsFUZBrwz5 The Departure by Jean Jullein ผลงานของศิลปินทัศนศิลป์ Jean Jullien เป็นงาน Installation Art ล่าสุดในโถงกลางของห้าง Ginza Six คุณ Jullien สร้างสรรค์งานศิลปะที่เปลี่ยนแปลงท่าทาง สุดทะเล้นตลอดเวลา ทั่วโลก "The Departure" เป็นงานแสดงชิ้นแรกของเขาที่ลอยอยู่กลางอากาศที่มีขนาดใหญ่มากๆ เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 10:30–20:30 การเดินทาง: ลงสถานี Ginza เดินต่ออีก 3 นาที Location: https://goo.gl/maps/gftfsKXDHmNNfcrU8 LOUIS VUITTON GINZA NAMIKI ตึกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผิวน้ำอ่าวโตเกียว วาร์ปมาย่าน Ginza สวรรค์ของนักช้อปปิ้งและผู้หลงไหลในงานสถาปัตยกรรมและการออกแบบกันบ้าง เพราะกว่า 80% ของตึกย่านนี้มักจะผ่านฝีมือการออกแบบของดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับโลกมากมายเลย และล่าสุดตึก LV ย่าน Ginza นี้ก็ได้ปรับโฉมโดยคุณ Jun Aoki สถาปนิกชาวญี่ปุ่น และ คุณ Peter Marino สถาปนิกชาวเมริกัน สวยสะดุดตาด้วยความพลิ้วไหลและสีเหลือบสะท้อนราวกับเอา Texture ของผิวน้ำในอ่าวโตเกียวมาแปะเป็นผนังอาคารเลยล่ะ ใครผ่านมากินซ่าอย่าลืมแวะได้น้าาาา เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 11:00–20:00 การเดินทาง: ลงสถานี Ginza เดินต่ออีก 3 นาที Location: https://goo.gl/maps/494cXXAa9AcAB5dn7 ดีลพิเศษเฉพาะชาว #Hopster เท่านั้น Exclusive offers with Hoparond.co โรงแรม DDD HOTEL ราคาพิเศษ โรงแรม The Tokyo EDITION Toranomon ราคาพิเศษ โรงแรม Toggle hotel suidobashi ราคาพิเศษ โรงแรม ONSEN RYOKAN YUEN SHINJUKU ราคาพิเศษ โรงแรม sequence MIYASHITA PARK ราคาพิเศษ โรงแรม Andaz Tokyo Toranomon Hills ราคาพิเศษ โรงแรม MUJI HOTEL GINZA ราคาพิเศษ บัตรเข้าชม Warner Bros. Studio Tour Tokyo – The Making of Harry Potter Ticket พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัล TeamLab Planets TOKYO | โตเกียว ญี่ปุ่น บัตรขึ้นจุดชมวิว "ชิบูย่า สกาย" (Shibuya Sky) | ซื้อแล้วรับบัตรได้ทันที (บัตรอิเล็กทรอนิกส์) เที่ยวสวนสนุกญี่ปุ่น | บัตรเข้าโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ต (Tokyo Disney Resort) 1 วัน
- OSAKA Highlights รวมที่สุดของจุด Stop ในโอซาก้า
OSAKA Highlights รวมที่สุดของจุด Stop ในโอซาก้า ญี่ปุ่นเปิดประเทศแล้ววันนี้! Hoparound.co ก็เลยอยากเอาไอเดียเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่แมส(มาก)กลับมาฝากกันอีกรอบ ญี่ปุ่นฝั่งตะวันออกไม่ว่าจะเป็นเกียวโต โอซาก้า ต่างก็ Popular อยู่แล้ว แต่ฝั่งตะวันตกนั้นเป็นเหมือนขุมทรัพย์สำหรับนักเดินทางที่ช่างแสวงหา วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปสำรวจเมือง OSAKA กันก่อนกับ 15 พิกัดในโอซาก้าที่เรารวบรวมไว้ในโพสต์นี้จะมีจุดไหนน่า #Hop กันบ้าง ไปดูกันเลยครับ ดีลโรงแรมสุดพิเศษ OMO7 Osaka by Hoshino Resorts HOTEL HASU NEST HOTEL OSAKA UMEDA THE LIVELY Honmachi Osaka Uoshin Sushi Umeda ใครเลิฟซูชิต้องมาร้านนี้ครับ ซูชิหน้าล้น แบบล้นสุดดดด ราคาดีงามด้วย รสชาติก็สดอร่อย เรากลับมาโอซาก้าทุกครั้ง ต้องแวะร้านนี้ทุกครั้ง เพราะเปิดถึงเที่ยงคืน 📍 https://goo.gl/maps/BeX4Sv9M1ByWCE9n7 ⏱เปิดทุกวัน 11:00–0:00 Mel Coffee Roasters อีกหนึ่งร้านกาแฟที่เจ้าของเฟรนลี่ ขี้เล่นสุด! ร้านนี้เราเจอในอินสตาแกรม มีเมล็ดกาแฟมาจากหลายที่บนโลกมาก ร้านตั้งอยู่หัวมุมเล็กๆ แต่มีเครื่องคั่วเป็นของตัวเองด้วยนะ 📍https://g.page/melcoffeeroasters?share ⏱เปิดทุกวัน 10:00–18:00 Organic Building in Osaka ตึกออร์แกนิกใจกลางเมืองโอซาก้า เป็นตึกที่มีรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่เท่และน่าสนใจมาก เพราะตึกนี้สร้างขึ้นโดยแต่ละช่องจะปลูกต้นไม้ต่างชนิดกันกว่า 80 ชนิด อาคารออร์แกนิกสร้างเสร็จในปี 1993 ออกแบบโดยสถาปนิกและศิลปินชาวอิตาลี Gaetano Pesce ตั้งอยู่ในย่าน Minami Semba เรารู้สึกเหมือนย่านนี้เป็นย่านอาร์ตๆ ย่านนึงในโอซาก้าเลยแหละ! 📍https://goo.gl/maps/Lp1wkraquVusGSt96 Embankment Coffee ร้านกาแฟที่เราชอบที่สุดในโอซาก้าเลย ชอบทั้งบรรยากาศ การตกแต่ง ฟีลเหมือนอยู่บ้านดี กลับไปโอซาก้าทุกครั้งก็แวะร้านนี้ทุกครั้งเลย ติดใจสุดๆ 📍https://goo.gl/maps/uvDJytLjaZwwuciX7 ⏱เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 12:00–18:00 เสาร์-อาทิตย์ 9:00–18:00 ISSEY MIYAKE SEMBA ใครเป็นแฟน Issey ไม่ควรพลาดสาขานี้ เพราะสาขานี้ใหญ่มาก ของครบ มีแกลอรี่ให้เดินชมด้วยครับ พนักงานบริการดีมาก ตอนเราช้อปเสร็จแล้วจะเดินออก พนักงานบอกว่ารอแปปนึง แล้ววิ่งไปหยิบน้ำมาเสิร์ฟด้วย น่ารักสุดๆ 📍https://goo.gl/maps/vKUwXZuELHP3fHLS7 ⏱เปิดทุกวัน 11:00–20:00 MOUNT - Kitahama คาเฟ่ชิลๆริมน้ำ ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและเบเกอรี่หลากชนิด ตั้งอยู่โซน Kitahama ริมแม่น้ำ Tosabori บรรยากาศดีมาก ชิลสบาย คนไม่เยอะ มีที่นั่งเอ้าดอร์ด้วย 📍https://goo.gl/maps/eB1gduoMtgU3bn3c6 ⏱เปิดทุกวัน 11:00–17:30 THE LIVELY OSAKA HONMACHI โรงแรมนี้เป็นใหม่ห้องพักสบายมาก ราคาเริ่มต้นคืนละ 2,xxx บาทเท่านั้น เดินทางสะดวกติดรถไฟใต้ดินทั้งสองสายเลย Sakaisuji Hommachi Station พิเศษเฉพาะชาว Hoparound.co สามารถจองดีลพิเศษได้ที่นี่ THE LIVELY Honmachi Osaka 📍https://g.page/the-lively-osaka?share PATHFINDER XNOBU อีกหนึ่งร้านกาแฟเปิดใหม่ที่ดูดีและกาแฟอร่อย มีเบเกอรี่ มีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลาย ร้านนี้เราบังเอิญเดินผ่าน เลยแวะเข้าไปนั่งพักจิบกาแฟสักหน่อย แถมคนขายก็ดีนะเนี่ยย 555 📍https://goo.gl/maps/5m6eHCtYUjTQ3erG7 ⏱เปิดทุกวัน 10:00–18:00 70B OSAKA ร้านขายเฟอร์นิเจอร์มือสอง มาเดินดูเพลินๆ ได้ หรือใครไหวที่จะแบกกลับบ้านก็แนะนำเลย! ร้านนี้มีขายพวกข้าวของเครื่องใช้ในบ้านทั้งมือหนึ่งและมือสองเลย มีไปจนถึงโคมไฟ เก้าอี้ ดอกไม้แห้ง จาน ชาม คือครบมากๆ 📍https://goo.gl/maps/iVwpuGbMe8YeptvN7 ⏱เปิดศุกร์-พุธ 12:00–19:00 ปิดวันพฤหัส North Shore Kitahama ร้านนี้เป็นร้านคาเฟ่กับไดน์นิ่งมีหลายสาขาทั่วญี่ปุ่นเลย แต่นี่เป็นสาขาแรก เราชอบร้านนี้ที่มีเมนูรักสุขภาพ มีผัก แซนวิช น้ำผลไม้คั้นสด ของคาวของหวาน ครบ! ด้านหลังร้านก็มีโซนเอ้าท์ดอร์ให้นั่งรับลมเย็นๆ ชมวิวเมืองโอซาก้ากับแม่น้ำ Tosabori ไปด้วย ชิลมาก 📍https://goo.gl/maps/ZvfhZ2JVhXWhxHmU6 ⏱เปิดทุกวัน 7:00–18:00 Saturdays NYC แบรนด์เซิร์ฟชื่อดังจากนิวยอร์ก สาขานี้นอกจากจะมีไลน์สินค้าที่ครบครันมากๆ ไม่แพ้สาขาที่นิวยอร์กเลย ยังมีคาเฟ่ให้นั่งชิล จิบเครื่องดื่ม กาแฟดีๆ อีกด้วยนะ 📍https://goo.gl/maps/HzVpUYBHxkznrJV38 ⏱เปิดทุกวัน 9:00–20:00 Orange Street สายครีเอทีฟต้องชอบย่านนี้มากแน่ๆ ย่านนี้เป็นช้อปปิ้งแบรนด์สตรีทในโอซาก้า ตั้งอยู่ระหว่างย่าน Namba กับ Shinsaibashi มีทั้งแบรนด์ญี่ปุ่น แบรนด์เมืองนอก แล้วก็มีพวกร้านคาเฟ่ด้วยนะ ใครชอบการเดินช้อปปิ้งลัดเลาะไปตามถนนแนะนำครับ 📍https://goo.gl/maps/yDhPZHhBaeg4PrSEA BIOTOP ร้าน Biotop เป็นร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าแต่งบ้าน แฟชั่น ต้นไม้ และคาเฟ่ มีสาขาแรกอยู่ที่โตเกียว สาขาที่สองคือที่นี่ โอซาก้า และสาขาที่สามอยู่ที่ฟุกุโอกะ 📍https://goo.gl/maps/LPowYUtV5QTY3NYC6 ⏱เปิดทุกวัน 11:00-20:00 Kuromon Market ตลาดคุโรมง โอซาก้า เป็นตลาดที่มีของเยอะ ของไม่แพง และ สดมาก หลายคนยกที่นี่ให้เป็นครัวแห่งเมืองโอซาก้าเลยนะ เดินทางสะดวกมาก ใช้ซัพเวย์ลงสถานี Nippombashi ทางออกที่ 10 เลยครับ 📍https://goo.gl/maps/9E9WEHJxs7ng6qsb8 ⏱เปิดจันทร์ - เสาร์ 9:00–17:00 ปิดวันอาทิตย์ Freitag Store Osaka แฟนๆกระเป๋า Freitag อย่าลืมแวะช้อปสาขานี้นะครับ เพราะของเยอะมากจริงๆ 📍https://goo.gl/maps/Jj2LD8rVkp8q2GiH6 ⏱เปิดทุกวัน 11:00–19:00 ดีลโรงแรมสุดพิเศษ OMO7 Osaka by Hoshino Resorts HOTEL HASU NEST HOTEL OSAKA UMEDA THE LIVELY Honmachi Osaka
- HONG KONG Highlights อัพเดท 40 จุดสุดฮิปจากทริปฮ่องกงล่าสุดปี 2026
HONG KONG Highlights อัพเดท 40 จุดสุดฮิปจากทริปฮ่องกงล่าสุด หลังจากที่เราไม่ได้ไปฮ่องกงกันนานมาก อย่างน้อยก็ต้องมี 5 ปี ทริปนี้เราจะพาเพื่อนๆลองกลับไปดูกันซิว่า ฮ่องกงมีอะไรใหม่ให้สำรวจกันบ้าง และมีที่ไหนให้น่าไป #Hop บ้าง ตามไปดูกันเลยยยย โรงแรมแนะนำในฮ่องกง พร้อมดีลพิเศษ เดอะ เมอเรย์ ฮ่องกง อะ นิกโกโล โฮเทล (The Murray, Hong Kong, a Niccolo Hotel) ตูฟ (Tuve) มอนเดรียน ฮ่องกง (Mondrian Hong Kong) เดอะ เฟลมิง (The Fleming) เพจ 148 เพจ โฮเทล (Page148, Page Hotel) ลิตเทิล ไท่ หัง (Little Tai Hang) อีตัน ฮ่องกง (Eaton HK) ย่าน Tai Hang ‘ต่าย ฮ้าง’ ย่านนี้เป็นอีกหนึ่งย่านที่เราชอบมากๆของฮ่องกงเลย “ต่าย ฮ้าง” เป็นเหมือนสวนหลังบ้านที่เงียบแต่เก๋ของย่าน Causeway Bay ซึ่งผู้คนพลุกพล่านกว่ามาก เพราะอยู่ติดกันพอดี “ต่าย ฮ้าง” เป็นชุมชนตึกแถวที่เรียงรายกันไปเป็นบล็อกๆ เต็มไปด้วยร้านรวงแนวอินดี้ต่างๆซ่อนตัวอยู่มากมาย ทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านตัดผม ร้านขนม ร้านชา ร้านซ่อมรถ ร้านบรันช์ และยังมีแกลอรี่ด้วยนะ แถมใครสายไหว้พระ ที่นี่ก็มีวัดด้วยไม่ว่าจะเป็น Tin Hau Temple และ Tai Hang Lin Fa Kung ครบสุดๆ ใครมาฮ่องกงแล้วเราแนะนำย่านนี้เลย เพราะทั้งฮ่องกงคือวุ่นวายการ การที่ได้มาแวะชิลในย่านนี้ถือเป็น A Breath Of Fresh Air ที่ดีมาก MUSE คาเฟ่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากป่าและธรรมชาติ ที่นี่ไม่ได้มีแค่คาเฟ่แต่ที่ MUSE เพื่อนๆจะได้พบกับของสะสมที่มาจากทั่วโลกให้เลือกช้อป เมนูชาของที่นี่ก็โดดเด่นดีงามเพราะมีชาหลากสายพันธุ์จากทั่วโลก ทางเจ้าของร้านบอกกับเราว่า อยากให้ร้านของเค้าสามารถช่วยฟื้นฟูจิตใจจากความวุ่นวายภายนอก และถ้าเพื่อนๆมาได้จังหวะพอดี ก็อาจจะได้เข้าร่วมเวิร์คช็อปเกี่ยวกับชา กลิ่นหอม ดอกไม้ และการประดิษฐ์ตัวอักษรกับนักออกแบบ ที่จะจัดขึ้นในพื้นที่ของทางร้านอีกด้วย เวลาเปิดปิด: 9:00–18:45 การเดินทาง: ลงสถานี Tin Hau Station ทางออก A1 Location: https://goo.gl/maps/HWSAwwyZ6T2sTcXb8 The Shophouse ห้องแสดงงานศิลปะหนึ่งเดียวในย่านต่ายฮ้างนี้ ใครสนใจไปเยี่ยมชมแนะนำให้จองกันก่อนไปได้ที่ https://www.theshophouse.hk/contact เวลาเปิดปิด: 11:00–19:00 ปิดวันจันทร์ การเดินทาง: ลงสถานี Tin Hau Station ทางออก A1 Location: https://goo.gl/maps/Mc3JyRBo1HQsSXer6 Oneday คาเฟ่คิ้วๆ มินิมอลสุดในย่าน กาแฟดี ขนมอร่อย ชอบขนมน้องหมีมาก ทีมบาริสต้าหล่อเซอร์เหมือนจะไม่เข้ากับลุคของร้าน แต่ก็เข้ากันได้ดีครับ เวลาเปิดปิด: 9:00–18:00 การเดินทาง: ลงสถานี Tin Hau Station ทางออก A1 Location: https://goo.gl/maps/5UC57NmYs7dSsreE6 Fineprint ร้านนี้ฟีลฝรั่งเลย (หรือเพราะตอนเราไปลูกค้าฝรั่งนั่งกันเยอะหว่า) เสิร์ฟอาหารเช้าตั้งแต่ 6 โมงเช้าทุกวันไม่มีวันหยุด และมีเบเกอรี่อบสด กาแฟคั่วหอมๆ ที่อร่อยมาก รวมถึงมีเมล็ดกาแฟหลายแบบขายด้วย ร้านนี้กำเนิดขึ้นโดยคู่เพื่อนซี้ชาวออซซี่ Scottie Callaghan และ James Wilson เวลาเปิดปิด: 6:00–18:00 การเดินทาง: ลงสถานี Tin Hau Station ทางออก A1 Location: https://goo.gl/maps/9WXjp12ts5MQbRWBA Cookie Vission กรอบ. นุ่ม. เหนอะหนะ คือคำนิยามที่เรามีให้กับร้านนี้ เพราะสินค้าหลักก็คือคุกกี้ชิ้นโตๆที่ใส่เครื่องอึ๋มๆหลากหลายรสชาติ (น้ำหนักชิ้นละ 150 กรัม) และตอนนี้ก็มี DONUTS ไส้ทะลักจุกๆเพิ่มมาด้วย แนะนำให้ลองชิมรสชาติคลาสสิกและรสชาติใหม่ที่น่าตื่นเต้นซึ่งจะมีอัปเดตเป็นประจำ อบสดใหม่ทุกวันตลอดทั้งวัน น้ำตาลพุ่งชนเพดานแล้ววว เวลาเปิดปิด: 8:00–21:00 การเดินทาง: ลงสถานี Tin Hau Station ทางออก A1 Location: https://goo.gl/maps/5mceNm98tvHSjGzz9 ย่าน West Kowloon ข้ามกลับมาฝั่งเกาลูนกัน ย่านนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของคาบสมุทรเกาลูนในฮ่องกง ตรงนี้เราเพิ่งเคยมากันครั้งแรกเลย เราชอบวิวฝั่งนี้มาก พื้นที่สำหรับสาธารณะใหญ่สุดๆ มีทั้งสวน มิวเซียม โรงแรม ห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ ครบมากๆ เดินทางมาได้โดยรถไฟลงสถานี Kowloon Station และเดินตามป้ายบอกทางที่เขียนว่า West Kowloon Cultural District นะครับ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ M+ ใครๆที่ได้กลับมาฮ่องกงแล้วก็คงไม่ยอมพลาดที่นี่ เพราะเป็นมิวเซี่ยมที่สุดฮิปริมน้ำที่เปิดได้ไม่นาน (ตั้งแต่ปลายปี 2021) มีงานอาร์ตหลายแขนงให้เลือกชม สถานที่กว้างใหญ่มากๆ สำหรับเราเดินประมาณครึ่งวันน่าจะครบ ราคาค่าเข้าอยู่ที่ HKD 120 ต่อคน เวลาเปิดปิด: 10:00–18:00 วันศุกร์ 10:00–22:00 ปิดทุกวันจันทร์ การเดินทาง: ลงสถานี Kowloon Station Location: https://goo.gl/maps/UcBMvuRPQNWFfxsr5 สวน West Kowloon Cultural District เดินเล่นมิวเซียมกันเสร็จแล้วอย่าลืมมาแวะนั่งชิล ดูผู้คนฮ่องกงออกมาพักผ่อน เล่นกีฬา ซ้อมเต้น หรือ ปิกนิกกันได้ที่นี่เลย เพลินมากครับ ที่สำคัญคือวิว Skyline ฮ่องกงแบบปังสุดๆ เวลาเปิดปิด: เปิด 24 ชั่วโมง การเดินทาง: ลงสถานี Kowloon Station Location: https://goo.gl/maps/UcBMvuRPQNWFfxsr5 ย่าน Causeway Bay อีกหนึ่งแหล่งช็อปปิ้งยอดฮิตสำหรับวัยรุ่นฝั่งอีสต์บนเกาะฮ่องกง มีห้างสรรพสินค้าเยอะมากทั้ง ห้างสไตล์ญี่ปุ่น SOGO ไทม์สแควร์และไฮซานเพลส ลีกาเด้น และยังมีร้านค้าเรียงรายกระจายไปทั่วย่าน ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ แฟชั่น ของแต่งบ้าน Basao Tea ร้านชาขึ้นชื่อของเกาะฮ่องกง สายชาต้องอินเลิฟชัวร์ๆ ร้าน BASAO เน้นชาออร์แกนิกซึ่งมีหลายชนิดให้เลือกชิม ดีงามทั้งวัตถุดิบใบชาและการรังสรรค์เมนู ตอนที่เราไปเค้าทำเมนูพิเศษกับนม OATLY ด้วยนะ เวลาเปิดปิด: จันทร์-พฤหัส 9:00–18:00 ศุกร์-อาทิตย์ 10:00–19:00 การเดินทาง: ลงสถานี Causeway Bay Location: https://goo.gl/maps/ie922gDXC2Y29Bew5 Fashion Walk Shop แหล่งช้อปปิ้งที่มีทั้งโซนอินดอร์และเอ้าท์ดอร์เรียงรายกันหลายแบรนด์จากทั่วโลกเลย เดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้กันเพลินๆได้ทั้งวัน เวลาเปิดปิด: 10:00–23:00 ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน การเดินทาง: ลงสถานี Causeway Bay Location: https://goo.gl/maps/HhJtUfz4GH9KhnqT7 O.N.S Kapok ร้านซีเล็คช็อปชื่อดังของฮ่องกงตั้งอยู่ละแวก Fashion Walk แยกเป็นสองร้าน ร้านผู้ชายและผู้หญิง ส่วนร้านนี้เป็นสินค้าของผู้ชายเป็นหลัก มีทั้งเสื้อผ้าแบรนด์ดีๆ รองเท้า กระเป๋า จิวเวลรี่ เครื่องประดับ น้ำหอม เทียน ของแต่งบ้านและอื่นๆ อีกมากมาย ลองมาดูกันได้ครับ พนักงานที่นี่บริการดีมากเลย ส่วนร้านของผู้หญิงก็มีของกระจุกกระจิกน่าสนใจให้เลือกดูเยอะมากเช่นกัน เวลาเปิดปิด: 12:00–21:00 การเดินทาง: ลงสถานี Causeway Bay Location: https://goo.gl/maps/1uDBA2QGSDXD1SE9A Kitchen one roast goose สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการทานห่านย่าง หมูแดงหมูกรอบที่อร่อย และไม่ต้องรอคิวนาน (แถมบางร้านพอได้คิวก็ยังต้องรีบกินอีก) ร้านนี้อาหารเน้นพวกเนื้อย่างๆที่รสชาติดีใช้ได้เลย เมนูหมูแดงหมูกรอบอร่อยใช้ได้อาจจะไม่เท่าร้านดังๆหลายร้าน แต่เมนูห่านย่างซึ่งเป็นเมนูเด่นของร้านนั้นอร่อยไม่แพ้ที่อื่นนะและก็ไม่มีกลิ่นสาบอย่างที่คิดด้วย บางจังหวะก็แอบคิดว่าเราไปลำบากต่อคิวร้านอื่นทำไมนะ 5555 เวลาเปิดปิด: 11:00–22:00 การเดินทาง: ลงสถานี Causeway Bay Location: https://goo.gl/maps/8rChVY7odZVE2aD68 Hashtag B ร้านเบเกอรี่เล็กๆสไตล์ฮ่องกง เน้นขนมปังเนื้อนุ่มใส่ไส้ต่างๆถูกปากชาวเอเชีย ไม่มีที่ให้นั่งกินในร้านนะครับ เป็นแบบซื้อกลับ เราซื้อขนมปังเผือกที่เหลือชิ้นสุดท้ายกลับมากินแล้วอร่อยเลย แนะนำ! เวลาเปิดปิด: 11:00–22:00 การเดินทาง: ลงสถานี Causeway Bay Location: https://goo.gl/maps/8rChVY7odZVE2aD68 ย่าน Wan Chai หวานไจ๋ เป็นย่านการค้าใจกลางฮ่องกง ที่มีความวุ่นวายลำดับต้นๆ เลย แต่มีความแตกต่างจากย่านอื่นๆก็ตรงที่หวานไจ๋เป็นย่านที่เต็มไปด้วยตลาดและร้านค้านิชๆแบบท้องถิ่นฮ่องกงมากกว่า ตั้งอยู่ใกล้กับย่านเซ็นทรัล ถ้าเพื่อนๆอยากนำเทรนด์แนะนำให้ลองไปที่ร้านเสื้อผ้าเก๋ ๆ แถวถนน Starstreet และ ถนน Ship Street เลยครับ มีให้เลือกช้อปเยอะมาก มีคาเฟ่ ร้านอาหารเก๋ๆหลากหลายสัญชาติ มีค่าเฟ่ฮิปๆ เพียบ เป็นอีกหนึ่งย่านที่ไม่ควรพลาดเลยครับ SALVO STORE ร้านเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายที่เราชอบมากที่สุดในฮ่องกง ขอใช้คำนี้เลย เพราะเค้าเลือกแบรนด์เสื้อผ้ามาจากฝั่งยุโรป สแกนดิเนเวีย ดีไซน์สวย ใส่ได้เรื่อยๆ ราคาดีงาม มีน้ำหอมแบรนด์ฮ่องกงที่เราชอบมากอีกด้วย นั่นคือแบรนด์ oddity fragrance พนักงานน่ารักอัธยาศัยดีมาก และร้านเล็กๆแต่ตกแต่งสวยมาก จริงๆ ร้านเค้าเปิดมานานแล้วแต่เพิ่งทำการรีโนเวทใหม่ สวยสดเด่นสุดในย่านแล้ว อวยแล้วอวยอีก ต้องแวะแล้วนะครับ เวลาเปิดปิด: 11:00–19:00 การเดินทาง: ลงสถานี Wan Chai Location: https://goo.gl/maps/nAaMP3CWW8HpF2fm7 CREW ร้านกาแฟที่เราบังเอิญเดินผ่านและคิวยาวมาก ขากลับมาอีกรอบคิวหมดพอดี ก็เลยขอลองแวะชิมสักหน่อย ตัวร้านเตะตามาก เน้นซื้อกลับ ส่วนใหญ่ที่นี่จะเป็นพนักงานออฟฟิศมาซื้อกัน เวลาเปิดปิด: 8:00–18:00 การเดินทาง: ลงสถานี Wan Chai Location: https://goo.gl/maps/2ceubdxJWar8kEkw9 Kam Fai Dim Sum Restaurant ถ้าเพื่อนๆต้องการหาร้านติ่มซำ Local อร่อยจุใจไม่ไม่ต้องแคร์ดาวมิชลิน ไม่ต้องรอคิว (ยกเว้นช่วงพีคๆของวัน) แนะนำที่นี่เลยครับ ร้านนี้เราลองสุ่มเข้ามา ปรากฏว่ารสชาติดีเครื่องแน่นสดอร่อยไม่ผิดหวัง แต่อาจจะสื่อสารกับอาเจ็กแกยากนิดนึงนะครับ 555 เวลาเปิดปิด: 5:00–15:30 การเดินทาง: ลงสถานี Wan Chai Location: https://goo.gl/maps/DyVVqDSBXFn2npsc6 Matchali ร้านมัจฉะเปิดใหม่ล่าสุดในย่าน Wan Chai เราแวะเข้ามาเพราะหน้าร้านดูมินิมอลน่ารัก ชาเขียวรสชาติอร่อยมาตรฐานครับ เวลาเปิดปิด: 8:00–19:00 การเดินทาง: ลงสถานี Wan Chai Location: https://goo.gl/maps/pe3KHTX7LWh1UBuEA Blue Bottle Coffee ใครคิดถึงกาแฟ Blue Bottle ต้องมาที่นี่เพราะเป็นร้านกาแฟแห่งที่สามและใหญ่ที่สุดในฮ่องกง มีสองชั้นวิวดีนะ เวลาเปิดปิด: 8:00–19:00 การเดินทาง: ลงสถานี Wan Chai Location: https://goo.gl/maps/47b2dmwmjoc9ihEh6 The Monocle Shop แฟนๆแม็กกาซีนชื่อดัง Monocle จากเกาะอังกฤษ ต้องมาแวะร้านนี้ เพราะนอกจากจะมีของดีไซน์ดีๆจากทั่วทุกมุมโลกแล้ว ที่นี่ยังเป็นออฟฟิศของโมโนเคิ่ลประจำเกาะฮ่องกงด้วย มีหนังสือ ข้าวของเครื่องใช้ น้ำหอม สเตชั่นเนอรี่ให้เลือกช้อปเพียบ และที่สำคัญสินค้าบางตัวราคาถูกกว่าช้อปในสนามบินนะ เวลาเปิดปิด: 11:00–19:00 การเดินทาง: ลงสถานี Wan Chai Location: https://goo.gl/maps/gKkYxHf8AzKUDPhL9 Tsui Yuen Dessert ร้านขนมหวานสไตล์ฮ่องกงหลังมื้ออาหารที่เราชอบมากๆ ในฮ่องกง มีความเต้าทึงพุดดิ้งถั่วต้มต่างๆเสิร์ฟทั้งแบบร้อนและแบบเย็น อร่อยมากครับ เวลาเปิดปิด: 12:00–23:30 การเดินทาง: ลงสถานี Wan Chai Location: https://goo.gl/maps/hNTChF3VEFTUYjmc8 Apt. Coffee Wanchai ร้านคาเฟ่มินิมอลสุดในย่าน เวลาเปิดปิด: 8:00–18:00 การเดินทาง: ลงสถานี Wan Chai Location: https://goo.gl/maps/HQKTWch6Yj5GwCG46 ร้านอื่นๆในย่าน BASAO - Wan ChaiArtemis & Apollokapok Sun Street ย่าน Central เซ็นทรัล เป็นย่านธุรกิจศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดในฮ่องกง เต็มไปด้วยตึกระฟ้า ห้างหรูหรา โรงแรมห้าดาว ร้านอาหาร สินค้าแบรนด์เนม สำหรับเราขอจัดให้ย่านนี้เป็นย่านที่ครบที่สุดแล้วในฮ่องกงสามารถเดินเล่นได้ตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงเที่ยงคืนได้สบายๆ (ถ้าร่างกายยังไหวกันนะ ฮ่าๆ) For Kee Restaurant ร้านอาหารจานเดียวชื่อดังของหมู่คนไทยที่ไปเที่ยวฮ่องกง โด่งดังเรื่องข้าวหน้า Pork Chop โปะไข่ดาวโรยซีอิ๊ว จริงๆร้านนี้เปิดมานานมากแล้ว ใครมีเวลาเหลือเฟือแนะนำ แต่ถ้าใครเวลาน้อยแนะนำให้ข้ามไปเลย เพราะเป็นไปได้สูงว่าต้องรอคิวนานมากกกกกกก ส่วนรสชาติก็อร่อยดีครับ แนะนำแบบเพิ่มผักคะน้าฮ่องกงด้วย เวลาเปิดปิด: จันทร์-เสาร์ 7:00–16:30 ปิดวันอาทิตย์ การเดินทาง: ลงสถานี Central Location:https://goo.gl/maps/u8BgxdxXmKGBsy9L9 Tai Kwun Centre for Heritage and Arts จากอดีตสถานีตำรวจและเรือนจำเก่าแก่กว่า 170 ปี ถูกปรับปรุงเปลี่ยนใหม่กลายมาเป็นศูนย์วัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่คอยต้อนรับชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้พิ้นที่พักผ่อนและเสพศิลป์ทุกรูปแบบอย่างไม่จำกัด ประกอบไปด้วยอาคารใหม่และอาคารเก่าปรับปรุงใหม่ มีมิวเซียมจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยอย่าง JC Contemporary Museum ที่นั่งพักผ่อน ร้านขายของเก่า บาร์ร้านอาหาร แต่โซนคุกเก่าแอบวังเวงนิดๆครับ เวลาเปิดปิด: 8:00–23:00 การเดินทาง: ลงสถานี Central Location: https://goo.gl/maps/1k5aV1wNRPJgzQA47 SLOWOOD เป็นร้านขายของชำสำหรับวิถีชีวิตยั่งยืนโดยนำเสนอสินค้าที่ปราศจากขยะและคัดสรรมาอย่างดี ตั้งแต่อาหาร เครื่องสำอางค์ เครื่องหอม และของใช้ในบ้าน ร้านมุ่งหวังที่จะมอบทางเลือกเพิ่มเติมให้กับชุมชนสำหรับเส้นทางการใช้ชีวิตสีเขียวของทุกคน ตั้งอยู่ในโครงการ Central Market ย่านเซ็นทรัล เวลาเปิดปิด: 11:00–21:00 การเดินทาง: ลงสถานี Central Location: https://goo.gl/maps/eLvsuqCxJKiRwW6p7 Officine Universelle Buly Hong Kong เป็นแบรนด์ความงามเก่าแก่จากประเทศฝรั่งเศส และเป็น Flagship หนึ่งเดียวในฮ่องกง Shop นี้ขนาดไม่ใหญ่ แต่ทำให้รู้สึกแกรนด์ด้วยเพดานสูงและงาน Decor ที่ดูขลังมากครับ เวลาเปิดปิด: 11:00–20:00 การเดินทาง: ลงสถานี Central Location: https://goo.gl/maps/MmoyYm2SgoqK9Eqz7 Bakehouse ร้านเบเกอรี่สุดฮิตติดกระแส เราเห็นคนถือถุงร้านนี้เดินกันให้ว่อน ยอมรับว่าแบรนด์ดิ้งเค้าน่ารักมากครับ ขนมก็น่าลองหลายอย่าง เราซื้อทาร์ตไข่มาลอง รสชาติเข้มข้นอร่อยครับ แต่เราว่าหวานไปนิดนึง เวลาเปิดปิด: 8:00–21:00 การเดินทาง: ลงสถานี Central Location: https://goo.gl/maps/reUktgqs3kDcoLaX6 Aesop Gough Street สาขานี้เป็นร้าน Signature Store ของ Aesop ที่ออกแบบโดย March Studio หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าตอนนี้ร้าน Aesop ในไทยระงับการให้บริการไปชั่วคราว และเตรียมที่จะกลับมาใหม่ในอีกไม่นาน ฉะนั้นถ้าใครของหมดพอดีแล้วได้มาที่ฮ่องกงก็ซื้อกลับไปสต็อคกันได้ครับ เวลาเปิดปิด: 11:00–20:00 การเดินทาง: ลงสถานี Central Location: https://goo.gl/maps/NKGFPkmxYa4QX8hN6 MAN-MO Temple วัดหม่านโหมว (Man Mo Temple) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะฮ่องกงเพราะสร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 1847 เป็นวัดที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้กันโดยเฉพาะเหล่านักเรียน นักศึกษา แม้ขนาดไม่ใหญ่แต่ความขลังนั้นไม่เล็กครับ เวลาเปิดปิด: 8:00–18:00 การเดินทาง: ลงสถานี Central Location: https://goo.gl/maps/8Z553k2VkSnktS8v9 Le Labo Central แบรนด์น้ำหอมชื่อดังจากนิวยอร์ค ถ้าได้แวะมาอย่าลืมลองดมกลิ่น Bigarade18 ที่เป็นกลิ่นพิเศษเฉพาะฮ่องกงเท่านั้นด้วยนะครับ เวลาเปิดปิด: 11:00–20:00 การเดินทาง: ลงสถานี Central Location: https://goo.gl/maps/b2CeK6WbardE1WFY7 Mother Pearl (Central) ร้านชานมไข่มุกแบรนด์ดิ้งน่ารัก ร้านสวย ที่นี่จะเสิร์ฟเป็นขนมหวานและชานมไข่มุกแบบ Organic และ Low Calorie ใครสายดูแลสุขภาพแวะมาชิมกันได้ครับ อร่อยไปอีกแบบ… แบบที่รู้สึกผิดน้อยลง เวลาเปิดปิด: 11:00–20:00 การเดินทาง: ลงสถานี Central Location: https://goo.gl/maps/b2CeK6WbardE1WFY7 PMQ เดิมทีที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นโรงเรียนรัฐบาลในปี คศ 1889 ต่อมาก็ปรับเปลี่ยนไปเป็นที่พักข้าราชการตำรวจและสุดท้ายในปี 2014 ก็ได้รับการฟื้นฟูให้กลายมาเป็น PMQ แบบที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน PMQ เป็นศูนย์กลางแห่งความสร้างสรรค์ระดับโลก เป็นที่รวมเอางานอาร์ตทุกแขนงเข้าด้วยกัน มีร้านค้า คาเฟ่ สตูดิโอออกแบบ แกลอรี่ และอีกมากมาย ตอนที่เราไปเค้ากำลังจัดแสดงงาน Graphic Design in Japan 2022 (Hong Kong Edition) เวลาเปิดปิด: 12:00–23:00 การเดินทาง: ลงสถานี Central Location: https://goo.gl/maps/KU9n3sNx8EHnLRna6 HJEM Hjem แปลว่า 'บ้าน' ในภาษานอร์เวย์ เป็นคาเฟ่สไตล์นอร์ดิกก่อตั้งโดย Elin Fu ที่เคยไปใช้ชีวิตที่เมือง Hamar ทางตะวันออกเฉียงใต้เล็กๆ ในนอร์เวย์ และตอนนี้ก็ได้ย้ายกลับมาเปิดคาเฟ่ในฮ่งกง กาแฟดี ขนมอร่อย แนะนำ Cinnamon And Cardamom Roll ครับ เวลาเปิดปิด: 8:00–18:00 ปิดวันจันทร์ การเดินทาง: ลงสถานี Sheung Wan Location: https://goo.gl/maps/FhBRmVMAxgbFRB5eA Rapha คลับของผู้รักการปั่นจักรยาน เป็นแบรนด์จากอังกฤษ ภายในร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับจักรยาน เสื้อผ้าต่างๆ รวมไปถึงโซนคาเฟ่ที่เป็นที่พบปะของเหล่านั่งปั่นของฮ่องกง เวลาเปิดปิด: 11:00–19:00 การเดินทาง: ลงสถานี Sheung Wan Location: https://goo.gl/maps/ADnQH5AKSruSLbz18 Adjective / Objective อีกหนึ่งร้านโปรดของเราในฮ่องกง ที่นี่เป็นสตูดิโอออกแบบ (เค้าออกแบบร้าน Omotesando Koffee สาขาฮ่องกงด้วยล่ะ) ส่วนร้านนี้เป็นอีกหนึ่งธุรกิจของเขา ที่คัดของของดีไซน์เก๋ๆมาขายจากทั่วทุกมุมโลก ที่สำคัญคือคุณเจ้าของร้านน่ารักมากๆ เวลาเปิดปิด: 9:30–18:30 การเดินทาง: ลงสถานี Sheung Wan Location: https://goo.gl/maps/izo4MoSed7NdFiBQ9 Tsim Chai Kee Noodle ร้านบะหมี่เกี๊ยวชื่อดังเจ้าของรางวัลมิชลินหลายสมัย ในชามจะมีลูกชิ้นหมูผสมปลาปั้นมือเป็นก้อนเบ้อเริ่มเทิ่มสะใจเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน โรยน้ำพริกเผานิดหน่อยอร่อยสุดๆ ราคาประมาณชามละ HKD 38-44 ตอนที่เราไปโชคดี ไม่มีคิวพอดีเลยครับ เวลาเปิดปิด: 11:00–21:30 การเดินทาง: ลงสถานี Central Location: https://goo.gl/maps/GD37kkN62r5CtRUC9 % Arabica (Mid-Levels) ร้านกาแฟแบรนด์ญี่ปุ่นแต่มีสาขาแรกอยู่ที่ฮ่องกง ตอนนี้มีหลายสาขาแล้ว ส่วนสาขานี้เป็นสาขาในย่าน Central ลองแวะไปนั่งชิลกันได้ เวลาเปิดปิด: 8:30–19:00 การเดินทาง: ลงสถานี Central Location: https://goo.gl/maps/XX7gL9sR3Vu99sP28 ย่าน Tsim Sha Tsui ปิดท้ายโพสต์นี้กันที่ย่านช็อปปิ้งและแหล่งท่องราตรีชื่อดังบนเกาะเกาลูน นักช้อปทั่วโลกต้องรู้จักย่านนี้ นอกจาก Habour Mall แล้ว ที่นี่ยังมีห้างอื่นๆ อีกมากมาย และห้างใหม่ล่าสุดที่กำลังมาแรงของย่านนี้ก็คือ K11 ครับ เป็นห้างริมน้ำที่รวมแบรนด์ไว้เยอะมาก ร้านอาหารก็เพียบเลย Mak's Noodle บะหมี่ร้านดังมีหลายสาขาทั่วฮ่องกงและได้ยินว่ากำลังจะมาเปิดที่ไทยเร็วๆนี้ อาม่า (เจ้าของร้านหรือเปล่าไม่รู้) แนะนำให้สั่งบะหมี่เกี๊ยวแบบแยกเส้นมาคลุกซอสต่างหากบอกว่าอร่อยกว่า เราว่าร้านนี้อร่อยง่ายๆได้มาตรฐานดีครับ ตกชามละประมาณ HKD 60-70 เวลาเปิดปิด: 10:30–23:00 การเดินทาง: ลงสถานี Tsim Sha Tsui Location: https://goo.gl/maps/GD37kkN62r5CtRUC9 Clean Coffee ร้านกาแฟคลีนเสิร์ฟกาแฟและคุ้กกี้แบบออแกนิก คอนเซ็ปต์ Tap & Go เป็นร้านกาแฟนี้ไม่มีพนักงานแม้แต่คนเดียว ทุกอย่างต้องบริการตัวเองใช้แค่บัตร Octopus บัตรเดียวเท่านั้น ร้านนี้ให้ฟีลเหมือนตู้กดกาแฟเต่าบินบ้านเรา แต่จะมีความคราฟท์กว่า มีให้เลือกกดส่วนผสมต่างๆจากหลายสเตชั่น คุณภาพและรสชาติเหมือนกาแฟในคาเฟ่สมัยใหม่ที่ชงสดเลย และที่นี่จะมีที่ให้นั่งจิบกาแฟด้วย ราคาประมาณแก้วละ HKD 25 ตั้งอยู่ในโครงการ Heath Hong Kong ชั้นใต้ดิน เวลาเปิดปิด: 9:00–17:00 การเดินทาง: ลงสถานี Tsim Sha Tsui Location: https://goo.gl/maps/K7kVtsDXHRynx1tx8 Latam Coffee ร้านกาแฟที่เสิร์ฟกาแฟจากสาธารณรัฐโดมินิกันโดยเฉพาะ มีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลายตัว แต่ทั้งหมดก็จะนำเข้าจากประเทศเดียว คือเป็น Single Origin ตั้งแต่ตัวร้านเลย มีคุณลุงคนฮ่องกงที่มารอเข้าร้านตั้งแต่ยังไม่เปิด เขาบอกเราว่ากาแฟที่นี่อร่อยจริงๆ เวลาเปิดปิด: 11:00–20:00 การเดินทาง: ลงสถานี Tsim Sha Tsui Location: https://goo.gl/maps/jZmjLUPKXZ4uN1aC6 MIDO CAFÉ ขอเพิ่มโบนัสในโพสต์นี้ด้วยร้าน MIDO CAFÉ เป็นร้านอาหารคาเฟ่สไตล์ฮ่องกงสุดคลาสสิคที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1950 ปัจจุบันก็ยังคงเอกลักษณ์บรรยากาศแบบเดิมให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในร้านกาแฟเมื่อ 70 กว่าปีก่อนจริงๆ เราเองก็เพิ่งเคยมากันครั้งแรก และจานที่เราถูกใจที่สุดคือ French Toast ไส้ Ham & Cheese อร่อยนัว สะใจสุดๆ เวลาเปิดปิด: 11:30–20:30 ปิดวันพุธ การเดินทาง: ลงสถานี Yau Ma Tei Station Location: https://goo.gl/maps/2jXm7sbE7cafgBzN8 The Monocle Shop ใครมีเวลาเหลือที่สนามบินแนะนำให้แวะไปที่ MONOCLE SHOP เพราะที่นี่เป็นร้าน MONOCLE SHOP ในสนามบินร้านแรกในโลกอยู่บริเวณ Gate 61, Terminal 1, Hong Kong International Airport มีของขายเหมือนในเมือง แต่ราคาบางไอเท่มอาจจะสูงกว่าสาขาในเมืองนิดนึงนะ สงสัยค่าเช่าแพงแหละ เวลาเปิดปิด: 10:00 - 19:00 การเดินทาง: ลงสถานี Hong Kong International Airport, Gate 61, Terminal 1 Location: https://goo.gl/maps/N2J2J5gwvDe1qnBc7 เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับทริปฮ่องกงของเราทริปนี้ เราพาไป #Hop กันจุใจไหม อย่าลืมติดตามพวกเรากันได้ที่ https://www.hoparound.co/ Youtube, Facebook, Instagram, TikTok: @Hoparound.co Instagram: @ThisthatCake, @KajornFurst โรงแรมแนะนำในฮ่องกง พร้อมดีลพิเศษ เดอะ เมอเรย์ ฮ่องกง อะ นิกโกโล โฮเทล (The Murray, Hong Kong, a Niccolo Hotel) ตูฟ (Tuve) มอนเดรียน ฮ่องกง (Mondrian Hong Kong) เดอะ เฟลมิง (The Fleming) เพจ 148 เพจ โฮเทล (Page148, Page Hotel) ลิตเทิล ไท่ หัง (Little Tai Hang) อีตัน ฮ่องกง (Eaton HK)
- Hotel Toranomon Hills นิยามความสงบแบบ Japandi โรงแรมใหม่ใจกลางโตเกียว
Hotel Toranomon Hills สัมผัส Urban Cocoon แห่งใหม่ใจกลางโตเกียว กับการพักผ่อนเหนือระดับที่ผสานดีไซน์สแกนดิเนเวียนและจิตวิญญาณญี่ปุ่น ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของกรุงโตเกียว ย่าน Toranomon ได้ถูกยกระดับจากย่านธุรกิจที่เต็มไปด้วยอาคารสำนักงาน ให้กลายเป็น "Global Business Center" ที่ครบครันด้วยไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย และหัวใจสำคัญของโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่นี้คือการมาถึงของ Hotel Toranomon Hills โรงแรมที่สร้างนิยามใหม่ของคำว่าความหรูหราที่เรียบง่าย ทริปนี้เราจะพาทุกคนไปสำรวจทุกซอกทุกมุมของโรงแรมที่ได้ชื่อว่าเป็น "Urban Cocoon" หรือดักแด้ใจกลางเมืองที่จะช่วยให้คุณหลีกหนีความวุ่นวายได้อย่างแท้จริงครับ The Legacy & Brand: จิตวิญญาณแห่ง The Unbound Collection by Hyatt หากจะทำความเข้าใจตัวตนของที่นี่ เราต้องเริ่มจากแบรนด์ The Unbound Collection by Hyatt ครับ แบรนด์นี้ไม่ใช่โรงแรมที่มีรูปแบบตายตัว แต่เป็นการคัดสรรโรงแรมที่มี "บุคลิก" เฉพาะตัวและมีเรื่องราวที่น่าสนใจ (Story-worthy) มีเรื่องราวที่โดดเด่น และมีความเชื่อมโยงกับท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง Hotel Toranomon Hills เป็นแห่งแรกของแบรนด์นี้ในกรุงโตเกียว โดยตั้งอยู่ในอาคาร Toranomon Hills Station Tower ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของ OMA (Rem Koolhaas) สถาปนิกระดับโลก ตัวโรงแรมตั้งใจให้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ที่ต้องการสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเชื่อมต่อกันได้ ทั้งในแง่ของธุรกิจและการพักผ่อน โดยมีการผสมผสานงานดีไซน์ระดับสากลเข้ากับบริบทของโตเกียวยุคใหม่ได้อย่างไร้ที่ติครับ Design Philosophy: เมื่อความนิ่งแบบเดนมาร์ก ผสานความประณีตแบบญี่ปุ่น หนึ่งในจุดที่ทำให้เราตกหลุมรักที่นี่ตั้งแต่แรกเห็นคืองานดีไซน์ภายในครับ โรงแรมแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดย Space Copenhagen สตูดิโอชื่อดังจากเดนมาร์ก (ผู้อยู่เบื้องหลังดีไซน์ของร้านอาหาร Noma) พวกเขาใช้แนวคิด "Slow Aesthetics" มาเป็นแกนหลัก การตกแต่งจึงออกมาในสไตล์ที่เรียกว่า Japandi หรือการผสมผสานระหว่างสแกนดิเนเวียนและญี่ปุ่น เราจะเห็นการใช้ไม้ธรรมชาติโทนสีอบอุ่น งานผ้าทอที่มี Texture ละเอียด และการจัดแสงที่นุ่มนวลซึ่งเน้นการสร้างอารมณ์มากกว่าความสว่างจ้า ทุกย่างก้าวในโรงแรมจึงให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในงานศิลปะที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังครับ The Arrival Experience ทันทีที่ก้าวเข้าไปในล็อบบี้ ความรู้สึกแรกที่ปะทะเราคือ "ความเงียบที่มีพลัง" ครับ แม้ภายนอกจะเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่วุ่นวายที่สุดแห่งหนึ่ง แต่เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก กลิ่นอายของไม้โอ๊คและเครื่องหอมจางๆ ที่ถูกคัดสรรมาอย่างประณีตก็โชยมาทักทาย การตกแต่งที่นี่ใช้โทนสีธรรมชาติ (Earth Tone) ทั้งหมด ตั้งแต่พื้นหินอ่อน ผนังไม้ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษจากเดนมาร์ก พนักงานต้อนรับที่นี่ดูแลเราด้วยความอ่อนน้อมแต่มีความเป็นสากลสูงมาก การเช็คอินไม่ได้ทำเพียงแค่รับคีย์การ์ด แต่เป็นการพูดคุยแนะนำที่ทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่ได้มาแค่พักค้างคืน แต่เรากำลังจะเริ่มต้น "ประสบการณ์" ครั้งใหม่ในโตเกียวครับ Our Room: 1 King Bed, Premium พื้นที่ส่วนตัวที่นิยามคำว่า 'Urban Cocoon' ห้องพักที่เราเข้าพักในครั้งนี้คือประเภท 1 King Bed, Premium ซึ่งต้องบอกว่าเป็นการออกแบบที่ชาญฉลาดมากในเรื่องการใช้พื้นที่ (Spatial Design) Sense of Space: เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาคือหน้าต่างบานใหญ่แบบ Floor-to-ceiling ที่เปิดรับวิวเมืองโตเกียวแบบพาโนรามา พื้นที่ในห้อง Premium กว้างขวางจนเรารู้สึกโปร่งสบาย ไม่เกะกะแม้จะวางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ Sustainability & Innovation: อีกหนึ่งรายละเอียดที่เราประทับใจและถือเป็นจุดเด่นเรื่องความยั่งยืนของที่นี่ คือการติดตั้ง ระบบกรองน้ำดื่ม (In-room Water Purification System) ไว้ให้ในห้องน้ำครับ ทางโรงแรมจัดเตรียมขวดแก้วดีไซน์สวยไว้ให้เราสามารถเติมน้ำดื่มที่สะอาดและบริสุทธิ์ได้ตลอดการเข้าพัก นอกจากจะช่วยลดการใช้ขวดพลาสติกแบบ Single-use แล้ว ยังเป็นความสะดวกสบายที่ทำให้เรารู้สึกวางใจในมาตรฐานความสะอาดของญี่ปุ่นจริงๆ Tactile Design: เราประทับใจใน "ผิวสัมผัส" ของวัสดุภายในห้องมากครับ ตั้งแต่พื้นไม้โอ๊คอุ่นๆ ไปจนถึงผ้าทอเนื้อดีบนโซฟา ทุกอย่างถูกคัดสรรมาเพื่อให้ความรู้สึกที่ดีเมื่อสัมผัส เตียงนอนขนาด King Size คือความสมบูรณ์แบบของการพักผ่อน เครื่องนอนผ้าฝ้ายคุณภาพสูงช่วยให้เราหลับลึกและตื่นมาด้วยความสดชื่น Intuitive Technology: ทุกอย่างในห้องควบคุมด้วยระบบ Smart Home ที่แนบเนียนไปกับดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นม่านไฟฟ้าหรือการปรับความเข้มของแสงไฟตามช่วงเวลา ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศแบบ 'Cocoon' หรือการดักแด้ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกได้อย่างแท้จริงครับ Dining & Lifestyle: Le Pristine Tokyo และพื้นที่แห่งการเชื่อมต่อ เราไม่สามารถรีวิวโรงแรมนี้ได้เลยถ้าไม่พูดถึงห้องอาหาร Le Pristine Tokyo ซึ่งเป็นผลงานความร่วมมือกับเชฟ Sergio Herman ผู้ครอบครองดาวมิชลินชาวดัตช์ The Culinary Art: ที่นี่นำเสนออาหารสไตล์ "New Italian" ที่มีความร่วมสมัยและโฉบเฉี่ยว การเลือกใช้วัตถุดิบสดใหม่จากญี่ปุ่นมาปรุงด้วยเทคนิคสไตล์ยุโรปทำให้รสชาติมีความลุ่มลึก บรรยากาศของห้องอาหารมีความเท่และมีพลัง (Energetic) เหมาะทั้งมื้อค่ำที่ต้องการความพิเศษหรือการเจรจาธุรกิจที่มีรสนิยม The Lounge: อีกส่วนที่เราประทับใจมากคือ The Lounge พื้นที่อเนกประสงค์สำหรับแขกผู้เข้าพัก ที่นี่ถูกออกแบบมาให้เป็นเสมือน "Third Space" มีทั้งโซนที่นั่งทำงานสงบๆ พร้อมกาแฟคุณภาพเยี่ยม และมุมสำหรับจิบเครื่องดื่มยามเย็น สิ่งที่ว้าวมากคือมีบริการห้องอาบน้ำและจุดพักผ่อนสำหรับแขกที่เดินทางมาถึงก่อนเวลาเช็คอิน หรือผู้ที่ต้องการรอไฟลท์หลังเช็คเอาท์ ซึ่งเป็นบริการที่ใส่ใจนักเดินทางอย่างแท้จริงครับ Breakfast Experience: สุนทรียภาพแห่งรสชาติยามเช้าที่ Le Pristine Tokyo การเริ่มต้นวันใหม่ที่ Hotel Toranomon Hills คือประสบการณ์ที่เราอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสด้วยตัวเองครับ มื้อเช้าของที่นี่เสิร์ฟที่ห้องอาหาร Le Pristine Tokyo ซึ่งในช่วงเช้าจะให้บรรยากาศที่แตกต่างจากมื้อค่ำอย่างสิ้นเชิง แสงธรรมชาติที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกบานใหญ่ทำให้พื้นที่นี้ดูโปร่งและมีพลัง ที่นี่จะเสิร์ฟอาหารทั้งแบบบุฟเฟ่ต์และแบบสั่งจานต่อจานนะครับ The Selection: มื้อเช้าที่นี่ไม่ได้เน้นปริมาณจนเกินพอดี แต่เน้นไปที่ "คุณภาพ" ในทุกๆ จาน (Curation) มีให้เลือกทั้งแบบ Western และ Japanese Set ที่ปรุงอย่างประณีต Highlight: เราประทับใจกับเมนูไข่ที่ทำสดใหม่ และเบเกอรี่ที่อบมาแบบกรอบนอกนุ่มในสไตล์ยุโรป ทานคู่กับเนยพรีเมียมและแยมผลไม้ท้องถิ่นของญี่ปุ่น รสชาติมีความซับซ้อนและลงตัวแบบ Fine Dining ยามเช้า The Atmosphere: การได้นั่งจิบกาแฟสเปเชียลตี้ร้อนๆ พร้อมมองดูผู้คนและจังหวะของเมืองโตเกียว เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและพร้อมสำหรับการออกไปออกสำรวจเมืองในวันนั้นจริงๆ ครับ Wrapping Up Our Stay ทำไม Hotel Toranomon Hills ถึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ? การได้ใช้เวลาพักผ่อนที่ Hotel Toranomon Hills ในห้อง 1 King Bed, Premium ครั้งนี้ ทำให้เราเข้าใจว่าความหรูหราในยุคปัจจุบันไม่ใช่เพียงการใช้วัสดุที่ราคาแพง แต่คือการมอบ "เวลา" และ "ความสงบ" ให้กับผู้เข้าพัก ด้วยทำเลที่ตั้งที่ยอดเยี่ยมเหนือสถานีรถไฟใต้ดิน Toranomon Hills (Hibiya Line) โดยตรง ทำให้การเดินทางไป Ginza, Roppongi หรือ Ebisu ทำได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่นาที แต่เมื่อกลับมาถึงโรงแรม คุณจะพบกับความสงบที่เหมือนอยู่คนละโลก หากคุณคือคนที่หลงใหลในงานดีไซน์ ต้องการความสะดวกสบายที่ทันสมัย และมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างจากโรงแรม Luxury แบบเดิมๆ ในโตเกียว เราขอแนะนำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายถัดไปของคุณครับ รับรองว่าการเข้าพักที่นี่จะเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อย่าน Toranomon ไปตลอดกาล Hotel Toranomon Hills (The Unbound Collection by Hyatt) 2-6-4, Toranomon, Minato-ku, Tokyo, 105-0001, Japan Tel: +81 3 6834 5678 Reservations: +81 3 6705 2656 Website: www.hyatt.com/en-US/hotel/japan/hotel-toranomon-hills/tyoub #LetsHoparound #HotelToranomonHills #TheUnboundCollectionbyHyatt #Tokyo #Japan #LuxuryDesignHotel #JapandiStyle #UrbanCocoon #LetsHoparound #รีวิวโรงแรม #ที่พักโตเกียว #โรงแรมโตเกียว #โตเกียว #ญี่ปุ่น #LuxuryTravel #ArchitectureLovers #ToranomonHills #DesignHotel
- TOKYO: SHIBUYA
The Back-streets of Shibuya ห้าแยก Shibuya อาจมีภาพจำในฐานะแยกอันคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่เดินข้ามถนนกันหนาแน่นที่สุดในโลก แต่ใครจะรู้ว่าหากเราเดินหลบความโกลาหลมาเพียงนิดเดียว อีกด้านที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงของ Shibuya ก็รอคอยให้ชาว Hopsters ค้นพบอยู่อย่างเงียบๆ Kamiyama Street ถนนแสนเก๋ ไอเท่มลับแห่ง Shibuya จากห้าแยก Shibuya ให้เดินตรงผ่านร้าน H&M ขึ้นไปประมาณ 500 เมตร ก็จะพบกับถนนที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าและคาเฟ่เท่ๆหลากหลายสไตล์ ØL by Oslo Brewing Co. ร้านคราฟท์เบียร์ (มีกาแฟอร่อยๆเสิร์ฟด้วยนะ) ที่มีส่วนผสมของความเป็นญี่ปุ่นและ Scandinavian ทำให้บรรยากาศภายในร้านดูอบอุ่นและมีสไตล์ไปพร้อมๆกัน Location: https://g.page/oltokyo?share SPBS (Shibuya Publishing & Book Sellers) แหล่งรวมหนังสือ และสินค้าดีไซน์กุ๊กกิ๊ก ลิมิเต็ด เอดิชั่นที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างมีรสนิยม สำหรับคนที่รักงานสิ่งพิมพ์สวยๆ ก็คงเพลิดเพลินอยู่ในร้านนี้ได้จนลืมเวลา แม้ไม่รู้ภาษา แต่เราก็รับรู้ได้ถึงความตั้งใจที่อยู่ในหนังสือแต่ละเล่มที่เราหยิบขึ้นมาดู ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับงานออกแบบล้ำๆ แมกาซีนแฟชั่นเปรี้ยวจี๊ด รวมไปถึงหนังสือเด็ก หนังสืออาหาร หนังสือรูปถ่าย รูปวาดหรือกระทั่งนิยายและการ์ตูนญี่ปุ่น Location: https://goo.gl/maps/HgnvhJ8sq8CCpQAE6 Coffee Supreme Tokyo แบรนด์ร้านกาแฟสัญชาตินิวซีแลนด์ที่เราปลื้มในรายละเอียดแบรนดิ้ง ตั้งแต่โลโก้ ของพรีเมี่ยมต่างๆ เราซื้อกระป๋องเก็บเมล็ดกาแฟที่พนักงานบอกว่าพ่นสีด้วยมือทุกชิ้น ขนาดเก้าอี้ในร้านยังเจาะเป็น silhouette ของโลโก้เลย เอ่อออ ลืมบอกไปว่ากาแฟก็อร่อยถูกใจเชียวล่ะ Location: https://goo.gl/maps/vDvTabRJMnLg4ejEA Camelback Sandwich & Espresso อยู่ติดกับร้าน Coffee Supreme เลย ร้านเล็กๆแต่ชื่อเสียงโด่งดังเรื่องแซนด์วิช โดยเฉพาะแซนด์วิชไข่ที่ฟังดูเรียบง่ายแต่อร่อยอย่าบอกใคร และกาแฟเอสเพรสโซ่รสเข้ม(มาก) Location: https://goo.gl/maps/c2NyrDkCU8A1QQGh8 ร้านค้ามือสองก็มีมาให้เห็นเป็นระยะๆ Monocle Shop Tokyo ช้อปและสำนักงานของนิตยสารชื่อดังที่มีเพียงไม่กี่สาขาในโลก ในร้านนอกจากจะมี Monocle อิชชู่ย้อนหลังต่างๆแล้ว ยังคัดของอื่นๆมาขายด้วยตั้งแต่ กระเป๋า เครื่องเขียน น้ำหอม และสินค้าเฉพาะที่ร่วมกับศิลปินหรือแบรนด์ญี่ปุ่น แอบกระซิบนิดนึงว่าราคาค่อนข้างสูง Location: https://goo.gl/maps/s9X8b6ShDYP9NkYe7 EW.Pharmacy ร้านดอกไม้แห้งเท่ๆ ที่ให้อิสระกับลูกค้าในการเลือกผสมชนิดของดอกไม้หลากสีสันได้ตามความชอบ และงบประมาณ หรือจะซื้อแบบที่ร้านจัดไว้ให้แล้วก็ได้ นอกจากจะมีแบบจัดเป็นช่อแล้ว ยังสามารถเลือกให้จัดดอกไม้ใส่ซองใส หรือแช่น้ำมันในขวดโหลขนาดต่างๆอีกด้วย Location: https://goo.gl/maps/i1pxMQnVJ6kY2DAN6 & CHEESE STAND アンドチーズスタンド ร้านขายชีสที่ไม่ได้มีแค่ชีสเปล่าๆ แต่ยังมีเครื่องดื่ม ขนมทานเล่น อาหารต่างๆที่ทำมาจากชีส รวมไปถึงไวน์ ใครชอบชีสควรแวะ! Location: https://goo.gl/maps/yMQG7jgqcmisfrG77 CIA Inc. / the Brand Architect Group บริษัทแบรนด์ดิ้งชื่อดังของญี่ปุ่น ที่ได้รับรางวัลต่างๆมากมาย Location: https://goo.gl/maps/MWvnWgV8H15H6YAq7 Fuglen Tokyo ร้านกาแฟชื่อดังจาก Norway ที่มีเพียงไม่กี่สาขาในโตเกียว Location: https://g.page/Fuglen_Tokyo?share Jinnan ย่านสตรีทแบรนด์แห่งชิบูย่า เพียงเดินลัดเลาะจากถนน Kamiyama มาประมาณ 10 นาที เราก็จะได้พบกับอีกย่านที่อาจจะไม่ลับเท่าไหร่ เพราะเต็มไปด้วยร้าน Street Brands ชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะแบรนด์ญี่ปุ่นเจ้าถิ่น อย่าง Journal Standard, Beams, Urban Research, Studious หรือจะเป็นแบรนด์เท่ๆจากฝั่งตะวันตกอย่าง Pilgrim Surf+Supply, MHL, SUPREME, Acne Studios Blå Konst ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เตรียมเงินและเวลาไปเยอะๆก็พอเนอะ atelier Head porter Roasted Coffee Pilgrim Surf+Supply Beams Supreme Margaret Howell แบรนด์เสื้อผ้า ไลฟ์สไตล์ชื่อดังจากประเทศอังกฤษ แต่ชาวญี่ปุ่นซื้อลิขสิทธิ์มาทำมาเกตติ้งเอง จนแบรนด์มีชื่อเสียงติดตลาดวัยรุ่นในที่สุด และข้างๆกันก็มีคาเฟ่ของนางด้วยนะ ลองไปแวะชิลกันได้ สาขานี้พนักงานบริการน่ารัก เป็นกันเองสุดดดดดด Location: https://goo.gl/maps/Hg9kJ2UvY2UfYWn27 วันนี้แค่นี้ก่อนละกันเนอะ คราวหน้าเราจะพาไป #hop ย่านไหน ก็ต้องติดตามกันต่อนะจ๊ะ รับรองว่า hip ไม่แพ้กันแน่นอน เพราะถ้าไม่ hip เราก็ไม่ hop ไปให้เสียเวลาหรอก จริงมะ? 555 :-) Facebook: @hoparound.co Instagram: @hoparound.co Website: www.hoparound.co #LetsHoparound #LetsHoparoundTokyo #Shibuya #เที่ยวโตเกียว #ย่านชิบูย่า #Tokyo #รีวิวโตเกียว #โตเกียวไปไหนดี #เที่ยวชิบูย่า #รีวิวชิบูย่า #รีวิวย่านชิบูย่า
- AMANPURI อมันปุรี The Original Aman
AMANPURI อมันปุรี The Original Aman ป่ะ! ไป #hop ชมรีสอร์ทหรูระดับ Ultra-Luxury ที่ Amanpuri ภูเก็ตกัน ที่นี่คือรีสอร์ทแห่งแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Aman แบรนด์ที่พัก Exclusive ที่เลอค่าที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก และรีสอร์ทหรูแห่งนี้ยังเป็น Flagship Property ของแบรนด์ที่พิเศษสุดๆอีกด้วย Aman (แปลว่าความสงบในภาษาสันสกฤติ) ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ Hospitality สุดหรูที่มีโอกาสต้อนรับแขก A-list ทั่วโลกอยู่บ่อยๆเท่านั้น แต่ทุกๆ Property ของ Aman นั้นตั้งอยู่ในทำเล Exclusive ที่คัดสรรมาอย่างดีทั่วโลก ทั้งที่อยู่แนบชิดกับธรรมชาติที่งดงามตระการตา หรือเป็นสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติของแต่ละถิ่นที่ ทำให้ Aman เป็นมากกว่าที่พักสวยหรูทั่วๆไป แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่หลายคนใฝ่ฝันว่าจะต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิตเพื่อลิ้มรสความสมบูรณ์แบบในทุกๆองค์ประกอบของความเป็นสถานที่แห่งความสุขสงบเหนือระดับ Exclusive Rate for Hoparound.co Fans ! ! ราคาพิเศษเฉพาะ Hoparound.co เท่านั้น!! ตั้งแต่โลเคชั่นที่งดงามทรงคุณค่าและเป็นส่วนตัวขั้นสุด งานสถาปัตยกรรมที่ผสานเสน่ห์วัฒนธรรมของสถานที่นั้นๆ ให้เข้ากับความสะดวกสบายตามวิถีชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างมีรสนิยม การบริการอันดีเยี่ยมไร้ที่ติ และที่เหนือชั้นในการฝึกอบรมทีมมากๆก็คือการแสดงออกถึงความจริงใจของพนักงานทุกคนที่เราสัมผัสได้จึงทำให้ไม่รู้สึกเกร็งใดๆเลย รวมไปถึงการสนับสนุนให้แขกได้ตักตวงเอาประสบการณ์ดีๆจากแต่ละโลเคชั่นให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะในรูปแบบของกิจกรรมที่ยูนีคและหลากหลาย หรือการช่วยให้แขกได้ออกไปสัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนจริงๆอย่างไม่เคอะเขิน ทั้งหมดนี้รวมเป็นความ Luxury ที่แท้จริงที่ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องของ “มูลค่า” แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” และการส่งมอบพลังอันดีงามจาก Aman ไปสู่แขกเพื่อให้บรรลุถึงความสุขสงบสมกับความหมายของชื่อแบรนด์ และที่น่าดีใจก็คือแบรนด์รีสอร์ทระดับท็อปของโลกอย่าง Aman นี้มีจุดเริ่มต้นที่แหลมเล็กๆที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของต้นมะพร้าวริมทะเลฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ตบ้านเรานี่เอง Amanpuri แปลว่า Place of Peace หรือสถานที่แห่งความสงบ และจากประสบการณ์ตรง 3 วัน 2 คืนของเราที่นี่ มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แม้จะมีอายุถึง 32 ปีแล้ว แต่ทุกตารางนิ้วของที่นี่ก็ได้รับการดูแลอย่างยอดเยี่ยม และยังคงเปี่ยมด้วยเสน่ห์และรสนิยม เรือนที่พักสำหรับแขกจร (Guest Pavilion) ประมาณ 40 หลัง และวิลล่าที่มีเจ้าของซื้อขาดอีกประมาณ 47 หลัง ถูกออกแบบให้เป็นเรือนทรงอยุธยาโดยสถาปนิกชื่อดัง Ed Tuttle แม้จะมีอาคารเดี่ยวอยู่เป็นจำนวนมาก แต่การจัดวาง landscape และการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบนั้นทำให้เรารู้สึกถึงความสงบและเป็นส่วนตัวท่ามกลางแมกไม้ และต้นมะพร้าวจนน่าประทับใจ ระหว่างเดินทางบนรถลิมูซีนของ Aman ที่ไปรับเรามาจากสนามบิน เราพยายามมองหาป้าย Amanpuri ระหว่างทาง แต่ก็ไม่เห็นเลย เราจึงไม่แน่ใจว่าเราใกล้ถึง Amanpuri แล้วหรือยัง แต่จู่ๆรถลิมูซีนของเราก็จอดลงอย่างนุ่มนวล และทันทีที่เราก้าวเท้าลงจากรถ เสียงฆ้องก็ดังกังวาลขึ้นเพื่อต้อนรับการมาถึงของเรา ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นดาราฮอลลีวู้ดทั้งหลายที่เคยเป็นแขกที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น Leonardo DiCaprio, Tom Cruise หรือแม้กระทั่ง Beyonce ที่เข้ามาใช้บริการอยู่หลายครั้ง จากนั้นรถรับ-ส่งภายในรีสอร์ทก็มารับช่วงต่อเพื่อพาเราไปเข้าเช็คอินที่ Partial Ocean Pool Pavilions ของเราได้เลย โดยไม่ต้องเช็คอินที่ล็อบบี้เหมือนโรงแรมทั่วไป Partial Ocean Pool Pavilions แบบ 2 ห้องนอน หลังจากที่ Porter ทั้ง 3 คนช่วยยกสัมภาระของเราเข้าที่พักซึ่งมีลักษณะเป็นเรือนคู่สไตล์อยุธยาที่พร้อมสรรพไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว พนักงานต้อนรับอีกคนก็เข้ามาช่วยเรากรอกเอกสารในการเช็คอิน พร้อมกับแนะนำรายละเอียดต่างๆของ Pavilions ของเรา เริ่มตั้งแต่บริเวณด้านนอกซึ่งมีทั้งสระว่ายน้ำพร้อมเตียงอาบแดดส่วนตัว และศาลานั่งเล่นส่วนตัวอีก 2 หลังสำหรับแขกในเรือนนอนแต่ละเรือน ด้านบนโต๊ะก็มีจดหมายจากทีมงานน่ารักๆ พร้อมช็อกโกแลตสุดอร่อย (เราประทับใจที่นี่มากจนกลับมาซ้ำรอบ 2) ที่พักเราเป็นแบบ 2 ห้องนอน ซึ่งแยกกันอยู่ในเรือน 2 เรือนติดกัน เรือนละ 1 ห้องนอน และมีสะพานเชื่อมไปมาหาสู่กันได้) ส่วนภายในเรือนนอนแต่ละหลังก็เป็นห้องนอนที่ดูกว้างขวาง มีสมาร์ททีวีขนาดใหญ่ซ่อนอยู่หลังบานเลื่อนไม้ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ตู้เซฟ ระบบอิเล็คโทรนิคทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟ แอร์ ทีวี นาฬิกาปลุกนั้นสามารถควบคุมด้วย iPad และยังใช้สั่ง Room Service และอ่านนิตยสารได้อีกด้วย หากต้องการความสดชื่นก็มีน้ำตะไคร้เป็น Welcome Drink ให้เราบริการตัวเองได้เลย ส่วนผลไม้ ขนม ชา กาแฟ (แบรนด์ illy) และเครื่องดื่มในตู้เย็นที่วางไว้ก็สามารถหยิบทานได้ตามสบายและมาเติมให้ทุกวันโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม และที่สำคัญสำหรับชาว Hoparound.co รับฟรี! In-room Cocktail Session for Two ทันที!! (เมื่อทำการจองผ่านอีเมลหรือโทรศัพท์โดยตรงกับทางโรงแรมแล้วแจ้ง โปรโมชั่นโค้ด Hop Around) ที่ขนาดใหญ่กว่าห้องนอนก็คือห้องน้ำซึ่งมาพร้อมกับอ่างอาบน้ำแบบฝังบนพื้นไม้ยกระดับ แยกโซน Shower และโซนชักโครกต่างหากเป็นสัดส่วน มีผ้าขนหนูทั้งเช็ดหน้า เช็ดตัว รองเท้าใส่ในห้อง รองเท้าแตะใส่ไปหาด หมวกแก๊ปกันแดด กระเป๋าชายหาด ไปจนถึงเสื่อโยคะ สำหรับเครื่องประทินผิวนั้นเป็นของแบรนด์ Aman Skincare โดยเฉพาะ และมีให้ครบครันตั้งแต่ครีมอาบน้ำ เกลือขัดผิว สบู่ก้อนล้างมือ และโลชั่นบำรุงผิว โดยที่ของเหลวทุกอย่างจะถูกบรรจุไว้ในขวดเซรามิคเพราะ Aman มุ่งมั่นที่จะจำกัดการใช้พลาสติกให้น้อยที่สุด สำหรับรอบที่สอง เราเลือกนอนห้องแบบ Ocean Pool Pavilion มีสระว่ายน้ำ วิวทะเล ได้เวลามื้อเที่ยงพอดี เราสั่ง Room Service จากห้องอาหารไทย Buabok มาภูเก็ตทั้งทีเราจึงสั่งเมนูอาหารใต้มาประเดิมมื้อแรกกันก่อนด้วยหมี่สะปำ แกงเหลือง คั่วกลิ้ง และหมี่หุ้นแกงปูใบชะพลู โดยทาง Aman นำมาเสิร์ฟให้ถึงศาลาริมสระส่วนตัวของเราเลย ยิ่งกว่านั้นเชฟกรรณิการ์ประจำห้องอาหาร Buabok ก็ให้เกียรติมาอธิบายอาหารแต่ละจานด้วยตัวเองทำให้เราประทับใจมาก รสมือของเชฟนั้นเข้มข้นถึงเครื่องแบบกลมกล่อมพอดี และที่สำคัญคือวัตถุดิบนั้นสดและคุณภาพดีจริงๆ นั่งชิลรับประทานมื้อเที่ยงสไตล์ไทยๆที่ Beach Terrace สำหรับรอบที่สองที่เราได้ไปเยือนอมันปุรี เราได้ลองไปชิมอาหารที่ Beach Terrace ติดริมหาดพันทรี บอกเลยว่ารสชาติอร่อยถึงเครื่องไม่แพ้กัน แถมบรรยากาศก็ฟินอีกด้วย หาดพันทรี (Pansea Beach) หาดส่วนตัวของ Aman ที่สงบและงดงาม อิ่มอร่อยกันจนพุงกางแล้วเราจึงไปเดินเล่นริมหาดพันทรี (Pansea Beach) หาดส่วนตัวของ Aman ที่งดงามและลงตัวด้วยองค์ประกอบต่างๆ ทั้งทรายที่ขาวละเอียดเหมาะแก่การนอนอาบแดด น้ำทะเลใสไล่เฉดสีเขียวอมฟ้าแกมน้ำเงิน ต้นมะพร้าวสูงลิ่วยืนตระหง่านเรียงรายอยู่ริมหาด แม้กระทั่งโขดหินธรรมชาติก็ตั้งประดับอยู่อย่างเหมาะเจาะ ทำให้บรรยากาศดูสงบสวยงามจริงๆ นอกจากจะมีพนักงานที่คอยให้บริการอาหารและเครื่องดื่มแล้ว ยังมีกิจกรรมทางน้ำแทบจะทุกรูปแบบให้เลือกเล่นได้ด้วยเช่น ตั้งแต่ของเบสิคอย่างคายัค จักรยานน้ำ ซีบ๊อบ เจ็ทสกี ฟลายบอร์ด สกูบา ไปจนถึงคลาสโยคะบนแพดเดิ้ลบอร์ด และคลาสสอนบังคับเรือใบเลยทีเดียว บันไดทางลงหาดก็เป็นอีกมุมที่มีเสน่ห์มากๆของที่นี่ Retail Pavilion ร้านรวมสินค้าที่คัดสรรโดย Aman ออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นผู้เลื่องชื่อ Kengo Kuma สิ่งหนึ่งที่เราตื่นตามากก็คือ Retail Pavilion คอนเส็ปต์ใหม่ของ Aman ซึ่งมีที่ Amanpuri เป็นที่แรกในโลก ร้านรวมสินค้าดีไซน์ระดับแห่งนี้ออกแบบโดย Kengo Kuma สินค้าทุกชิ้นในร้านล้วนเป็นผลงานที่ทีมคัดสรรของ Aman ได้ออกไปหยิบเลือกเอามาจากทั่วโลก และหลายๆชิ้นก็ผลิตขึ้นให้กับ Aman เท่านั้นโดยเป็นการร่วมมือกันของ Aman กับศิลปินทั้งโลคอลและอินเตอร์ มีตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ สกินแคร์ งานฝีมือ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้าน หลังจากที่สำรวจรีสอร์ตมาทั้งวัน ก็ถึงเวลากลับห้องพัก และก็พบกับของขวัญเซอร์ไพรส์ในคืนแรกวางอยู่บนเตียงเป็นกางเกงเล เช้าวันที่สองเริ่มต้นที่ห้องอาหารไทย Buabok กับขนมจีนน้ำยาปูและเมนูเพื่อสุขภาพมากมาย สำหรับเช้าวันที่สอง หัวใจเราโหยหาอาหารสไตล์ภูเก็ตอีกครั้ง ทางรีสอร์ทจึงเสิร์ฟขนมจีนน้ำยาปูและมีไข่เจียวปูแน่นๆ เป็นเบรคฟัสต์ปักษ์ใต้เพื่อสนองนี้ดของเรา ความจริงแล้วที่ Aman ยังมีห้องอาหารญี่ปุ่น Nama (ยังไม่กลับมาเปิดให้บริการในช่วงที่เราไป) และห้องอาหารอิตาเลียนที่ชื่อว่า Arva ด้วย เราจึงเลือกรับประทานอาหารอิตาเลียนเลิศรสในมื้อเย็นของเมื่อวานไป แต่เนื่องจากบรรยากาศค่อนข้างมืดเราจึงไม่ได้ถ่ายรูปมาฝากกัน Water sports at AMANPURI เรามาลองเล่น Fliteboard eFoil เซิร์ฟบอร์ดแบบใหม่ที่สามารถเล่นได้ไม่จำเป็นต้องอาศัยคลื่น เพียงแค่เรายืนบนบอร์ดหรือนั่ง แล้วใช้การบิดไหล่เพื่อเลี้ยวเท่านั้น ใต้บอร์ดจะมีใบพัดคอยควบคุมโดยเราต้องถือรีโมทเพื่อบังคับความเร็วของใบพัด ความเร็วสูงสุดประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (เร็วมากๆ) เครื่องเล่นนี้มีเฉพาะที่ Amanpuri เท่านั้น ใครมาที่นี่เราแนะนำให้เล่น eFoil ครับ เพราะสนุกและคุ้มมาก จากนั้นเราก็แวะว่ายน้ำ อาบแดดที่ Main Swimming Pool ของรีสอร์ต จิบชาพร้อมขนมครกที่ริมสระ ตกบ่ายแก่ๆ ช่วงเวลาประมาณ 4-5 โมงเย็นบริเวณริมสระส่วนกลางก็จะมีขนมครก ขนมไทย ผลไม้ น้ำดื่มผลไม้ ชา คอยเสริฟให้พวกเรา หรือใครจะลองทำขนมครกก็ได้นะ พี่ๆ เค้าจะคอยสอน บอกเลยว่าเรากินจนอิ่มมากเพราะมันอร่อยทุกอย่างจริงๆ Amanpuri's Holistic Wellness Centre ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่มีเฉพาะที่ Flagship Property อย่าง Amanpuri เท่านั้น ในฐานะที่ Amanpuri เป็น Flagship Property ของ Aman ที่นี่จึงมีความพิเศษอีกอย่างตรงที่มีศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness Center) ที่มีโปรแกรมดูแลสุขภาพโดยผู้เชี่ยวชาญในแทบจะทุกศาสตร์อย่างครบครัน (และจริงจังด้วย) ตั้งแต่การบำบัดเพื่อความผ่อนคลาย ดูแลน้ำหนักตัว ปรับเปลี่ยนรูปร่าง ล้างพิษ เจริญสติ เรกิ ชี่กง คลายเครียด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ฯลฯ โดยแต่ละโปรแกรมจะเป็นการดูแลแบบครบทุกแง่มุมตั้งแต่เรื่องโภชนาการ การออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อ การบำบัดด้วยศาสตร์แห่งสปาและพลังธรรมชาติ โดยจะ customize มาเพื่อให้บรรลุโจทย์ของเราจริงๆ น่าเสียดายที่เวลาของเรามีน้อยเกินกว่าจะเข้าร่วมโปรแกรมใดๆ เราจึงได้แค่เพียงลิ้มลองอาหาร Raw Food ของทางรีสอร์ต อาหาร Raw มื้อนี้เราย้ายมาทานกันที่ Villa ส่วนตัวที่ชาวเยอรมันคนหนึ่งซื้อเอาไว้และให้ทางรีสอร์ทบริหารจัดการ หลังจากทานเสร็จ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลวิลล่าแห่งนี้ก็พาเราเดินทัวร์รอบๆ ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าดีงามมากๆ โดยเฉพาะวิวทะเลของวิลล่าหลังนี้นั้นเกินบรรยายจริงๆ สำหรับคนที่สนใจเช่าวิลล่าส่วนตัวแบบนี้สามารถติดต่อผ่านเวปไซต์ของ Aman ได้เลย โดยวิลล่าหลังใหญ่ที่สุดนั้นมีห้องนอนถึง 9 ห้อง มากันเป็นกรุ๊ปใหญ่ได้สบายๆ ปิดท้ายวันด้วยมื้อค่ำกับอาหารไทยที่ห้องอาหาร Buabok (อีกครั้ง!) คงไม่ต้องบอกก็น่าจะเดาได้ว่าเราอินกับอาหารไทยมากขนาดไหน และมานั่งชิลจิบเครื่องดื่มกันต่อที่ Beach Bar "The Lounge" ของขวัญคืนที่สองเป็นที่คั่นหนังสือไม้ฉลุลาย อาหารเช้ามื้อสุดท้ายที่ Pavilions ตื่นเช้ามาวันสุดท้าย เราเลือกที่จะทานอาหารเช้ากันที่ห้อง โดยผสมกันทั้งแบบไทยและฝรั่ง มีข้าวกล้องต้ม เซ็ทขนมปังหลากชนิด ธัญพืช ไส้กรอก แซลม่อนรมควัน น้ำผลไม้ และอีกมากมายยยยย ฟินกันก่อนกลับเลย (ปล. ข้าวกล้องต้มอร่อยมากกกก) สรุปความประทับใจกับ AMANPURI เรารู้สึกประทับใจพนักงานและการบริการตลอดทั้ง 3 วัน 2 คืน เราใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ที่ Amanpuri ทำให้เราได้เข้าใจว่าเหตุใด Aman จึงได้รับการยกย่องว่ามาหนึ่งในแบรนด์ Hospitality ที่ดีที่สุดในโลก ประสบการณ์ในครั้งนี้ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่าแล้ว Aman อื่นๆอีกกว่า 30 แห่งรอบโลกล่ะ จะมีสเน่ห์เหมือนหรือต่างจากที่นี่ยังไงบ้าง เพียงแค่ลอง Search หาดูรูปของ Amannoi ที่เวียดนาม, Amanemu ที่ญี่ปุ่น หรือ Amangiri ที่อเมริกา ต่อมอยากเที่ยวก็เต้นแรงแทบหยุดไม่อยู่ แล้วเพื่อนๆล่ะ รู้สึกยังไงกันบ้างครับ โปรโมชั่นพิเศษ AMANPURI CLOSER TO HOME #สุดยอดดีลพิเศษ กับรีสอร์ทหรู 𝗔𝗠𝗔𝗡𝗣𝗨𝗥𝗜 ภูเก็ต จุดเริ่มต้นของ 𝗔𝗠𝗔𝗡 แบรนด์ระดับ 𝗨𝗹𝘁𝗿𝗮-𝗹𝘂𝘅𝘂𝗿𝘆 เริ่มต้นเพียงคืนละ 𝟭𝟳,𝟬𝟬𝟬++ **พิเศษสุดๆ** สำหรับชาว Hoparound.co โปรดแจ้ง Code: HOP AROUND เพื่อรับราคาและสิทธิ์พิเศษ อัตราค่าห้องพักพิเศษเฉพาะ Hoparound.co : ⛱ เริ่มต้นที่ 𝟭𝟳,𝟬𝟬𝟬++ สิทธิพิเศษเฉพาะ Hoparound.co : 𝟭. อาหารเช้า ณ พาวิลเลียน หรือ ห้องอาหารบัวบก สำหรับ 𝟮 ท่าน 𝟮. บริการรถรับส่งสนามบินไป – กลับจากอมันปุรี เมื่อสำรองห้องพาร์เชียลโอเชียล พาวิลเลียน เป็นต้นไป 𝟯. ชุดน้ำชา เครื่องดื่มพิเศษประจำวันและขนมครกยามบ่าย 𝟰. มินิบาร์ (เติมให้วันละ 𝟭 ครั้ง) 𝟱. บริการอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมทางน้ำ (สำหรับเครื่องเล่นชนิดที่ไม่มีเครื่องยนต์) 𝟲. โปรดสำรองห้องพักอย่างต่ำ 𝟮 คืนเพื่อรับข้อเสนอดังกล่าว 𝟳. ระยะเวลาในการจองและเข้าพัก: วันนี้ - 𝟯𝟭 มีนาคม 𝟮𝟱𝟲𝟲 𝟴. อัตราค่าห้องพักอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตขึ้นอยู่กับนโยบายของอมัน เรทสุดคุ้มและให้เยอะแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่า “ดีที่สุด” ในรอบ 𝟯𝟰 ปี ตั้งแต่ 𝗔𝗠𝗔𝗡 เริ่มก่อตั้งมาเลย ใครที่หมายปองความสงบหรูหราหาที่เปรียบไม่ได้ในแบบ 𝗔𝗠𝗔𝗡 นี่คือโอกาสทองที่เกิดขึ้นยากกว่าสุริยุปราคาเต็มดวงซะอีก จองเลยไม่ต้องรอ!!! สำรองห้องพัก: โทร 𝟬𝟳𝟲-𝟯𝟮𝟰𝟯𝟯𝟯 อีเมล 𝗮𝗺𝗮𝗻𝗽𝘂𝗿𝗶𝗿𝗲𝘀@𝗮𝗺𝗮𝗻.𝗰𝗼𝗺 𝗟𝗶𝗻𝗲: 𝗵𝘁𝘁𝗽𝘀://𝗹𝗶𝗻.𝗲𝗲/𝗽𝗙𝟲𝟭𝗛𝟱𝗨 FB/IG: @hoparound.co Youtube: hoparound.co Website: www.hoparound.co #LetsHoparound #AMANPURI #TheOriginalAman #ClosertoHome #อมันปุรี #เราเที่ยวด้วยกัน #LetsHoparoundThailand #Aman #เที่ยวไทย #ไทยเที่ยวไทย #เที่ยวไทยเท่ # เที่ยวภูเก็ต #พักผ่อนที่ภูเก็ต #เที่ยวทะเล #รีวิวรีสอร์ต #รีวิวโรงแรม #รีวิวอมันปุรี #รีสอร์ทหรูสไตล์ไทยในพื้นที่เงียบสงบ #ราคาคนไทย #เรทคนไทย
- Fukuoka Winter Flow เที่ยวฟุกุโอกะล่าสุด
Fukuoka Winter Flow เที่ยวฟุกุโอกะ ล่าสุด เมื่อความคลาสสิกเดินทางมาพบกับความโมเดิร์น สวัสดีชาว #Hopster ! หากโตเกียวคือจังหวะแห่งความตื่นเต้น และเกียวโตคือตัวแทนของความละเมียดละไม ฟุกุโอกะ (Fukuoka) ในปี 2026 นี้ สำหรับเราคือคำจำกัดความของ "ความลงตัว" ที่น่ารักที่สุด เมืองท่าแห่งเกาะคิวชูที่ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ได้อย่างสง่างาม เราได้เห็นการผสานงานดีไซน์ระดับโลกเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เรียบง่ายได้อย่างน่าทึ่ง ชนิดที่ว่าเดินไปมุมไหนก็เจอแต่เอนเนอร์จี้ดีๆ ในการเดินทางครั้งนี้ เรากลับไปสัมผัสฟุกุโอกะด้วยสายตาที่ละเอียดกว่าเดิม เราตื่นเช้ามาจิบกาแฟที่จริงจังกับเมล็ดกาแฟที่ Coffee County ก่อนจะไปยืนมองแสงเงาที่ตกกระทบบนผนังหินขัดของ Fukuoka Art Museum แวะต่อแถวรับโดนัทนุ่มฟูที่ร้าน Dacō ที่คัดสรรรสชาติมาอย่างหลากหลายและจบวันด้วยการนอนเอกเขนกในงานดีไซน์ระดับตำนานที่ Grand Hyatt Fukuoka ความน่ารักของฟุกุโอกะไม่ได้อยู่แค่ในคาเฟ่ที่สวยเหมือนแกลเลอรี หรือร้าน Select Store อย่าง ARTS&SCIENCE ที่คัดของมาอย่างละเมียดเท่านั้น แต่อยู่ที่ "ผู้คน" และ "จังหวะเมือง" ที่ไม่เร่งเร้าจนเกินไป เป็นเมืองที่ทำให้เราเดินได้วันละสองหมื่นก้าวแบบไม่เหนื่อย เพราะทุกหัวมุมถนนมีงานดีไซน์และรอยยิ้มคอยทักทายเราเสมอ เราได้คัดสรร 40++ พิกัด ที่ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่โรงแรมที่เป็น Masterpiece ของสถาปนิกรางวัล Pritzker, ร้านขนมปังที่จัดวางสวยราวกับงาน Installation Art, ไปจนถึงร้านแว่นตา Bespoke และร้านรองเท้าผ้าใบระดับตำนาน ทุกที่ในลิสต์นี้ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า "ถูกจริต" คนรักความละเมียดแน่นอนครับ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาค้นหา "ความสุขในจังหวะสโลว์" ไปกับเรานะครับ... [ The Art of Stay & Sanctuary ] 01 | Hotel Il Palazzo นี่ไม่ใช่เพียงแค่โรงแรม แต่คือ "ประติมากรรมแห่งการพักผ่อน" ผลงานระดับ Masterpiece ของสถาปนิกรางวัล Pritzker ชาวอิตาลี Aldo Rossi ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกตั้งแต่ปี 1989 และในปี 2026 นี้ Il Palazzo กลับมาทวงบัลลังก์ความเท่อีกครั้งหลังจากการรีโนเวทใหญ่ที่ยังคงรักษา "Facade" หรือหน้ากากอาคารสีแดงเบอร์กันดีอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไร้หน้าต่างแต่เปี่ยมด้วยจังหวะของเส้นเสาและคาน ภายในถูกออกแบบใหม่ภายใต้แนวคิด "The Discreet Charm of the Luxury" ห้องพักใช้โทนสีเข้มขรึม ตัดกับวัสดุหินอ่อนและทองเหลือง ให้ความรู้สึกเหมือนเราพักอยู่ในแกลเลอรีส่วนตัว ไฮไลท์คือโถงทางเข้าที่เงียบสงัดและสง่างาม มอบความรู้สึกปลีกวิเวกท่ามกลางย่าน Haruyoshi ที่มีสีสันได้อย่างน่าทึ่ง เวลาเปิด-ปิด: เปิด 24 ชั่วโมง (Check-in 15:00 / Check-out 11:00) Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Hotel+Il+Palazzo+Fukuoka 02 | The Lively Fukuoka Hakata โรงแรมในกลุ่ม Lifestyle ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของที่พักแบบเดิมๆ ให้กลายเป็น "Urban Social Hub" หัวใจสำคัญของที่นี่คือความเชื่อที่ว่าโรงแรมควรเป็นจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักผู้คนใหม่ๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณเดินเข้าสู่ล็อบบี้เพดานสูง (Double Volume) คุณจะสะดุดตากับบาร์วงกลมที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโถง ตกแต่งด้วยไฟนีออนและจอ LED ขนาดใหญ่ที่บอกเล่ากราฟิกดีไซน์ร่วมสมัย ห้องพักถูกออกแบบมาอย่างฉลาด (Smart Room) เน้นฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันบนพื้นที่ที่กะทัดรัด แต่ยังคงความเท่ด้วยการใช้สีกรมท่าตัดกับสีทอง เป็นที่พักที่มอบเอนเนอร์จี้ที่สดใหม่ และเหมาะที่สุดสำหรับชาวฮอปสเตอร์ที่มองหาแรงบันดาลใจจากผู้คนและงานดีไซน์สไตล์ Urban Industrial เวลาเปิด-ปิด: เปิด 24 ชั่วโมง Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=The+Lively+Fukuoka+Hakata 03 | Grand Hyatt Fukuoka นิยามของความ "Luxury Timeless" ที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับ Canal City Hakata โครงการสถาปัตยกรรมรูปทรงอิสระที่เลื่องชื่อ สิ่งที่เราชอบที่สุดของ Grand Hyatt ที่นี่คือ "ความสงบที่มาพร้อมความยิ่งใหญ่" ภายในตกแต่งด้วยสไตล์ Modern Classic ที่ใช้หินอ่อนและงานไม้คุณภาพสูงเป็นหลัก ห้องพักกว้างขวางมีพื้นที่นั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วน พร้อมวิวเมืองฟุกุโอกะที่สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน การบริการที่นี่ยังคงรักษามาตรฐานระดับโลกไว้ได้อย่างไร้ที่ติ และความลับหนึ่งที่คนรักงานดีไซน์ห้ามพลาดคือการนั่งจิบ Afternoon Tea ที่โถงบาร์ ซึ่งจะได้สัมผัสกับงานสถาปัตยกรรมกระจกขนาดมหึมาที่เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ เวลาเปิด-ปิด: เปิด 24 ชั่วโมง Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Grand+Hyatt+Fukuoka [ Architecture & Soul of the City ] 04 | ONE FUKUOKA BLDG. (ワンビル) แลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดที่เกิดขึ้นภายใต้โปรเจกต์ "Tenjin Big Bang" เพื่อพลิกโฉมฟุกุโอกะให้เป็นเมืองหลวงแห่งเทคโนโลยีและดีไซน์ อาคารแห่งนี้คือจุดบรรจบของไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ สถาปัตยกรรมภายนอกโดดเด่นด้วยกระจกบานยักษ์สลับกับพื้นที่สีเขียวแบบสวนแนวตั้งที่แทรกอยู่ทุกชั้น ภายในรวมรวมร้านค้าแบรนด์เนมที่คัดสรรมาอย่างดี (Curated Brands) รวมถึงร้านอาหารดีไซน์พรีเมียม ไฮไลท์อยู่ที่ชั้นดาดฟ้าที่ถูกเปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้าขนาดใหญ่ ให้เราได้เห็นภาพรวมของเมืองฟุกุโอกะที่กำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นพื้นที่ที่สะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างความเจริญและธรรมชาติได้อย่างลงตัวที่สุดในขณะนี้ เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 21:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=ONE+FUKUOKA+BLDG. 05 | Fukuoka Art Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะประจำเมืองที่ตั้งอยู่อย่างสงบข้างทะเลสาบสวน Ohori Park ออกแบบโดยสถาปนิกโมเดิร์นนิสต์ในตำนานอย่าง Kunio Maekawa (ศิษย์เอกของ Le Corbusier) ตัวอาคารใช้ผนังหินขัดสีส้มแดงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Maekawa มอบความรู้สึกนิ่งและมั่นคง ภายนอกมีระเบียงกว้างที่ตั้งฟักทองสีเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ซึ่งเป็นมุมมหาชนที่ไม่ว่าใครก็ต้องมาเช็คอิน ภายในพิพิธภัณฑ์รวบรวมงานศิลปะระดับโลกและงานอาร์ตยุคใหม่ไว้มากมาย แสงเงาที่ตกลงบนทางเดินกว้างๆ นั้นสวยงามจนเราแทบไม่อยากกะพริบตา เป็นที่เสพงานศิลป์ที่มอบความสงบให้จิตใจได้ดีที่สุดในคิวชูเลยครับ เวลาเปิด-ปิด: 09:30 – 17:30 (ปิดวันจันทร์) Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Fukuoka+Art+Museum 06 | Kushida Shrine Station (Kushida-jinja-mae) สถานีรถไฟใต้ดินที่สวยและมีสตอรี่ที่สุดแห่งหนึ่งของฟุกุโอกะ บนสาย Nanakuma Line ที่เชื่อมต่อการเดินทางให้ง่ายขึ้น ความพิเศษคือที่นี่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่สถานีรถไฟ แต่ถูกออกแบบให้เป็น "แกลเลอรีประวัติศาสตร์" ขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน ไฮไลท์คือบริเวณทางเดินที่จัดแสดงงานคราฟต์ท้องถิ่นระดับ Masterpiece อย่างผ้าทอ Hakata-ori และงานไม้แกะสลักที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของเทศกาล Hakata Gion Yamakasa ออกมาได้อย่างร่วมสมัย เป็นการผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ทำให้การรอรถไฟกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจครับ เวลาเปิด-ปิด: 05:00 – 24:00 (ตามเวลาเดินรถไฟ) Google Maps: https://maps.app.goo.gl/o32SgUNfyqkMnxEg9 07 | Sumiyoshi Shrine ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะคิวชูที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่ากลางเมือง ความโดดเด่นอยู่ที่สไตล์สถาปัตยกรรมที่เรียกว่า "Sumiyoshi-zukuri" ซึ่งถือเป็นรูปแบบดั้งเดิมและบริสุทธิ์ที่สุดของญี่ปุ่นก่อนที่จะได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนา มีหลังคาหน้าจั่วที่สง่างามและเส้นสายที่ตรงเรียบง่าย พื้นที่โดยรอบร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่อายุนับร้อยปี การเดินเข้ามาที่นี่เหมือนเราได้หยุดเวลาและรีเซ็ตพลังงานบวกท่ามกลางอากาศหนาวๆ ของฟุกุโอกะ เป็นความสงบที่ชาวฮอปสเตอร์ต้องการในวันที่อยากหลบหนีความวุ่นวายครับ เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 17:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Sumiyoshi+Shrine+Fukuoka [ The New Wave of Bakery & Coffee ] 08 | Dacō ร้านโดนัทและเบเกอรี่โปรเจกต์ใหม่ของทีมผู้สร้าง I’m donut ? ที่ตั้งใจนำเสนอประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและนุ่มนวลกว่าเดิม ตัวร้านตั้งอยู่ในย่านที่มีความเงียบสงบ ตกแต่งสไตล์ Minimal Organic เน้นวัสดุปูนเปลือยและเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ดูไม่ปรุงแต่ง โดนัทของที่นี่มีจุดเด่นอยู่ที่ความ "หนึบนุ่มแบบโมจิ" และไส้ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง แต่สิ่งที่ชาว #Hopster ประทับใจที่สุดคือการที่ร้านคัดเลือกผลิตภัณฑ์ล้างมือแบรนด์ FRAMA จากเดนมาร์กมาใช้ในห้องน้ำ แสดงให้เห็นว่าที่นี่ใส่ใจเรื่องรสนิยมและประสาทสัมผัสในทุกจุดของการบริการจริงๆ เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 19:00 (หรือจนกว่าของจะหมด) Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Dacō+Fukuoka 09 | Dacomecca ถ้าคุณรักขนมปังและงานดีไซน์ ที่นี่คือสวรรค์ครับ Dacomecca คือการยกระดับร้านขนมปังให้กลายเป็นงาน "Installation Art" ทันทีที่เดินเข้าร้าน คุณจะพบกับเคาน์เตอร์ไม้ทรงโค้งยาวเฟื้อยที่วางขนมปังดีไซน์แปลกตามากกว่า 50 ชนิด การจัดไฟที่เน้นความสว่างเฉพาะจุดทำให้ขนมปังแต่ละชิ้นดูน่าทานเหมือนงานประติมากรรม ภายในร้านมีครัวเปิดขนาดใหญ่ที่คุณจะได้ยินเสียงพนักงานนวดแป้งและกลิ่นหอมของเนยที่อบใหม่ตลอดเวลา ทุกชิ้นคือความสร้างสรรค์ที่ผสมผสานรสชาติแบบญี่ปุ่นเข้ากับเทคนิคแบบตะวันตกได้อย่างเหนือชั้น เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 20:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Dacomecca+Fukuoka 10 | TRUFFLE mini (Hakata Station) ความอร่อยระดับตำนานที่ถูกย่อขนาดลงมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทาง ณ สถานีรถไฟ Hakata ร้านเล็กๆ แห่งนี้ดึงดูดผู้คนด้วยกลิ่นทรัฟเฟิลที่หอมฟุ้งออกมาด้านนอก เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องซื้อคือ "White Truffle Salt Bread" ขนมปังเกลือเนื้อเหนียวนุ่มที่อัดแน่นด้วยเนยทรัฟเฟิลขาวและเกลือคุณภาพสูง ผิวด้านนอกมีความกรอบเบาๆ ส่วนด้านในฉ่ำและหอมกลิ่นทรัฟเฟิลแบบขึ้นจมูก เป็นมื้อรองท้องที่ยกระดับการเดินทางให้มีความสุขมากขึ้นทันตาเห็นครับ เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 20:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Truffle+Mini+Hakata+Station 11 | Ganso Hakata Mentaiju สัญลักษณ์แห่งความอร่อยของฟุกุโอกะที่ต้องมาสักครั้ง ร้านเป็นอาคารไม้ดีไซน์คลาสสิกขรึมๆ ที่โดดเด่นท่ามกลางสวน Nishinakasu เมนูที่ทุกคนต้องสั่งคือ "Mentaiju" ไข่ปลา Mentai ทั้งชิ้นที่พันด้วยสาหร่ายบางๆ วางบนข้าวสวยร้อนๆ เสิร์ฟมาในกล่องไม้ระดับพรีเมียม ความพิเศษอยู่ที่ซอสราดที่เลือกความเผ็ดได้ถึง 4 ระดับ และรสชาติที่นัวลึกซึ้ง (Umami) จนทำให้เรากินข้าวหมดกล่องได้ในเวลาอันรวดเร็ว เป็นประสบการณ์รสชาติที่สะท้อนถึงความประณีตในการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างแท้จริง เวลาเปิด-ปิด: 07:00 – 22:30 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Ganso+Hakata+Mentaiju 12 | Hakata Mizutaki Hiro ถ้าคุณอยากลิ้มรส "น้ำซุปที่ละเมียดที่สุด" ต้องมาที่นี่ครับ Mizutaki หรือหม้อไฟไก่ตุ๋นเป็นอาหารท้องถิ่นที่สะท้อนวัฒนธรรมฟุกุโอกะได้ดีที่สุด ที่ร้าน Hiro พนักงานจะค่อยๆ ปรุงให้เราทีละขั้นตอน เริ่มจากการรินน้ำซุปไก่สีขาวขุ่นที่เคี่ยวนานกว่า 8 ชั่วโมงให้เราชิมก่อนเพื่อสัมผัสรสหวานจากธรรมชาติและคอลลาเจนที่เข้มข้น จากนั้นจึงใส่เนื้อไก่และผักสด บรรยากาศร้านเน้นความหรูหราที่นิ่งและเป็นส่วนตัว เหมาะมากสำหรับมื้อค่ำที่ต้องการการดูแลระดับพรีเมียมและความอบอุ่นในช่วงหน้าหนาว เวลาเปิด-ปิด: 17:00 – 23:00 (ปิดวันอาทิตย์) Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Hakata+Mizutaki+Hiro 13 | Hakata Robata Fishman (博多炉端 魚男) ที่นี่คือร้านที่ทำให้การทานอาหารทะเลสดๆ กลายเป็นเรื่อง "Fun & Creative" ที่สุดในเมือง ร้านสไตล์ Robata (ย่างถ่าน) ที่ฉีกกฎความดั้งเดิมด้วยการจัดจานที่อลังการราวกับงานศิลปะ เมนูซาชิมิที่รวมเอาปลาสดจากตลาดปลาฟุกุโอกะมาจัดวางในรูปแบบแปลกใหม่ พร้อมควันเย็นๆ จากน้ำแข็งแห้ง บรรยากาศภายในร้านมีเอนเนอร์จี้ที่สูงมาก พนักงานที่เป็นกันเองและเสียงดนตรีที่เร้าใจทำให้ที่นี่เป็นจุดรวมตัวของวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวสายชิมที่ชอบความแปลกใหม่ เวลาเปิด-ปิด: 11:30–15:00, 17:30–23:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Hakata+Robata+Fishman 14 | Naruto Hakata (鳴門) ยากิโทริสาย "Yasaimaki" (ผักพันเนื้อ) ที่โด่งดังและได้รับความนิยมสูงมากในฟุกุโอกะ ไฮไลท์ของร้านคือการนำผักพรีเมียมตามฤดูกาลมาพันด้วยเนื้อสัตว์แล้วย่างบนเตาถ่านจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง เมนูยอดฮิตคือผักกาดแก้วพันหมูที่กัดลงไปแล้วความหวานของผักจะพุ่งกระจายออกมา บรรยากาศร้านเป็นอิซากายะยุคใหม่ที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์ มีเคาน์เตอร์ยาวให้เราได้เห็นเชฟย่างของสดๆ ต่อหน้า มอบรสสัมผัสที่สดชื่นและไม่หนักจนเกินไปสำหรับมื้อดึกครับ เวลาเปิด-ปิด: 17:00 – 24:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Naruto+Hakata+Yakitori 15 | Gaogao Ōhori ความสงบนิ่งที่สะท้อนผ่านถ้วยข้าวคือเสน่ห์ของ Gaogao ร้านตั้งอยู่ใกล้สวน Ohori เน้นเมนูข้าวหุงหม้อดิน (Clay Pot) ที่พนักงานจะนำหม้อดินใบเขื่องมาวางต่อหน้าและหุงข้าวให้สุกทีละหม้อต่อหน้าลูกค้า เมล็ดข้าวหอมนุ่มและมีความเกรียมเล็กน้อยที่ก้นหม้อคือสุนทรียรสที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญที่สุด เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงประณีตและการจัดจานสไตล์ Minimalist ร้านตกแต่งด้วยไม้สีอ่อนและแสงธรรมชาติ มอบความรู้สึกที่ละเมียดละไมในทุกคำที่ทาน เวลาเปิด-ปิด: 11:00–15:00, 18:00–22:00 (ปิดวันจันทร์) Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Gaogao+Ohori+Fukuoka 16 | Komeraku Ochazuke (Hakata Deitos) ร้านข้าวแช่น้ำซุปดาชิ (Ochazuke) ที่ยกระดับเมนูเรียบง่ายให้กลายเป็นมื้อพิเศษ ตั้งอยู่ในย่านของกินที่สถานี Hakata น้ำซุปดาชิที่นี่หอมกลิ่นปลาโอแห้งและสาหร่ายคอมบุอย่างชัดเจน ช่วยชูรสชาติของเนื้อปลาสดหรือเครื่องเคียงด้านบนได้อย่างมหัศจรรย์ เป็นอาหารที่ปลอบประโลมร่างกายได้ดีมากหลังจากเดินเที่ยวท่ามกลางอากาศหนาว และการตกแต่งร้านที่ใช้ไม้สีสว่างก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายในทันที เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 22:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Komeraku+Hakata+Deitos 17 | Gyoza & Ramen Danbo (Daimyo) ราเมนซุปกระดูกหมูทงคัตสึที่รสชาติกลมกล่อมและ "นวล" จนเป็นที่ชื่นชอบของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ความพิเศษคือซอสเผ็ดสูตรลับที่ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ทานคู่กับเกี๊ยวซ่าชิ้นเล็กพอดีคำที่ทอดจนผิวด้านหนึ่งกรอบกริบ ส่วนอีกด้านยังคงความนุ่ม บรรยากาศร้านเป็นกันเองและเปิดจนถึงดึกดื่น เหมาะสำหรับเป็นมื้อปิดท้ายวันหลังจากไปสนุกกับ Nightlife ในย่าน Daimyo ครับ เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 02:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Ramen+Danbo+Fukuoka+Daimyo 18 | 廻転寿司 冨士丸 (Fujimaru Sushi) ซูชิสายพานที่พิสูจน์ว่าคุณภาพระดับพรีเมียมไม่จำเป็นต้องราคาแพงเสมอไป ที่นี่คัดสรรปลาสดๆ จากท้องทะเลคิวชูแบบวันต่อวัน คุณจะได้สัมผัสกับความหวานของเนื้อปลาและความนุ่มของข้าวที่ปั้นมาในอุณหภูมิที่พอเหมาะ แม้จะเป็นร้านสายพานแต่ความประณีตในการเตรียมวัตถุดิบนั้นเทียบชั้นร้านซูชิแบบดั้งเดิมได้เลย เป็นที่ที่มอบความสุขผ่านคำซูชิที่สดใหม่และหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 21:30 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Fujimaru+Sushi+Fukuoka 19 | Coffee County Fukuoka โรงคั่วกาแฟที่จริงจังกับโปรไฟล์การคั่ว บรรยากาศร้านดิบเท่สไตล์ Industrial ที่เน้นโชว์พื้นผิวปูนเปลือยและเคาน์เตอร์กาแฟที่ดูเคร่งขรึม กาแฟที่นี่เน้นรสสัมผัสที่สะอาด (Clean Cup) และดึง Character ของเมล็ดแต่ละแหล่งปลูกออกมาได้อย่างชัดเจน บรรยากาศในร้านดึงดูดทั้งเหล่าดีไซน์เนอร์และคนทำงานสร้างสรรค์ในเมืองให้มานั่งจิบกาแฟและแลกเปลี่ยนไอเดียกัน เป็นพิกัดที่ชาว #Hopster ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 19:00 (ปิดวันพุธ) Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Coffee+County+Fukuoka 20 | Lonich, Fukuoka เปิดประสบการณ์ "Coffee Omakase" ในบรรยากาศที่เหมือนห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์สีขาวสะอาดตา ที่นี่บาริสต้าจะนำเสนอการดื่มกาแฟในมิติที่หลากหลาย ตั้งแต่การดมกลิ่นเมล็ดคั่วสด การชิมกาแฟที่ชงด้วยเทคนิคที่ต่างกัน ไปจนถึงเมนู Coffee Mocktail ที่ออกแบบมาอย่างซับซ้อน เป็นการเสพกาแฟที่ใช้ประสาทสัมผัสครบทุกด้านในพื้นที่ที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวที่สุด เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 19:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Lonich+Fukuoka 21 | SABOE HAKATA ร้านน้ำชาญี่ปุ่นร่วมสมัยที่เป็นนิยามของความ "Zen" ภายในออกแบบด้วยวัสดุธรรมชาติและการใช้แสงที่ละเมียดละไม การเสิร์ฟชาของที่นี่เปรียบเสมือนพิธีกรรมเล็กๆ ที่ช่วยให้เราจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน คู่กับขนมญี่ปุ่นที่ทำมาอย่างประณีต มอบความรู้สึกนิ่งและผ่อนคลายอย่างถึงที่สุดท่ามกลางความเร่งรีบของเมืองฮากาตะ เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 19:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=SABOE+HAKATA 22 | TOFFEE park คาเฟ่น้ำเต้าหู้ดีไซน์ Minimal ริมแม่น้ำ Naka ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Soy Latte ที่ใช้น้ำเต้าหู้คั้นสดเข้มข้นผสมกับช็อตกาแฟคุณภาพ ให้รสชาติที่นุ่มนวลและสุขภาพดี ตัวร้านเป็นกระจกใสบานใหญ่ที่เปิดรับวิวแม่น้ำและแสงแดดยามบ่าย เหมาะมากสำหรับการมานั่งปล่อยใจให้ไหลไปตามสายน้ำในช่วงฤดูหนาว เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 20:00 (ปิดวันจันทร์) Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=TOFFEE+park+Fukuoka 23 | MUEN COFFEE คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมที่เงียบสงบ เน้นความนิ่งและการดื่มกาแฟอย่างมีสมาธิ การตกแต่งภายในใช้โทนสีมืดและแสงไฟสลัว เพื่อให้ลูกค้าได้จดจ่ออยู่กับรสชาติของกาแฟในถ้วยและบทสนทนาเบาๆ กาแฟแต่ละแก้วถูกชงด้วยความประณีตและใจเย็น เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เราได้พักความคิดและรีเซ็ตพลังงานได้อย่างดีเยี่ยม เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 19:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=MUEN+COFFEE+Fukuoka 24 | FUK coffee คาเฟ่ในธีมสนามบินและการเดินทางที่กลายเป็นแลนด์มาร์คของคนรักกาแฟและดีไซน์กราฟิก สัญลักษณ์ Airport Code "FUK" ถูกนำมาใช้อย่างสนุกสนานบนแก้วและของที่ระลึก กาแฟที่นี่ดื่มง่ายและมีคุณภาพดี บรรยากาศร้านสดใสและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ด้วย Energy ของการเดินทาง เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 20:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=FUK+coffee+Fukuoka 25 | Little Stand Daimyo ร้านกาแฟ Stand ขนาดเล็กกลางย่านแฟชั่น Daimyo แม้พื้นที่จะจำกัดแต่ดีไซน์นั้นเท่มาก กาแฟที่นี่มีความ Specialty สูงและบาริสต้ามีความเชี่ยวชาญในการแนะนำเมล็ดกาแฟที่เหมาะกับรสนิยมของคุณ เป็นจุดแวะพักระหว่างการช้อปปิ้งที่มอบคุณภาพกาแฟระดับสูงสุดในรูปแบบที่เรียบง่ายและคล่องตัว เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 19:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Little+Stand+Daimyo [ The Art of Fashion & Selection ] 26 | Iwataya Main Store (Annex) จุดรวมรวมแบรนด์รสนิยมดีที่สุดของฟุกุโอกะ โดยเฉพาะที่ตึก Annex ซึ่งเป็นแหล่งรวมแบรนด์ Niche Luxury อย่าง Jil Sander, The Row, Marni และ Loewe สไตล์ของห้างที่นี่มีความนิ่งและสง่างาม ไม่หวือหวาแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ แผนกน้ำหอม (Perfume) เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องแวะ เพราะมีแบรนด์หายากและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์มาไว้ให้เลือกแบบจุใจ เป็นประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะท้อนถึงรสนิยมแบบ Quiet Luxury ที่แท้จริงครับ เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 20:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Iwataya+Main+Store+Fukuoka 27 | Comme des Garçons Fukuoka Flagship Store ที่เปรียบเสมือนแกลเลอรีศิลปะล้ำยุค ภายในออกแบบด้วยเส้นสายที่แปลกตาและโครงสร้างที่ท้าทายสถาปัตยกรรมแบบเดิมๆ รวบรวมคอลเลกชันของ Rei Kawakubo ไว้ครบทุกไลน์สินค้า ตั้งแต่เสื้อผ้าแนว Avant-garde ไปจนถึงไอเท็มยอดฮิตอย่าง Play การเดินสำรวจร้านนี้จึงเป็นเหมือนการเสพงานศิลป์ที่มีชีวิต เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 20:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Comme+des+Garcons+Fukuoka 28 | ARTS&SCIENCE FUKUOKA ร้าน Select Store โดยสไตล์ลิสต์ผู้ทรงอิทธิพล Sonya Park ที่ตั้งใจนำเสนอวิถีชีวิตที่ละเมียดละไมผ่านสิ่งของที่ใช้งานได้จริง (Functional Beauty) ทุกชิ้นในร้านตั้งแต่เสื้อผ้าที่ใช้ผ้าทอมือจนถึงเซรามิกจากสตูดิโอเล็กๆ ถูกคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ มอบความรู้สึกนิ่งและมั่นคงในทุกย่างก้าว เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 19:00 (ปิดวันอังคาร) Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=ARTS+AND+SCIENCE+Fukuoka 29 | BIOTOP FUKUOKA พื้นที่ Lifestyle Concept Store ที่รวมเอาแฟชั่น ต้นไม้ และคาเฟ่มาอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว การจัดวางต้นไม้สีเขียวชอุ่มทั่วร้านสร้างบรรยากาศที่สดชื่นและผ่อนคลาย สินค้าที่นี่มีตั้งแต่แบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติ เป็นจุดนัดพบของคนที่มีรสนิยมและรักธรรมชาติในฟุกุโอกะ เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 20:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=BIOTOP+Fukuoka 30 | F.I.L. FUKUOKA (Visvim) แบรนด์ที่หลอมรวมจิตวิญญาณงานฝีมือดั้งเดิมเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างทรงพลัง ตัวร้านออกแบบด้วยความขรึมและใช้วัสดุธรรมชาติที่ยิ่งเก่ายิ่งสวย รองเท้าและเสื้อผ้าแต่ละชิ้นแสดงถึงความมุ่งมั่นในการใช้วัสดุที่ดีที่สุดและการผลิตที่ละเมียดละไม เป็นแบรนด์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนรักงานคราฟต์ทั่วโลก เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 20:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=F.I.L.+Fukuoka+Visvim 31 | ALSO MOONSTAR โชว์รูมและร้านค้าของแบรนด์รองเท้าผ้าใบระดับตำนานจากเมือง Kurume ที่ยังคงใช้กระบวนการ Vulcanized แบบดั้งเดิม ร้านออกแบบสไตล์ Industrial ที่จัดวางรองเท้าเหมือนงานประติมากรรม แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงและดีไซน์ที่ Timeless ใส่ได้ทุกยุคทุกสมัย เป็นความภูมิใจของงานฝีมือจากภูมิภาคคิวชู เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 19:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=ALSO+MOONSTAR+Fukuoka 32 | Caban Fukuoka แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่อง Knitwear คุณภาพสูงและสีสันที่สดใสสดชื่น ดีไซน์ร้านเน้นความโปร่งโล่งและแสงสว่างที่ทำให้สีของเสื้อผ้าดูโดดเด่น เสื้อผ้าของที่นี่ใส่ง่ายแต่ดูมีระดับ เหมาะสำหรับคนที่มองหาสไตล์ Smart Casual ที่มีความสบายและรสนิยมในเวลาเดียวกัน เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 20:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Caban+Fukuoka 33 | Berwick 1707 Fukuoka ร้านรองเท้าหนังคลาสสิกจากสเปนที่มีชื่อเสียงเรื่องความคุ้มค่าและคุณภาพงานประกอบสไตล์ Goodyear Welted พนักงานที่นี่มีความรู้ลึกซึ้งเรื่องทรงรองเท้าและการดูแลรักษาหนัง บรรยากาศร้านขรึมเท่และมีความเป็นสุภาพบุรุษ มอบบริการวัดขนาดเท้าที่แม่นยำเพื่อให้คุณได้รองเท้าที่ใส่สบายและดูดีที่สุด เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 20:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Berwick+1707+Fukuoka 34 | めがね舎ストライク BASEMAN (Meganesha Strike) ร้านแว่นตาแบบ Bespoke ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของใบหน้า งานฝีมือที่นี่มีความประณีตสูงมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการวัดระยะสายตาไปจนถึงการเลือกและฝนกรอบแว่นเพื่อให้เข้ากับบุคลิกของผู้ใส่ เป็นการยกระดับการสวมแว่นตาให้กลายเป็นงานศิลปะที่ส่งเสริมตัวตนของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ เวลาเปิด-ปิด: 12:00 – 19:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Meganesha+Strike+Fukuoka [ Lifestyle Objects & Home Decor ] 35 | Re:CENO Fukuoka ร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสไตล์ Warm Modern ที่คัดสรรสิ่งของที่ช่วยสร้างบรรยากาศ "ความอบอุ่นที่ทันสมัย" การจัดแสดงภายในร้านให้ไอเดียการแต่งห้องที่ยอดเยี่ยม มีทั้งงานไม้เนื้อดีและผ้าทอสีเอิร์ธโทน พร้อมคาเฟ่เล็กๆ ให้เราได้นั่งซึมซับไอเดียการใช้ชีวิตที่ละเมียดละไม เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 20:00 (ปิดวันพุธ) Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=ReCENO+Fukuoka 36 | B·B·B POTTERS อาณาจักรของเครื่องครัวและอุปกรณ์ใช้ในชีวิตประจำวันชั้นเลิศ ของทุกชิ้นถูกเลือกมาแล้วว่าต้องมีทั้ง "ฟังก์ชันที่ยอดเยี่ยม" และ "ดีไซน์ที่งดงาม" ชั้นล่างรวบรวมอุปกรณ์ทำอาหารจากทั่วโลก ส่วนชั้นบนมีคาเฟ่ที่เสิร์ฟขนมและกาแฟในภาชนะที่สวยงามจนคุณอยากจะซื้อกลับบ้านทันที เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 19:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=B.B.B+POTTERS+Fukuoka 37 | H.L.D. (Hakata Lifestyle Design) พิกัดลับสำหรับคนรักงานดีไซน์และเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ที่รวบรวม Brand คัดสรรจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว ร้านนี้โดดเด่นด้วยการเป็น "Curation Store" ที่ไม่ได้ขายแค่ของใช้ แต่ขาย "รสนิยม" ในการใช้ชีวิต ไฮไลท์คือการจัดโชว์รูมที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในสตูดิโอของนักออกแบบ มีทั้งงาน Iconic Pieces จากฝั่งยุโรปและงานคราฟต์ร่วมสมัยของญี่ปุ่นที่หาดูได้ยาก ภายในเน้นบรรยากาศที่เรียบเท่และเงียบสงบ เหมาะสำหรับคนที่มองหาไอเดียการจัดบ้านแบบ Timeless Design ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 19:00 Google Maps: https://maps.app.goo.gl/GKfYBUP9kuAC56WV7 38 | NONE TOO SOON ร้าน Select Store ขนาดเล็กที่อัดแน่นไปด้วยของใช้ส่วนตัวและของตกแต่งบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เจ้าของร้านคัดเลือกสินค้าด้วยรสนิยมที่โดดเด่น ทั้งเครื่องหอม สมุดบันทึก และงานเซรามิกที่ดูเรียบง่ายแต่มีรายละเอียด เป็นร้านที่ทำให้เรารู้สึกว่าการมีของดีๆ สักชิ้นรอบตัวช่วยให้ชีวิตมีความสุขขึ้นได้จริงๆ เวลาเปิด-ปิด: 12:00 – 19:00 Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=NONE+TOO+SOON+Fukuoka 39 | &LOCALS (Ohori Park) คาเฟ่และร้านขายของฝากดีไซน์สวยที่ตั้งอยู่ริมสวน Ohori เน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากคิวชูมาแปรรูปและออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ดูทันสมัย แนะนำให้ลองชิมชาเขียวจากเมือง Yame และขนมข้าวพองญี่ปุ่นท่ามกลางวิวสวนสาธารณะที่สวยงาม เป็นจุดพักผ่อนที่ผสมผสานวิถีชุมชนเข้ากับดีไซน์ยุคใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 18:30 (ปิดวันจันทร์) Google Maps: https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=%26LOCALS+Ohori+Park 40 | LINC Original Makers แบรนด์เครื่องหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองที่เปลี่ยน "กิจวัตรประจำวัน" ให้กลายเป็นงานศิลปะ ร้านถูกตกแต่งในสไตล์ Vintage Apothecary ที่ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มตัดกับทองเหลือง มอบ Vibe เหมือนห้องปรุงยาโบราณในยุโรปแต่แฝงไปด้วยความ Modern Luxury ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นถูกออกแบบแพ็คเกจจิ้งมาอย่างประณีตเหนือกาลเวลา โดยเฉพาะกลิ่นซิกเนเจอร์ No. 997 ที่ชาวฮอปสเตอร์หลงรัก เป็นพิกัดที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองทั้งรูปและกลิ่นครับ เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 20:00 Google Maps: https://maps.app.goo.gl/g5BrD34SpLA4PrJv9 41 | THEATER 010 นิยามใหม่ของความบันเทิงยามค่ำคืนในฟุกุโอกะที่รวม "Immersive Theater" และ "Gastronomy" เข้าไว้ด้วยกันอย่างล้ำสมัย ตัวอาคาร 010 BUILDING โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสเตนเลสทรงเกลียวริมแม่น้ำ Naka ภายในมอบประสบการณ์สุดตื่นเต้นด้วยการแสดงระดับโลกที่นักแสดงจะมาร่ายรำและเล่นสนุกไปกับผู้ชมทั่วทั้งร้าน ไฮไลท์สำคัญคือการได้ดื่มด่ำกับค็อกเทลจากบาร์เทนเดอร์ระดับแชมป์โลก และเมนูอาหารสุดเซอร์ไพรส์จาก "GohGan" ซึ่งเป็นการคอลแลบกันของเชฟชื่อดังอย่าง Gaggan Anand และเชฟ Goh Fukuyama เป็นพิกัดที่สาย Content และสาย Nightlife ต้องมาสัมผัสความ Fantasy นี้ด้วยตาตัวเองครับ เวลาเปิด-ปิด: 19:30 – 24:00 (ปิดวันอาทิตย์และวันจันทร์) Google Maps: https://maps.app.goo.gl/e9uGKNADFioqqV817 42 | Fukujuen Matchatei Hakatadaimaruten (抹茶 京都福壽園) สัมผัสความละเมียดละไมของมัทฉะแท้ส่งตรงจากอูจิ เกียวโต ที่มาเปิดสาขาให้ชาวฮอปสเตอร์ได้ลิ้มรสใจกลางย่านเท็นจิน ณ ชั้น B2 ห้าง Daimaru Fukuoka Tenjin ร้านนี้คือตัวจริงเรื่องชาเขียวที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือ 'Matcha Soft Cream' ที่เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและเข้มข้นจนหยดสุดท้าย รวมถึงเมนูขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นที่ผสมผสานความดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว เป็นจุดพักใจที่ดีที่สุดหลังจากการช้อปปิ้ง ให้คุณได้จิบชาคุณภาพเยี่ยมในบรรยากาศที่เรียบหรูและเป็นกันเองครับ เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 20:00 (ตามเวลาห้าง Daimaru) Google Maps: https://maps.app.goo.gl/fVfF2hLTuPkRstt68 43 | Fukuoka International Airport (International Terminal - New Look) สัมผัสประสบการณ์โฉมใหม่ของเทอร์มินอลระหว่างประเทศที่ยกระดับให้เป็นมากกว่าแค่จุดขึ้นเครื่อง แต่คือ "Curated Shopping Destination" ที่รวมแบรนด์รสนิยมดีไว้แบบจัดเต็ม ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่โซน Duty Free ใหม่ที่กว้างขวางและเดินง่ายมาก มีแบรนด์ครบตั้งแต่นักปรุงน้ำหอมและสกินแคร์อย่าง Aesop, แบรนด์รักษ์โลกที่เด่นเรื่องงานดีไซน์ไม้อย่าง BAUM, ไปจนถึงสายแฟชั่นอย่าง ISSEY MIYAKE และ PORTER ที่ให้เราได้เก็บไอเทมสุดท้ายก่อนกลับ และห้ามพลาดการจิบมัทฉะคุณภาพเยี่ยมที่ THE MATCHA TOKYO เป็นการปิดท้ายทริปฟุกุโอกะที่สมบูรณ์แบบและมีสไตล์ที่สุดครับ เวลาเปิด-ปิด: 07:00 – จนถึงเที่ยวบินสุดท้าย (เวลาอาจแตกต่างกันตามร้านค้า) Google Maps: https://maps.app.goo.gl/i4rU7jWk7GrBehhz8 [ Hoparound’s 5 Golden Rules for Fukuoka ] The Art of Walking: ฟุกุโอกะเป็นเมืองที่เดินได้สนุกที่สุด เมืองไม่ใหญ่เกินไปแต่รายละเอียดความเท่มักซ่อนตัวอยู่ในซอกซอยย่านที่อยู่อาศัย เตรียมรองเท้าที่เดินสบายที่สุด (หรือจะไปถอย Moonstar ใหม่ที่ร้าน ALSO ก็ได้นะครับ!) Contactless Journey: ปัจจุบันฟุกุโอกะสะดวกสบายมาก คุณสามารถใช้บัตรเครดิตที่มีสัญลักษณ์ Contactless (Visa/Mastercard) แตะขึ้นรถไฟใต้ดิน (Subway) ได้ทันที ไม่ต้องแลกตั๋วให้เสียเวลาครับ Booking Advice: ร้านอาหารยอดฮิตอย่าง Mentaiju หรือ Mizutaki คิวยาวเสมอ แนะนำให้จองล่วงหน้าหรือวางแผนไปรอคิวแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้พลาดโมเมนต์ความอร่อยที่เป็นไฮไลท์ของทริป Local Etiquette: แม้จะเป็นเมืองที่เป็นมิตรมาก แต่การรักษามารยาทพื้นฐานอย่างการไม่ส่งเสียงดังในร้าน หรือการขออนุญาตก่อนถ่ายรูปในร้าน Select Store เล็กๆ ยังคงเป็นสิ่งที่ชาว #Hopster พึงปฏิบัติเสมอครับ Seasonal Aesthetics: ฟุกุโอกะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล สวน Ohori Park ในช่วงซากุระ หรือย่าน Nakasu ในช่วงเทศกาล Yamasaka มอบประสบการณ์ที่ต่างกันสิ้นเชิง ลองเช็คปฏิทินกิจกรรมของเมืองก่อนไปเพื่อความเป๊ะปังสูงสุดนะครับ หวังว่าดีพไดฟ์ไกด์นี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทริปฟุกุโอกะครั้งถัดไปของคุณเต็มไปด้วยรสนิยมและความประทับใจนะครับ และเพื่อไม่ให้พลาดคอนเทนต์ดีไซน์และการเดินทางแบบเจาะลึกจากเรา อย่าลืมติดตาม Hoparound.co ในทุกช่องทาง นะครับ แล้วพบกันที่ฟุกุโอกะ... เมืองที่ทุกย่างก้าวคือศิลปะและการใช้ชีวิต Furst Cake Stay Inspired, ชาว #Hopster ! #LetsHoparound
- รีวิว Park Hyatt Beijing 北京柏悦酒店 สุดยอดความหรูหราใจกลางกรุงปักกิ่ง พร้อมวิวเมืองปักกิ่งที่สวยที่สุด
Park Hyatt Beijing 北京柏悦酒店 สุดยอดความหรูหราใจกลางกรุงปักกิ่ง พร้อมวิวเมืองปักกิ่งที่สวยที่สุด สำหรับทริปปักกิ่งครั้งนี้ Hoparound.co ขอพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ Park Hyatt Beijing (北京柏悦酒店) โรงแรมแบรนด์ท็อปเทียร์แห่งแรกของ Hyatt ในจีน ที่รับรองได้เลยว่าตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเดินทางที่มองหาความหรูหรา สะดวกสบาย และบริการเหนือระดับ Overview: ตำแหน่งที่ตั้งอันโดดเด่นและการออกแบบที่น่าประทับใจ Park Hyatt Beijing ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามในย่านธุรกิจใจกลางกรุงปักกิ่ง หรือที่เรียกว่า Central Business District (CBD) บนอาคารที่สูงที่สุดบนถนน Chang’an Avenue ทำเลที่ตั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม เพราะอยู่ตรงข้ามกับ China World Trade Centre และอาคาร CCTV Tower อันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และด้วยความที่เป็นส่วนหนึ่งของ Beijing Yintai Center ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ทำให้โรงแรมแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่พักเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมของไลฟ์สไตล์หรูหรา ประกอบด้วย Park Hyatt Residence, Park Hyatt Penthouse, ห้างสรรพสินค้าไฮเอนด์อย่าง in01 และอาคารสำนักงานระดับ Super-A ทำให้แขกผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหารระดับโลก ความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวกทางธุรกิจได้อย่างครบวงจรเพียงแค่ก้าวเท้าออกจากโรงแรม แถมยังเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟใต้ดิน Guamao ได้อย่างสะดวกสบายสุดๆ ตัวโรงแรมจะกินพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 37 ถึง 49 และ 59 ถึง 67 ของอาคาร โดยได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ไปเมื่อปี 2019 ทำให้ทุกมุมของโรงแรมยังคงความใหม่เอี่ยม ทันสมัย และคงไว้ซึ่งมาตรฐานความหรูหราตามแบบฉบับ Park Hyatt ที่ไม่มีวันตกยุค Our Room: ความสงบเหนือเมืองหลวงพร้อมวิวพาโนรามา โรงแรมมีห้องพักและห้องสวีทให้บริการรวมทั้งสิ้น 237 ห้อง ทุกห้องได้รับการออกแบบและตกแต่งในสไตล์จีนโมเดิร์นที่เน้นความเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความหรูหราเหนือกาลเวลา การใช้โทนสีครีมที่สบายตาช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสงบและความผ่อนคลายทันทีที่คุณก้าวเข้ามา ไฮไลต์สำคัญของห้องพักทุกห้องคือ หน้าต่างกระจกบานใหญ่ ที่เปิดรับวิวเมืองปักกิ่งแบบพาโนรามาไร้สิ่งบดบัง ให้คุณได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของเมืองหลวงที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ไม่ว่าจะเป็นวิวตึกระฟ้าที่ส่องประกายในยามค่ำคืน หรือทิวทัศน์ของเมืองที่คึกคักในยามกลางวัน และด้วยความตระหนักถึงคุณภาพอากาศ โรงแรมจึงใส่ใจเป็นพิเศษด้วยการติดตั้ง ระบบฟอกอากาศ (Air Purification System) ที่ทำงานเงียบเชียบแต่ทรงประสิทธิภาพสูง สามารถดักจับอนุภาค PM2.5 ได้อย่างหมดจด ช่วยให้มั่นใจได้ว่าอากาศภายในห้องของคุณจะบริสุทธิ์ สะอาด และปลอดภัย ไร้กังวลเรื่องมลภาวะภายนอก สำหรับห้องพักที่เราเลือกในครั้งนี้คือห้อง 1 King Bed ขนาด 45 ตร.ม. ซึ่งเป็น Room Type มาตรฐานที่เหนือความคาดหมาย ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและถูกจัดแบ่งสัดส่วนได้อย่างลงตัว ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย และตอบโจทย์ทุกความต้องการของเราในทริปนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่หากคุณต้องการพื้นที่ที่มากขึ้นหรือประสบการณ์ที่แตกต่าง Park Hyatt Beijing ก็มีห้องพักประเภทอื่นๆ ให้เลือกสรรมากมาย ตั้งแต่ Deluxe ไปจนถึง Executive Suite และ Penthouse Suite โดยห้องพักที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดกว้างขวางถึง 240 ตร.ม. เลยทีเดียว มุมมองจาก Hoparound.co : เรื่องการบำรุงรักษา (Maintenance) แม้ว่าโดยรวมห้องพักจะดูสวยงามและสะอาดสะอ้าน แต่จากการเข้าพักจริงในครั้งนี้ เราพบว่า การบำรุงรักษา (Maintenance) ภายในห้องพักอาจจะยังไม่เนี๊ยบเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับมาตรฐานของแบรนด์ Park Hyatt ในที่อื่นๆ เราเริ่มเห็นร่องรอยการใช้งานตามกาลเวลาในบางจุดที่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมให้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นจุดเล็กๆ ที่เราแอบเสียดาย เพราะถ้างาน Maintenance ทำได้เป๊ะกว่านี้ ประสบการณ์การพักผ่อนในห้องจะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเลยครับ สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง: รายละเอียดที่สร้างความประทับใจ Park Hyatt Beijing ใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าพักของคุณ คุณภาพของเครื่องใช้ภายในห้องพักนั้นอยู่ในระดับพรีเมียม ตั้งแต่ เตียงนอนขนาดคิงไซส์ ที่นุ่มสบายกำลังดี ปูด้วยผ้าปูที่นอนที่มีความละเอียด 300 เส้นด้าย และผ้านวมขนเป็ดอันอบอุ่น มอบค่ำคืนแห่งการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ เพื่อความบันเทิงและเชื่อมต่อกับโลกภายนอก ทุกห้องมาพร้อมกับ สมาร์ททีวีจอแบนขนาดใหญ่ และมีเดียฮับในตัว ให้คุณสามารถรับชมความบันเทิงหลากหลายได้อย่างไร้ขีดจำกัด โซน มินิบาร์ ก็จัดเตรียมไว้อย่างครบครัน พร้อมเครื่องชงกาแฟและกาต้มน้ำสำหรับชงชา ช่วยให้คุณสามารถรื่นรมย์กับเครื่องดื่มแก้วโปรดได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ตู้เสื้อผ้าเป็นแบบ Walk-in Closet กว้างขวาง จัดเก็บสัมภาระได้อย่างเป็นระเบียบ ทำให้ห้องพักดูโล่งสบายไม่อึดอัด และอีกหนึ่งจุดเด่นที่พลาดไม่ได้คือ ห้องน้ำ ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน แบ่งโซนเปียกและโซนแห้งเป็นสัดส่วน มีทั้ง ฝักบัวแบบ Rain Shower ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น และ อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ที่เชิญชวนให้คุณได้แช่น้ำอุ่นๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังจากวันอันยาวนาน พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์อาบน้ำระดับพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำ ห้องอาหารและบาร์: รสชาติแห่งความอร่อยและความบันเทิงเหนือระดับ สำหรับประสบการณ์ด้านอาหารและการสังสรรค์ Park Hyatt Beijing ก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยมี ร้านอาหารและบาร์รวม 3 แห่ง ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยและบรรยากาศอันน่าประทับใจ: China Grill (北京亮): ร้านอาหารหลักที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของโรงแรม มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วย วิว 360 องศาของเมืองปักกิ่ง ที่ไม่มีใครเทียบได้ โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่แสงไฟระยิบระยับ อาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ก็จัดที่นี่เช่นกัน นอกจากนี้ยังเชี่ยวชาญด้านสเต็กและอาหารทะเลคุณภาพเยี่ยม พร้อมไวน์ชั้นดีให้เลือกมากมาย China Bar (北京亮酒吧): บาร์บนชั้นดาดฟ้าที่อยู่ติดกับ China Grill เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการจิบค็อกเทลแก้วโปรด หรือไวน์ชั้นเลิศ พร้อมดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามของเมืองปักกิ่งในมุมสูง IFW: ร้านอาหารที่นำเสนอประสบการณ์การทำอาหารแบบสดๆ โดยเชฟจะปรุงอาหารที่สถานีต่างๆ ทั่วร้าน เน้นอาหารจีนคลาสสิกที่ผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว Breakfast Experience อาหารเช้า: เริ่มต้นวันใหม่ด้วยความอร่อยและหลากหลาย อาหารเช้าที่ Park Hyatt Beijing ถือเป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่ไม่ควรพลาด โดยจะให้บริการที่ร้าน China Grill ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของโรงแรม คุณจะได้เพลิดเพลินกับมื้อเช้าอันโอชะพร้อมดื่มด่ำกับวิวเมืองปักกิ่งอันตระการตา ตัวเลือกอาหารเช้ามีความหลากหลายและจัดเต็มมากๆ โดยมีให้เลือกทั้งแบบ A la carte ซึ่งคุณสามารถสั่งเมนูจานโปรดที่ปรุงสดใหม่ตามต้องการ และแบบ บุฟเฟต์ ที่นำเสนออาหารนานาชาติและอาหารจีนท้องถิ่นอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นมุมเบเกอรี่อบสดใหม่ ไส้กรอก แฮม ชีส ผัก ผลไม้สดนานาชนิด โยเกิร์ต ซีเรียล รวมถึงเมนูไข่ต่างๆ และอาหารจีนยอดนิยม การันตีได้เลยว่าไม่ว่าคุณจะเป็นนักชิมสไตล์ไหน ก็จะต้องประทับใจกับความหลากหลายและคุณภาพของวัตถุดิบที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้คุณได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยพลังงานและความสดชื่นอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ หากคุณยังต้องการสำรวจตัวเลือกด้านอาหารและความบันเทิงเพิ่มเติม ชั้นล่างของตึกคือที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าหรู in01 ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านค้าแฟชั่นแบรนด์เนมระดับโลก (เช่น Hermès, Dior, Cartier, Lane Crawford Concept Store) ร้านอาหารชั้นนำ ฟิตเนสเซ็นเตอร์ และโรงภาพยนตร์ ทำให้คุณสามารถใช้เวลาได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล Hotel Facility: สิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรเพื่อการพักผ่อนและธุรกิจ Park Hyatt Beijing เข้าใจถึงความต้องการที่หลากหลายของแขกผู้มาเยือน จึงได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและทันสมัยไว้บริการ: Tian Spa (天水): สปาหรูหราที่ตั้งอยู่บนชั้น 59 มอบประสบการณ์การบำบัดที่ผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกายจิตใจ ด้วยห้องทรีตเมนต์ 8 ห้องที่ให้บริการนวด ทรีตเมนต์ความงาม และโปรแกรมบำบัดที่อิงหลักการแพทย์แผนจีนดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีโซนพักผ่อน (Relaxation Lounge) และห้องสตูดิโอสำหรับออกกำลังกาย ฟิตเนสเซ็นเตอร์ (Fitness Center): ตั้งอยู่ในบริเวณ Park Life Complex มีอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ทันสมัยและครบครัน ทั้งโซนคาร์ดิโอ เวทเทรนนิ่ง และสตูดิโอสำหรับคลาสออกกำลังกายต่างๆ สระว่ายน้ำในร่ม (Indoor Swimming Pool): สระว่ายน้ำระบบน้ำอุ่นขนาด 25 เมตร ที่ออกแบบอย่างสวยงาม พร้อมกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ให้คุณได้แหวกว่ายหรือผ่อนคลายอย่างเป็นส่วนตัว ห้องจัดเลี้ยงและห้องประชุม (Meetings & Events Facilities): โรงแรมมีห้องจัดเลี้ยงและห้องประชุมหลากหลายขนาด รวม 16 ห้อง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,570 ตร.ม. พร้อมอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ที่ทันสมัย และทีมงานมืออาชีพคอยให้บริการ เหมาะสำหรับการจัดงานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานประชุม สัมมนา หรืองานเลี้ยงฉลองขนาดใหญ่ บริการผู้ช่วยส่วนตัว (Personal Butler Service): เพื่อประสบการณ์ที่เหนือระดับ โรงแรมมีบริการผู้ช่วยส่วนตัวที่พร้อมดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดการเข้าพักของคุณ Business Center ตลอด 24 ชั่วโมง: สำหรับนักธุรกิจ มีศูนย์บริการธุรกิจที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งแบบมีสายและไร้สายทั่วทั้งโรงแรม Wrapping Up Our Stay: ความประทับใจที่ไม่รู้ลืม หลังจากที่เราได้ใช้เวลาดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาที่ Park Hyatt Beijing เราก็สามารถยืนยันได้เลยว่านี่คืออีกหนึ่งประสบการณ์การเข้าพักที่น่าประทับใจที่สุด โรงแรมแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่พักสำหรับค้างคืน แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเดินทางอย่างแท้จริง ตั้งแต่ก้าวแรกที่เรามาถึง การต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นมืออาชีพของพนักงานก็สร้างความประทับใจได้ทันที ห้องพักที่สวยงาม สะอาด และทันสมัย พร้อมวิวเมืองปักกิ่งที่ตระการตาผ่านกระจกบานใหญ่ ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้พักผ่อนอยู่เหนือผืนฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งฟิตเนส สระว่ายน้ำ และสปา ล้วนอยู่ในระดับเวิลด์คลาส ทำให้เราสามารถผ่อนคลายและเติมพลังได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญที่สุดคือทำเลที่ตั้งที่เหนือกว่าใคร ทำให้การเดินทางสำรวจเมืองปักกิ่งเป็นเรื่องง่ายดาย และการมีห้างสรรพสินค้าหรูอย่าง in01 อยู่ติดกับโรงแรม ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งและรับประทานอาหารได้อย่างไม่จำกัด รวมถึงตัวเลือกด้านอาหารในโรงแรมเองก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะมื้อเช้าที่ China Grill ที่ทำให้เราเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างสดใสและเต็มอิ่ม เรียกได้ว่า Park Hyatt Beijing มอบประสบการณ์ที่ไร้ที่ติ ตั้งแต่การออกแบบที่หรูหราทันสมัย ไปจนถึงบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทำให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อนกลายเป็นความทรงจำที่ดี การมาพักที่นี่ไม่ใช่แค่การนอนโรงแรม แต่คือการลงทุนในประสบการณ์ที่คุ้มค่าและน่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นทริปธุรกิจหรือการพักผ่อนเพื่อสัมผัสเสน่ห์ของปักกิ่ง โรงแรมแห่งนี้จะทำให้การเดินทางของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน Let's Hop Around Beijing.
- Park Hyatt Bangkok ละเมียด-สงบ-สบายเหนือความวุ่นวายใจกลางเมือง โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ
รีวิว Park Hyatt Bangkok ละเมียด-สงบ-สบายเหนือความวุ่นวายใจ โรงแรมใจกลางเมือง พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ Park Hyatt คือแบรนด์โรงแรมระดับสูงสุดของเครือ Hyatt เปิดตัวครั้งแรกที่เมือง Chicago โดยมีวิวเป็นสวน Jane Byrn Park ที่อยู่ติดกัน จึงเป็นที่มาของชื่อและคอนเส็ปต์ที่ทุก Property ภายใต้แบรนด์ Park Hyatt นั้นจะต้องมีวิวเป็นความเขียวขจี ที่กรุงเทพฯก็เช่นกัน แม้จะอยู่ย่านเพลินจิตแต่ก็สามารถมองเห็นสวนลุมพินีที่อยู่ไม่ไกลได้อย่างชัดเจน วันนี้เราจะพาเพื่อนๆมา Staycation ที่ Park Hyatt Bangkok กันครับ Park Hyatt Bangkok นั้นโดดเด่นตั้งแต่รูปลักษณ์อาคารด้านนอกที่มีความ Iconic สูงมาก ฝั่งโรงแรมเป็น Tower สูง 27 ชั้นที่ไหลและบิดเกลียวลงมาเป็นเนื้อเดียวกันกับห้าง Central Embassy ซึ่งมีจำนวนชั้นน้อยกว่าจึงเป็นเหมือนฐานรองรับยอดแหลมของโรงแรม และเมื่อมองมุมบนแบบ Bird’s Eye View ลงมาก็จะเห็นตัวอาคารทั้งหมดเป็นสัญลักษณ์ Infinity หรือเลข 8 อันเป็นมงคลในคติจีน ผิวอาคารด้านนอกประดับด้วยแผ่นอลูมิเนียมที่ทอแสงสะท้อนแดดระยิบระยับสวยงามมากครับ เมื่อเดินเข้ามาด้านในโรงแรม เราก็รู้สึกได้ทันทีถึงความนิ่งเรียบและเนี้ยบหรูของงานดีไซน์สมัยใหม่ มีดีเทลเส้นโค้งที่ไหลไปตามลักษณะพื้นที่อย่างมีเจตจำนงค์ ผนังทั้งหมดถูกกรุด้วยงานไม้ซึ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นและเป็นหนึ่งเดียวกัน Park Hyatt Bangkok นั้นเลือกเผยความหรูหราด้วยวิธีที่มีชั้นเชิงไม่เอะอะ งานอาร์ทระดับโลกที่หายากหลายชิ้น (ส่วนใหญ่เป็นของสะสมของทางเจ้าของ) ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ภาพถ่าย ไปจนถึงงานประติมากรรม และ Installation ต่างๆนั้นถูกจัดแสดงไว้อย่างถูกที่ถูกทาง ซึ่งก็ยิ่งช่วยเพิ่มคุณค่าให้พื้นที่ “ดูแพง” และมีรสนิยมมากขึ้นไปอีกโดยเฉพาะในสายตาของแขกที่มีความสนใจในงานศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว องค์ประกอบความเป็นไทยที่มีการลดทอนรายละเอียดลงมาเพื่อความทันสมัยนั้นถูกสอดแทรกอยู่ในจุดต่างๆอย่างประณีตสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกันกับงานออกแบบภาพรวมของโรงแรม ที่นี่มีห้องพักถึง 222 ห้องและมีเลย์เอ้าท์แตกต่างกันถึง 57 แบบ เนื่องจากตัวอาคารมีลักษณะเฉพาะตัวจึงทำให้การออกแบบห้องต้องปรับไปตามสภาพพื้นที่ สิ่งที่ดีงามมากๆก็คือขนาดห้องพักที่เริ่มต้นก็กว้างถึง 48 ตร.ม.แล้วซึ่งถือว่าใหญ่มากสำหรับโรงแรมใจกลางเมืองเช่นนี้ครับ และห้องที่ใหญ่ที่สุด (Presidential Suite) นั้นก็มีขนาดถึง 381 ตร.ม.เลยทีเดียว Our Room ห้องของเราในคืนนี้เป็นห้องระดับเริ่มต้นซึ่งก็ดีเกินพอสำหรับการค้าง 1 คืนของเราแล้วครับ เปิดเข้ามาปุ๊บก็จะเจอ Foyer ซึ่งเป็นโซนมินิบาร์ไปในตัวด้วยจากจุดนี้หากไปทางซ้ายก็จะเป็นห้องนอน โต๊ะทำงาน ห้องแต่งตัวและเก็บสัมภาระ หากไปทางขวาก็จะเป็นห้องน้ำที่มีทั้งอ่างอาบน้ำและชาวเว่อร์ ที่เราประทับใจก็คือ Amenities กลิ่นหอมฟุ้งโดย Le Labo ส่วนวิวจากห้องนอนก็จะเป็นวิวเมืองแบบเต็มๆจากแยกเพลินจิตเลยครับ มองเห็นทั้งรถไฟฟ้า การจราจรบนท้องถนน ไปจนถึงแนวตึกระฟ้าที่อยู่ไกลออกไป นอกจากความกว้างขวางแล้ว คุณภาพห้องพักและการตกแต่งก็ได้ใจเราเช่นกันครับ ทุกอย่างจัดวางเป็นสัดส่วนดีมาก การที่ห้องแต่งตัวไม่อยู่ติดกับห้องน้ำอาจจะทำให้โฟลว์สะดุดนิดหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาครับ เตียงและหมอนนุ่มนอนสบายไม่ปวดหลัง โต๊ะทำงานกว้างมาก เราชอบที่สวิทช์ไฟทุกจุดนั้นมีการระบุไว้ครบว่าเป็นสวิทช์ของอะไร ห้องน้ำก็ถูกใจมากครับ Shower สบายจนไม่อยากอาบเสร็จ และรูปสลักหินลายดอกไม้ที่ผนังห้องน้ำนั้นก็เป็นรายละเอียดที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นหรูหราให้กับห้องพักได้มากเลยครับ Breakfast เช้าแล้วเปิดม่านมาพบกับวิวเมืองด้านนอกที่กำลังจะวุ่นวายในอีกไม่ช้า เราไปดูกันซักหน่อยว่า Breakfast ที่นี่เป็นยังไงบ้าง มื้อเช้าของที่นี่จะเสิร์ฟกันที่ Living Room ที่โปร่งสบายด้วยเพดานสูงและแสงธรรมชาติจากทั้ง 2 ฝั่ง เมนูจะมีทั้งแบบ A La Carte ที่สามารถสั่งเพิ่มได้เรื่อยๆ และแบบ Buffet ให้ตักได้เองโดยมีอาหารให้เลือกหลายสัญชาติเลยครับ ตัวเลือก Vegan หรือ Gluten-Free ก็มีให้ครบเช่นกัน เราชอบน้ำผลไม้สกัดเย็นและสมูธตี้มากครับ สั่งเบิ้ลมาหลายแก้วเลย Pool สิ่งหนึ่งที่ Park Hyatt Bangkok แตกต่างจาก Park Hyatt แห่งอื่นๆในโลกก็คือสระน้ำครับ เราเองก็แปลกใจที่ได้รู้ว่าที่นี่เป็น Property เดียวในโลกของแบรนด์ Park Hyatt ที่มีสระกลางแจ้ง ขนาดอาจจะไม่ใหญ่มากแต่ก็เพียงพอที่จะให้บริการกับแขก ช่วงที่เราเข้าพักนั้นก็มี Occupancy เกือบ 100% แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใดๆเลย เราชอบเตียงอาบแดดที่เรียงเป็นขั้นบันไดเป็นพิเศษครับ เพราะรู้สึกเป็นส่วนตัวกว่าแบบที่วางอยู่ในระดับเดียวกัน PAÑPURI ORGANIC SPA สปาของ Park Hyatt Bangkok นั้นให้บริการร่วมกับปัญญ์ปุริ แบรนด์สปาอันดับต้นๆของไทยและสิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือแขกของโรงแรมสามารถเข้ามาใช้บริการห้องสตีม และแช่บ่อน้ำร้อนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ วันนี้เราก็เลยถือโอกาสแช่น้ำร้อนกันจนสบายตัวเลย ส่วนห้องชาวเวอร์ของที่นี่สามารถเลือกอุณหภูมิได้ตั้งแต่อุ่นไปจนถึงเย็นจัดซึ่งมาพร้อมกับกลิ่นตะไคร้หอมๆด้วย เป็นยังไงกันบ้างครับกับ Staycation ของเราที่ Park Hyatt Bangkok ในครั้งนี้ เพื่อนๆรู้สึกละเมียด-สงบ-สบายเหมือนเราไหมครับ หลังจากเช็คเอ้าท์แล้วเราขอเพิ่มคำว่า “สะดวก” เข้าไปอีก 1 คำ เพราะเดินลงมาปุ๊บก็ช็อปปิ้งต่อที่ Central Embassy ได้เลย :-)
- The Evolution of Phuket เมื่อความสุขของการอยู่อาศัยมาบรรจบกับการบริหารระดับโลกที่ PEYLAA Phuket
The Evolution of Phuket เมื่อความสุขของการอยู่อาศัยมาบรรจบกับการบริหารระดับโลกที่ PEYLAA Phuket ถ้าย้อนเวลากลับไปไม่เกิน 20 ปี ภูเก็ตอาจเป็นเพียงปลายทางการท่องเที่ยว แต่วันนี้มันกำลังพัฒนาไปสู่ “เมืองอยู่อาศัยระดับโลก” อย่างเต็มตัว จากที่เคยมาเที่ยวกันเพียงสั้นๆ วันนี้ผู้คนจากทั่วโลกต่างอยากเข้ามาอยู่อาศัยกันแบบยาวๆมากขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า ภูเก็ตจะเติบโตไหม แต่คือ การเติบโตนั้นจะมีคุณภาพแค่ไหน และถ้ามองในมุมนี้ บางเทาคือพื้นที่ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านได้ชัดที่สุด ทำเลที่ไม่พึ่งฤดูกาล สิ่งที่ทำให้บางเทาน่าสนใจ ไม่ใช่แค่ชายหาด แต่คือโครงสร้างของชุมชน และวิถีชีวิตระดับสากลครับ พื้นที่นี้มีทั้งโรงเรียนนานาชาติ ไลฟ์สไตล์ฮับอย่าง Boat Avenue และระบบนิเวศของร้านอาหาร คาเฟ่ที่ไม่ใช่แค่รับนักท่องเที่ยว แต่รองรับรสนิยมของคนที่ “อยู่จริง” ในมุมของอสังหาริมทรัพย์ นี่คือสัญญาณสำคัญ เพราะดีมานด์ที่มาจากผู้อยู่อาศัยระยะยาว มักมีเสถียรภาพมากกว่าดีมานด์ตามฤดูกาล Peylaa Phuket ตั้งอยู่ห่างจากหาดบางเทาเพียง 1.9 กิโลเมตร และยังคงความสงบพอสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาว นี่คือสมดุลที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยในตลาดที่พักอาศัยครับ โครงการที่อยู่อาศัยภายใต้ Autograph Collection Residences แห่งแรกของ Asia Pacific Autograph Collection คอลเลกชันของโครงการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายใต้แนวคิด “Exactly Like Nothing Else” — แตกต่างมีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเอง แต่ยังคงมาตรฐานระดับสากลของ Marriott อยู่เบื้องหลัง สำหรับผู้ถือครองนี่คือความ Unique ไม่เหมือนใคร ที่มาพร้อมกับระบบบริหารจัดการที่ไว้วางใจได้ว่าทรัพย์สินของเราจะได้รับการดูแลอย่างมืออาชีพในระยะยาว การออกแบบที่คิดถึงชีวิตระยะยาว โครงการประกอบด้วย 3 อาคาร สูง 7 ชั้น รวม 408 ยูนิต ขนาดยูนิตเริ่มตั้งแต่ 45 ตร.ม. ไปจนถึง 129 ตร.ม. สิ่งที่น่าสนใจคือการให้ระเบียงขนาดใหญ่ และการออกแบบครัว–ห้องน้ำที่ครบฟังก์ชันจริง มี pantry และอ่างอาบน้ำ นอกจากยี้ยังมีรายละเอียดเล็กๆที่จะทำให้คุณภาพชีวิตประจำวันของเราดีขึ้น อย่าง • ระบบความปลอดภัยระดับสากล พร้อม monitoring 24/7 • ผนังกันเสียงมาตรฐานสูงระหว่างยูนิต • ระบบกรองน้ำ UV และตรวจจับการรั่วซึมอัตโนมัติ นี่คือดีไซน์ที่สะท้อนว่าโครงการนี้ตั้งต้นจากคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่นั้นได้อย่างมีสุนทรีย์จริงๆ เรียกได้ว่า สวย-หรู-อยู่สบาย-ได้ผลตอบแทน ครบเลยครับ ไลฟ์สไตล์ที่สร้างมูลค่าในตัวเอง สระว่ายน้ำขนาด 25 เมตร 3 สระ, Ice Bath, Sauna, Tennis / Pickleball, ฟิตเนส และพื้นที่ Flexi Workspace สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียง amenities เพื่อความหรูหรา แต่คือโครงสร้างที่ช่วยสร้างคุณภาพชีวิต และในตลาดอสังหาฯ ระยะยาว คุณภาพชีวิตที่ดีมักสะท้อนกลับมาในมูลค่าทรัพย์สิน มากกว่าการถือครอง คือความอุ่นใจในระบบ เจ้าของจะได้รับสิทธิประโยชน์ผ่าน ONVIA และสถานะ Marriott Bonvoy Gold Elite ถึงปี 2029 ในเชิงการลงทุน นี่คือการเชื่อมต่อกับ ecosystem ระดับโลก ไม่ใช่เพียงการถือครองยูนิตหนึ่งยูนิต และเมื่อโครงการมีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2027 จังหวะเวลาของตลาดภูเก็ตในวันนี้จึงเป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ บทสรุปในมุมของผู้มองตลาด ภูเก็ตกำลังเปลี่ยนจากเมืองท่องเที่ยว ไปสู่เมืองอยู่อาศัยคุณภาพสูง บางเทาคือหนึ่งในย่านที่สะท้อนภาพนั้นได้ชัดที่สุด และ Peylaa Phuket คือหนึ่งในตัวอย่างของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่พยายามเชื่อม “ความสุขในการใช้ชีวิต” เข้ากับ “โครงสร้างการบริหารจัดการระดับสากล” สำหรับผู้ที่มองหาบ้านหลังที่สอง หรือทรัพย์สินระยะยาวในทำเลที่มีดีมานด์จริง คำถามอาจไม่ใช่ว่า “ภูเก็ตจะโตไหม” แต่อาจเป็นว่า เราจะเข้าไปอยู่ในจังหวะไหนของการเติบโตนั้น ความสุขและผลตอบแทนสามารถเดินไปด้วยกันได้ บางทีนี่อาจเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเข้าไปสำรวจบางเทา และโครงการ Peylaa Phuket อย่างจริงจัง ศึกษาข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่ https://peylaa-phuket.com/ #LetsHoparound #PEYLAAPhuket #AutographCollectionResidences #CapstoneAsset #Peylaa_phuket #Phuket
- Milan Calling! 33 Spots We Love in Milan เที่ยว 'มิลาน' เมืองหลวงแห่งดีไซน์ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ กับ 33 จุดเช็คอิน
Milan Calling! 33 Spots We Love in Milanเที่ยว 'มิลาน' เมืองหลวงแห่งดีไซน์ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ กับ 33 จุดเช็คอินที่คัดมาแล้วแบบเริ่ดเลยหล่ะ สวัสดีชาว #Hopster ! เตรียมตัวเข้าสู่โหมดการเดินทางที่เต็มไปด้วยสไตล์กันได้เลยครับ หากจะพูดถึงเมืองที่นิยามคำว่า "รสนิยม" ได้ชัดเจนที่สุดในโลก ชื่อของ มิลาน (Milan) จะต้องขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เสมอ เมืองนี้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางแฟชั่นระดับโลก แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวบรวมงานดีไซน์หลากหลายแขนง ตั้งแต่สถาปัตยกรรมคลาสสิก ไปจนถึงความดิบเท่แบบ Industrial และความเนี้ยบของงานดีไซน์ยุค Mid-century Modern ที่แทรกซึมอยู่ในทุกหัวมุมถนน สำหรับการมาเยือนมิลานครั้งแรกของเรา เราตั้งใจไปซึมซับออร่าของเมืองในช่วงที่อากาศกำลังสบายที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่ามิลานไม่ได้มีดีแค่การช้อปปิ้งในห้างหรูอย่าง Galleria Vittorio Emanuele II แต่เสน่ห์ที่แท้จริงของเมืองนี้ซ่อนอยู่ในย่านลับๆ ร้านกาแฟที่ถูกคิดมาอย่างดี และพื้นที่ทางศิลปะที่เปลี่ยนโรงงานเก่าให้กลายเป็นจุดเช็คอินสุดล้ำ บทความนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกมิลานในแบบที่ "ถูกจริต" สายดีไซน์ที่สุด ตั้งแต่การตื่นเช้าไปชมความยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารดูโอโม่ (Duomo di Milano) ในมุมที่เงียบสงบ ไปจนถึงการสำรวจ Hi-Fi Bar เปิดใหม่ที่กำลังฮอตที่สุดในย่าน Isola รวมถึงพิกัด Concept Stores และ Gourmet Shop ของเชฟระดับมิชลินที่สายกินและสายแฟชั่นต้องใจสั่น ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวมิลาน หรืออยากสัมผัสการใช้ชีวิตแบบ Milanese Local ที่เน้นคุณภาพและความละเมียดละไม ต้องเซฟลิสต์นี้ไว้ให้แม่น เพราะทุกดีเทลในเมืองนี้คือแรงบันดาลใจชั้นยอด... ถ้าพร้อมแล้ว แพ็กกระเป๋าแล้ว "ไปมิลาน" ด้วยกันเลยครับ! [ The Iconic & Cultural Heritage ] 01 | Piazza del Duomo แลนด์มาร์คที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและเป็นหัวใจที่เต้นอยู่กลางเมืองมิลาน มหาวิหารหินอ่อนสีขาวอมชมพูที่ใช้เวลาสร้างนานกว่า 6 ทศวรรษ สัมผัสความพิเศษที่นี่: มหาวิหารโกธิคแห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นแค่ขนาดที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่คือรายละเอียดของการสลักหินอ่อนที่ดูนุ่มนวลราวกับผ้า แนะนำให้มาถึงช่วง 6:00 - 7:00 น. คุณจะได้เห็นแสงแรกของวันตกกระทบยอดโดมทองคำ "Madonnina" ท่ามกลางจัตุรัสที่ไร้ผู้คน เป็นช่วงเวลาที่มหาวิหารดูขลังและทรงพลังที่สุด พิกัด: https://maps.app.goo.gl/uhYcDJLRhBE8N36e9 เวลาเปิด-ปิด: จัตุรัสเปิด 24 ชม. | มหาวิหารเปิด 08:00 – 19:00 02 | Sforzesco Castle (Castello Sforzesco) ปราสาทอิฐแดงที่เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและการป้องกันเมืองมิลานในยุคเรเนซองส์ สัมผัสความพิเศษที่นี่: แม้ไม่ได้เข้ามิวเซียมข้างใน การเดินผ่านลานกว้าง (Courtyard) ก็ให้ความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูล Sforza ในอดีต กำแพงเมืองที่นี่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่ขรึมและคลาสสิก ที่สำคัญคือเป็นที่เก็บรักษาผลงาน Pietà Rondanini ซึ่งเป็นประติมากรรมชิ้นสุดท้ายที่ Michelangelo ยังทำไม่เสร็จก่อนเสียชีวิต Castello Sforzesco หรือ Sforzesco Castle คือปราสาทอิฐแดงขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางมิลาน และแม้จะมีคนเดินขวักไขว่อยู่รอบๆ แต่พื้นที่มันกว้างมากจนไม่รู้สึกอึดอัดเลย ที่นี่เริ่มสร้างครั้งแรกในปี 1358 โดย Galeazzo II Visconti ก่อนที่ต่อมา Francesco Sforza ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ Sforza อันทรงอำนาจจะสั่งสร้างปราสาทใหม่บนซากเดิม และลูกชายของเขา Ludovico Sforza ได้เชิญ Leonardo da Vinci และ Bramante มาวาดจิตรกรรมฝาผนังภายใน จนกลายเป็นหนึ่งในที่พักอาศัยที่หรูหราที่สุดในยุค Renaissance (เรเนซองส์) แต่ประวัติของปราสาทนี้ไม่ธรรมดาเลย ผ่านมือทั้งฝรั่งเศส สเปน ออสเตรีย และนโปเลียนที่เคยใช้มันเป็นค่ายทหาร ในปี 1884 มิลานเกือบจะรื้อปราสาทนี้ทิ้งเพื่อสร้างย่านที่พักอาศัย แต่สุดท้ายตัดสินใจเก็บไว้และบูรณะให้กลับมาสวยงาม ดีมากที่ไม่รื้อ ไม่งั้นเราไม่ได้เห็นอะไรสวยงามแบบนี้ในมิลานแน่ๆ จวบจนวันนี้ข้างในเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์กว่า 6 แห่ง รวมถึง Pietà Rondanini ผลงานชิ้นสุดท้ายที่ยังไม่เสร็จของ Michelangelo และ Sala delle Asse ห้องที่ Leonardo da Vinci วาดลวดลายเถาวัลย์ไว้บนเพดาน พิกัด: https://maps.app.goo.gl/m8bersGggCxTcYKG8 เวลาเปิด-ปิด: Courtyard เปิดทุกวัน 07:00–19:30 น. / พิพิธภัณฑ์ อังคาร–อาทิตย์ 10:00–17:30 น. (ปิดจันทร์) 💰 เข้า Courtyard ฟรี / พิพิธภัณฑ์มีค่าเข้าชม 03 | Parco Sempione พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือน "ปอด" ของชาวมิลาน เชื่อมระหว่างปราสาทและประตูชัย Arco della Pace สัมผัสความพิเศษที่นี่: ในเดือนพฤษภาคม สวนแห่งนี้จะเบ่งบานไปด้วยดอกไม้นานาพรรณ เป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการทำ People Watching สังเกตไลฟ์สไตล์คนมิลานที่ออกมาปิกนิกหรือพาสุนัขมาเดินเล่น แนะนำให้เดินทอดน่องไปจนถึงปลายสวนเพื่อถ่ายรูปกับประตูชัย Arco della Pace ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม Parco Sempione คือสวนสาธารณะขนาด 47 เฮกตาร์ที่ซ่อนตัวอยู่หลัง Castello Sforzesco ใจกลางเมืองมิลาน เดินเข้ามาแล้วรู้สึกเหมือนโลกอีกใบเลย ต้นไม้ใหญ่ ทางเดินคดเคี้ยว สระน้ำเล็กๆ ที่มีเป็ดและเต่าอาศัยอยู่ และดอกไม้ที่บานอยู่ทั่ว ชิลมากกก สวนแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี 1888–1894 ออกแบบโดย Emilio Alemagna สถาปนิกชาวมิลาน ในสไตล์ English Garden ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ทางเดินคดโค้ง เนินเขาเล็กๆ และสายน้ำที่ไหลเรื่อยๆ แต่รู้ไหมว่าก่อนจะมาเป็นสวน ที่นี่เคยเป็นสนามฝึกทหารมาก่อน และก่อนหน้านั้นอีก เคยเป็นป่าล่าสัตว์ของตระกูล Visconti ผู้ปกครองมิลานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เดินไปเรื่อยๆ จะเจอ Ponte delle Sirenette สะพานเหล็กหล่อเล็กๆ ที่เดิมตั้งอยู่บนคลอง Navigli ก่อนจะถูกย้ายมาไว้ที่นี่ในปี 1930 ว่ากันว่าเป็นสะพานเหล็กหล่อแห่งแรกของอิตาลี และยังมี Torre Branca หอเหล็กสูง 108 เมตรออกแบบโดย Gio Ponti สร้างขึ้นในปี 1933 ที่ขึ้นไปชมวิวทั้งเมืองได้ แต่สิ่งที่ชอบที่สุดคือบรรยากาศบ่ายๆ แสงแดดส่องผ่านใบไม้ ดอกไม้บานอยู่ตามทาง คนมิลานนั่งปิกนิก วิ่งออกกำลังกาย หรือแค่นอนเล่นบนหญ้า ไม่มีใครรีบ ไม่มีใครเครียด ถ้าไปมิลานแล้วอยากหายใจหายคอสักหน่อย แวะมาที่นี่ได้เลย เข้าฟรี ไม่มีข้อแม้ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/1XsBBB9BsEaFfUPS7 (หลัง Castello Sforzesco) เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 06:30 น. (ปิดตามฤดูกาล ช่วงซัมเมอร์ถึง 23:30 น.) 04 | Villa Necchi Campiglio คฤหาสน์หรูที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงสูงใจกลางย่านเงียบสงบ ออกแบบโดยสถาปนิก Piero Portaluppi ในปี 1932 สัมผัสความพิเศษที่นี่: ไม่คิดว่าจะมาเจออะไรแบบนี้กลางมิลาน #VillaNecchiCampiglio คือคฤหาสน์ที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางย่านเงียบสงบของมิลาน สร้างขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1930s โดย Piero Portaluppi สถาปนิกชื่อดัง ตามคำสั่งของสองพี่น้อง Nedda และ Gigina Necchi และสามีของ Gigina อย่าง Angelo Campiglio ทั้งสามคือตัวแทนของชนชั้นกลางระดับบนชาวมิลานที่มีรสนิยมและทันสมัยมากในยุคนั้น บ้านหลังนี้ไม่ได้แค่สวย แต่มันยังล้ำมากสำหรับยุค 30s ทั้ง ลิฟต์ส่วนตัว ระบบ intercom ภายใน ห้องฉายหนัง และสระว่ายน้ำ (ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสระส่วนตัวแห่งแรกๆ ในมิลาน) ทุกอย่างถูกออกแบบให้ชีวิตสะดวกสบายและเต็มไปด้วยความหรูหราในแบบที่คนยุคนั้นแทบไม่เคยเห็น ชั้นล่างเป็นโซน reception หรูหราพร้อม veranda ที่มองออกไปเห็นสวนเขียวขจี ชั้นบนเป็นห้องนอน และทั่วทั้งบ้านเต็มไปด้วยงานศิลปะระดับโลก ทั้งจาก Tiepolo, Canaletto, De Chirico และ Picasso จากคอลเลกชันที่ถูกบริจาคให้ FAI โดย de' Micheli, Gian Ferrari และ Guido Sforni จุดที่ชอบที่สุดคือโซนสระว่ายน้ำ วันที่ไปมีดอกป้อปปี้บานพอดี นั่งแล้วรู้สึกว่าชีวิตช้าลงจริงๆ ทั้งๆ ที่ Duomo อยู่แค่ไม่กี่นาที ปี 2001 พี่น้องตระกูล Necchi ซึ่งไม่มีทายาท ได้มอบบ้านหลังนี้ให้กับ FAI องค์กรอนุรักษ์มรดกแห่งชาติของอิตาลี โดยมีเงื่อนไขเดียวคืออยากให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทุกคนได้มาสัมผัสและกลับมาเยือนซ้ำได้เรื่อยๆ ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมได้แล้ว พร้อม bistro น่ารักซ่อนอยู่ในสวนด้วย ที่นี่สวย ร่มรื่นและสงบมาก จนลืมไปเลยว่าข้างนอกนั้นคือเมืองที่วุ่นวายที่สุดในอิตาลี ถ้าไปมิลาน อย่าไปแค่ช้อปปิ้ง แวะมาที่นี่ด้วย มันคือมิลานที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็น พิกัด: https://maps.app.goo.gl/vtCCUJbKdRW42qMi9 เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 18:00 (ปิดจันทร์-อังคาร) [ The Art of Fashion & Design ] 05 | Fondazione Prada สถาบันศิลปะร่วมสมัยที่รีโนเวทจากโรงงานกลั่นเหล้าเก่าโดยสำนักออกแบบ OMA (Rem Koolhaas) สัมผัสความพิเศษที่นี่: การออกแบบที่นี่คือการเล่นกับความขัดแย้ง (Contrast) ระหว่างตึกเก่าสีตุ่นกับตึก "Haunted House" ที่หุ้มด้วยทองคำเปลว 24K พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ภาพวาด แต่มีงานติดตั้ง (Installation Art) ที่ท้าทายความคิด เป็นจุดที่ยืนยันว่ามิลานคือศูนย์กลางของรสนิยมที่ก้าวไปข้างหน้าเสมอ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/sVbT6dM2gYPTVyo69 เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 19:00 (ปิดวันอังคาร) 06 | Sunnei แบรนด์อิตาลีรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการแฟชั่นโลกด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด สัมผัสความพิเศษที่นี่: ชื่อแบรนด์เพี้ยนมาจากคำว่า "Sunny" (แสงแดด) เพื่อสื่อถึงพลังบวกและความสดใส งานดีไซน์ของ Sunnei โดดเด่นด้วยทรงเสื้อผ้าที่แปลกตา (Oversized & Geometric) และการใช้คู่สีที่ฉลาดมาก ร้านของเขาไม่ใช่แค่ที่ขายของ แต่คือแกลเลอรีที่แสดงจุดยืนเรื่องรสนิยมของคนรุ่นใหม่ที่รักในความแตกต่าง พิกัด: https://maps.app.goo.gl/KTyCygsepKPL5ahGA เวลาเปิด-ปิด: 10:30 – 19:30 07 | 10 Corso Como Concept Store แห่งแรกของโลกที่เป็นต้นแบบให้ร้านดังทั่วโลก ก่อตั้งโดย Carla Sozzani อดีตบรรณาธิการแฟชั่น สัมผัสความพิเศษที่นี่: บรรยากาศสวนในร่มที่ร่มรื่นตัดกับความล้ำสมัยของแฟชั่นชั้นสูง หนังสือศิลปะหายาก และงานอาร์ต ทุกชิ้นในร้านผ่านการคัดสรรมาอย่าง "Curated" จนเหมือนงานศิลปะที่วางขายได้ แนะนำให้ขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อชมวิวสวนลับๆ และงานประติมากรรมกลางแจ้ง พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ENCZBVXAiQzBC2jt5 เวลาเปิด-ปิด: 10:30 – 19:30 08 | Jil Sander (Via Pietro Verri) บูติกสาขาแฟล็กชิพที่ถ่ายทอดนิยามความ "Minimalism" ผ่านสถาปัตยกรรมที่เรียบเนียนและเงียบสงบ สัมผัสความพิเศษที่นี่: ภายในร้านออกแบบโดยใช้แสงและเงาอย่างมีชั้นเชิง เราประทับใจ น้ำหอมกลิ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากกาแฟ ซึ่งหาซื้อได้ยาก กลิ่นนี้ให้ความรู้สึกสุขุม นิ่ง แต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของกลิ่นคั่วบดที่อบอุ่น เป็นการผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมอิตาลีเข้ากับน้ำหอมได้อย่างอัจฉริยะ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/gGZGGfDUeyanNvJB7 เวลาเปิด-ปิด: 10:30 – 19:30 09 | Nude Project แบรนด์ Streetwear จากสเปนที่กำลังครองใจวัยรุ่นทั่วยุโรปด้วยดีไซน์ที่ใส่ง่ายและเท่ สัมผัสความพิเศษที่นี่: เรา "ถูกจริต" กับ Energy ของร้านนี้มาก ตั้งแต่การตกแต่งไปจนถึงพนักงานที่เอนเนอร์จี้ล้นหลาม เสื้อผ้าของ Nude Project เน้นความ Effortless Cool ใส่ง่ายแต่มีคาแรคเตอร์ ในราคาที่เข้าถึงได้ เป็นพิกัดที่สายสตรีทห้ามพลาดเมื่อมาเดินย่าน Ticinese พิกัด: https://maps.app.goo.gl/g6X2UL4QpnvtKVjy6 เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 20:00 10 | Marni Outlet ขุมทรัพย์ลับของสายแฟชั่นที่อยากได้ไอเทมจาก Marni ในราคาสุดคุ้ม ซ่อนตัวอยู่ในย่านที่เงียบสงบ สัมผัสความพิเศษที่นี่: ถึงจะเป็นเอาท์เล็ท แต่การจัดดิสเพลย์ยังคงความอาร์ตและขี้เล่นตามแบบฉบับ Marni รวบรวมเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าจากคอลเลกชันก่อนหน้าไว้เยอะมาก ในราคาที่ลดแบบจริงจัง เป็นจุดที่สายแฟชั่นตัวจริงมักจะมาซุ่มเก็บของดีกันที่นี่ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/akwqpt8EgjKhnfPx5 เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 19:00 11 | Maison Margiela บูติกสาขาสำคัญที่ถ่ายทอด DNA ความ Avant-garde ของแบรนด์ผ่านการตกแต่งสไตล์ "Deconstruction" สัมผัสความพิเศษที่นี่: ร้านเน้นสีขาวโพลนและการใช้วัสดุที่ดูดิบเหมือนทำไม่เสร็จ (Unfinished) เพื่อสื่อถึงแนวคิดการรื้อสร้างแฟชั่นใหม่ แฟนคลับรองเท้า Tabi หรือเสื้อผ้าที่มีป้ายตัวเลขต้องมาที่นี่เพื่อซึมซับ Vibe ที่เป็นต้นตำรับความเท่แบบลึกลับ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/fDVMDvJCBsWMXvCc6 เวลาเปิด-ปิด: 10:30 – 19:30 12 | END. Milano Multi-brand Store สัญชาติอังกฤษที่มาเปิดแฟล็กชิพสโตร์สุดอลังการใจกลางมิลาน สัมผัสความพิเศษที่นี่: การออกแบบภายในนำเสนอความขัดแย้งที่ลงตัวระหว่างโครงสร้างตึกประวัติศาสตร์กับดิสเพลย์สมัยใหม่ที่ทำจากสแตนเลสและกระจก รวบรวม Sneaker รุ่น Exclusive และแบรนด์สตรีทไฮเอนด์ไว้แน่นที่สุด เป็นจุดนัดพบของ Sneakerhead จากทั่วโลก พิกัด: https://maps.app.goo.gl/sFrcHujfGpDchDFa9 เวลาเปิด-ปิด: 10:30 – 19:30 13 | Le Lunetier Milano Garibaldi ร้านแว่นตาสุดคราฟต์ในย่าน Garibaldi ที่เน้นการคัดสรรกรอบแว่นดีไซน์เฉพาะตัวจากทั่วโลก สัมผัสความพิเศษที่นี่: สำหรับคนที่มองหาเครื่องประดับบนใบหน้าที่ไม่ซ้ำซากจำเจ ร้านนี้มีแว่นตาที่เป็นงานศิลปะมากกว่าแค่เลนส์สายตา พนักงานมีความเชี่ยวชาญในการแนะนำกรอบที่เข้ากับรูปหน้าและสไตล์ส่วนบุคคลได้เป็นอย่างดี พิกัด: https://maps.app.goo.gl/xGbFBnsH5kEui2Gr8 เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 19:30 14 | Tenoha Milano Multi-concept Space สไตล์ญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในย่าน Navigli ผสมผสานคาเฟ่ ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ช็อปเข้าด้วยกัน สัมผัสความพิเศษที่นี่: ท่ามกลางบรรยากาศแบบอิตาลี Tenoha มอบความสงบสไตล์มินิมอลญี่ปุ่นที่ลงตัวมาก สินค้าไลฟ์สไตล์ที่นี่ถูกคัดสรรมาอย่างดี บรรยากาศร้านกว้างขวางและสงบ เหมาะสำหรับการมานั่งพักสายตาและจิบชาเขียวคุณภาพเยี่ยม พิกัด: https://maps.app.goo.gl/TsqKq3hxTjAihaE77 เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 23:30 [ The Taste of Milano: Food & Cafe ] 15 | MOGO (Isola District) Hi-Fi Bar & Restaurant น้องใหม่ล่าสุดที่เป็นดั่ง "Senses Sanctuary" ในย่าน Isola สัมผัสความพิเศษที่นี่: ออกแบบโดย Giorgia Longoni Studio ในสไตล์ Mid-century Nostalgia ที่ดูนิ่งแต่เท่ ที่นี่ไม่ใช่แค่บาร์ที่มีลำโพงดี แต่คือประสบการณ์ที่หลอมรวมอาหารจากเชฟชื่อดัง Yoji Tokuyoshi (เจ้าของรางวัลมิชลิน) เข้ากับดนตรีจากคิวเรเตอร์ Polifonic ผ่านระบบเสียง High Resolution ของลำโพง H.A.N.D. ที่คัสตอมมาเพื่อร้านนี้โดยเฉพาะ ชื่อร้านมาจากคำว่า Mmogo ในภาษา Sotho แปลว่า “Together” เป็นจุดรวมตัวของคนรักเสียงเพลงและรสชาติที่ล้ำลึก พิกัด: https://maps.app.goo.gl/qfXEsYZoMVGctn9M7 เวลาเปิด-ปิด: 18:00 – 01:00 16 | 10_11 (Ten Eleven) - Portrait Milano บาร์และห้องอาหารสุดหรูในโรงแรม Portrait Milano ที่ตั้งอยู่ในอาคารสำนักสงฆ์เก่าศตวรรษที่ 16 สัมผัสความพิเศษที่นี่: เรามีโอกาสได้ทานอาหารเช้าที่นี่และขอยกให้เป็น "The Best Breakfast" ของทริปนี้เลยครับ ทั้งรสชาติอาหารที่ประณีตและการบริการระดับ 5 ดาวที่ใส่ใจในทุกดีเทล ท่ามกลางบรรยากาศลานกว้าง (Piazza) ที่สวยสะกดตา เป็นความ Luxury ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองอย่างประหลาด พิกัด: https://maps.app.goo.gl/NHbKoLhaf41m9Ctw8 เวลาเปิด-ปิด: 07:00 – 01:00 17 | Mascherpa ร้านทิรามิสุ (Tiramisù) ร้านแรกในมิลานที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ขนมหวานคลาสสิกให้ทันสมัยและเข้าถึงง่าย สัมผัสความพิเศษที่นี่: ความพิเศษของที่นี่คือความสดใหม่และเนื้อสัมผัสของครีมมาสคาร์โปเน่ที่เนียนนุ่มและเบาหวิวราวกับก้อนเมฆ มีให้เลือกหลายรสชาติทั้ง Original, Pistachio และ Matcha บรรจุมาในโหลแก้วน่ารักๆ หรือจะสั่งเป็นชิ้นสำหรับเดินทานก็ได้ เป็นรสชาติที่สายหวานต้องมาซ้ำ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ofdz6JnrAiAZbWT86 เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 20:00 18 | Bar Luce (Fondazione Prada) คาเฟ่ที่ออกแบบโดยผู้กำกับชื่อดัง Wes Anderson ทุกมุมในร้านคือฉากในหนังที่มีชีวิต สัมผัสความพิเศษที่นี่: บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในมิลานยุค 1950s ด้วยโทนสีเขียวพาสเทล เพดานลายกราฟิกที่เลียนแบบโครงสร้างตึก Duomo และตู้พินบอล Steve Zissou แนะนำให้ลองสั่งขนมหวานสีลูกกวาดและจิบเอสเปรสโซ่ริมหน้าต่างเพื่อดื่มด่ำกับดีไซน์ที่ไม่มีใครเหมือน พิกัด: https://maps.app.goo.gl/jPtDQ3BWeUxBkgdQ6 เวลาเปิด-ปิด: 08:30 – 20:00 19 | Hygge ร้านบรันช์บรรยากาศอบอุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาความสุขสไตล์นอร์ดิก สัมผัสความพิเศษที่นี่: เมนูบรันช์ที่นี่เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ จัดวางมาอย่างสวยงามพร้อมรสชาติที่กลมกล่อม บรรยากาศในร้านเป็นกันเองมาก มีความละเมียดละไมในทุกรายละเอียด เหมาะสำหรับการมานั่งทบทวนแผนเที่ยวพร้อมจิบกาแฟดีๆ ในยามเช้า พิกัด: https://maps.app.goo.gl/QFQKu39YbcdVSi3L6 เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 15:30 (ปิดจันทร์-อังคาร) 20 | Giacomo Caffè คาเฟ่ระดับตำนานที่ตั้งอยู่ใน Palazzo Reale ติดกับมหาวิหาร Duomo สัมผัสความพิเศษที่นี่: การตกแต่งด้วยไม้สีเข้มและกำแพงที่เต็มไปด้วยหนังสือให้ความรู้สึกเหมือนห้องสมุดส่วนตัวที่หรูหราของชนชั้นสูงมิลาน ที่นี่คือจุดแวะพักหลังชมมิวเซียมที่ดีที่สุด ดื่มด่ำกับความเงียบสงบและรสชาติขนมหวานสไตล์คลาสสิกท่ามกลางความวุ่นวายภายนอก พิกัด: https://maps.app.goo.gl/5yaPXxrqkjagXePU7 เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 20:00 21 | Sant Ambroeus Milano ร้านอาหาร ขนม และกาแฟระดับไฮเอนด์ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1936 และยังคงความโก้หรูไว้ได้อย่างเหนียวแน่น สัมผัสความพิเศษที่นี่: โดดเด่นด้วยโทนสีชมพูพีชอันเป็นเอกลักษณ์และการบริการแบบ Old-school ที่เนี้ยบกริบ นอกจากจะเป็นสวรรค์ของคนรักขนมหวานระดับ Masterpiece แล้ว ที่นี่คือจุดหมายของการทานอาหารแบบ Full Course ที่คลาสสิกที่สุดแห่งหนึ่งในมิลาน เมนูอาหารคาวของที่นี่เน้นความหรูหราที่เรียบง่ายแต่เลือกใช้วัตถุดิบพรีเมียมที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Cotoletta alla Milanese ที่กรอบนอกนุ่มใน หรือพาสต้าเส้นสดที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน แนะนำให้ลองมาทานมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศการทานอาหารท่ามกลางชนชั้นสูงและเหล่าดีไซน์เนอร์ชาวมิลานแท้ๆ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HybpaT6yZ4E2DzNH7 เวลาเปิด-ปิด: 07:30 – 23:00 22 | Loste Café (Via Francesco Guicciardini) คาเฟ่แนว Specialty Coffee และเพสทรีที่ก่อตั้งโดยอดีตเชฟจากร้าน Noma สัมผัสความพิเศษที่นี่: กาแฟที่นี่รสชาติดีมากในระดับ Specialty และที่พลาดไม่ได้คือเพสทรีอบใหม่ โดยเฉพาะ Cinnamon Roll และ Pain au Chocolat ที่กรอบนอกนุ่มในและหอมเนยสุดๆ บรรยากาศร้านมีความโมเดิร์นและมินิมอล แสงธรรมชาติส่องเข้าร้านสวยมากในช่วงเช้า พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LuCyRTnNgTxPcxyNA เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 18:00 23 | LùBar ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในเรือนกระจก (Orangerie) สุดชิคภายในวิลล่าสมัยศตวรรษที่ 18 สัมผัสความพิเศษที่นี่: การทานอาหารท่ามกลางต้นปาล์มและรูปปั้นหินอ่อนใต้เพดานกระจกสูงลิ่ว ให้ความรู้สึกที่สดชื่นและโรแมนติกมาก อาหารที่นี่เน้นสไตล์ซิซิเลียนที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง รสชาติสะอาดสะอ้านและพรีเมียม เป็นจุดเช็คอินที่สวยทุกมุมจริงๆ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/xS9VR9PLhw8uks7v6 เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 00:00 24 | Aroma Napoletano จุดรวมพลคนรักครัวซองต์และขนมสไตล์เนเปิลส์ที่หอมฟุ้งไปทั้งถนนในย่าน Isola สัมผัสความพิเศษที่นี่: ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักครัวซองต์ไส้ทะลัก มีให้เลือกตั้งแต่ไส้ครีมพิตาชิโอเข้มข้นไปจนถึงช็อกโกแลตเยิ้มๆ แป้งครัวซองต์กรอบหอมเนยมาก เป็นมื้อเช้าที่เติมพลังได้ดีเยี่ยมก่อนไปเดินเที่ยวต่อ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/yfWEnrwVvZi4X2qCA เวลาเปิด-ปิด: 07:00 – 20:00 25 | Berberè ร้านพิซซ่าแป้ง Sourdough ที่เน้นความสบายท้องและวัตถุดิบคุณภาพสูงจากฟาร์มท้องถิ่น สัมผัสความพิเศษที่นี่: แป้งพิซซ่าที่นี่หมักนานกว่า 24 ชั่วโมงทำให้กรอบนอกนุ่มในและย่อยง่ายมาก หน้าพิซซ่ามีความสร้างสรรค์และใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล บรรยากาศในร้านมีความเป็นกันเองและดูวัยรุ่น เป็นพิซซ่าแนวใหม่ที่คุณจะหลงรัก พิกัด: https://maps.app.goo.gl/NZD1YjtJfGbwkjjdA เวลาเปิด-ปิด: 12:30–14:30, 19:00–23:30 26 | Al Matarel ร้านอาหารอิตาเลียนดั้งเดิมที่เสิร์ฟรสชาติแบบมิลานแท้ๆ (Milanese Traditional) มาอย่างยาวนาน สัมผัสความพิเศษที่นี่: เมนูแนะนำคือ Risotto alla Milanese (ข้าวผัดใส่หญ้าฝรั่นสีเหลืองทอง) และ Ossobuco (เนื้อวัวตุ๋น) รสชาติเข้มข้นเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน บรรยากาศร้านไม้เก่าๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนทานข้าวที่บ้านเพื่อนในมิลาน พิกัด: https://maps.app.goo.gl/qLnVdfJdtJgHnoTRA เวลาเปิด-ปิด: 12:30–14:30, 19:30–22:30 27 | Niko Romito (Space Milano) Gourmet Shop ของเชฟระดับมิชลิน 3 ดาวที่นำเสนอความเรียบง่ายแต่ทรงพลังในรสชาติ สัมผัสความพิเศษที่นี่: ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่คือแหล่งรวมวัตถุดิบชั้นเลิศที่เชฟคัดสรรเอง ตั้งแต่เครื่องปรุงรสชั้นดี ขนมจุกจิก ขนมปังสูตรพิเศษที่นุ่มนวลมาก ไปจนถึง น้ำผลไม้คั้นสด ที่รสชาติบริสุทธิ์และเข้มข้นถึงใจ เป็นพิกัดที่คนรักการทำอาหารและสาย Gourmet ต้องแวะมาเก็บของดี พิกัด: https://maps.app.goo.gl/nMwGgTTvz9qGHeLM9 เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 20:00 28 | Pasticceria Sissi ร้านขนมหวานสไตล์โบราณที่มีเสน่ห์มากและเป็นที่รักของคนท้องถิ่นในย่าน Piazza Risorgimento สัมผัสความพิเศษที่นี่: ไฮไลท์คือ Brioche ไส้ครีมสดที่พนักงานจะบีบใส่ให้ใหม่ๆ ทันทีที่คุณสั่ง รสชาติโฮมเมดสุดๆ บรรยากาศหลังร้านมีสวนเล็กๆ ที่ร่มรื่นและโรแมนติกมาก เป็นจุดแวะพักจิบกาแฟยามเช้าที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตแบบคนมิลานจริงๆ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/XUQ3wuTJmsTQTHGZ6 เวลาเปิด-ปิด: 06:30 – 20:00 (ปิดวันอังคาร) 29 | Le Striatelle di Nonna Mafalda ร้านอาหารที่เน้นความเรียบง่ายและจิตวิญญาณของอาหารโฮมเมดสไตล์อิตาลี สัมผัสความพิเศษที่นี่: ความโดดเด่นอยู่ที่ Striatelle (แป้งแผ่นกรอบสูตรเฉพาะ) และพาสต้าเส้นสดที่ทำมาอย่างตั้งใจ รสชาติอาหารที่นี่มีความซื่อตรงและชัดเจน เหมือนมีคุณย่าอิตาเลียน (Nonna) มาปรุงให้ทานข้างโต๊ะ บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองมาก พิกัด: https://maps.app.goo.gl/QbuMJ2iJpuwUQqp96 เวลาเปิด-ปิด: 12:00–15:00, 19:00–23:00 30 | VERO Gelateria Cremeria (Corso Garibaldi) ร้านเจลาโต้ในย่าน Garibaldi ที่การันตีความสดใหม่และรสชาติจากธรรมชาติ 100% สัมผัสความพิเศษที่นี่: ชื่อร้าน "Vero" แปลว่า "จริง" เพื่อสื่อถึงรสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบที่ใช้ ไม่มีการใส่สารปรุงแต่ง เนื้อเจลาโต้เนียนละเอียดและนุ่มนวลมาก รสชาติพิตาชิโอและเฮเซลนัทของที่นี่คือเข้มข้นจนหยุดกินไม่ได้จริงๆ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/GTZdhQaKY4dW82wv9 เวลาเปิด-ปิด: 12:00 – 23:00 [ Local Vibes & Lifestyle ] 31 | Navigli ย่านริมคลองที่มีชีวิตชีวาที่สุดของมิลาน เป็นศูนย์กลางของศิลปินและชีวิตยามค่ำคืน สัมผัสความพิเศษที่นี่: แนะนำให้มาช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงที่ตกกระทบริมคลองจะสวยมาก และย่านนี้จะคึกคักไปด้วยวัฒนธรรม Aperitivo (การดื่มและทานของว่างก่อนมื้อค่ำ) บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คนออกมาใช้ชีวิต เป็นจุดที่สะท้อนพลังของเมืองมิลานได้ชัดเจนที่สุด พิกัด: https://maps.app.goo.gl/GHeFoi7aMH8GvZka6 เวลาเปิด-ปิด: คึกคักที่สุดช่วง 18:00 น. เป็นต้นไป 32 | Via Stampa ร้านอาหารและคาเฟ่ในย่านเท่ที่รวบรวมคนทำงานสร้างสรรค์ยุคใหม่ของมิลานไว้เพียบ สัมผัสความพิเศษที่นี่: การตกแต่งร้านมีความทันสมัยและดูมินิมอลแต่ยังมี Detail อาหารที่นี่เน้นการนำเสนอที่น่าสนใจและใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตโดยตรง รสชาติอาหารมีความเป็น Cosmopolitan ที่เข้าถึงง่ายและเปี่ยมด้วยรสนิยม พิกัด: https://maps.app.goo.gl/6yttBrAdD6MTQBTX9 เวลาเปิด-ปิด: 12:30–15:00, 19:30–23:00 33 | Pack Supermarket ซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นที่เป็นสวรรค์ของคนรักการออกแบบแพ็กเกจจิ้งและอาหารชั้นเลิศ สัมผัสความพิเศษที่นี่: ที่นี่คือจุดที่เราใช้เวลาเดินอยู่นานมาก เพราะสินค้าอิตาลีที่นี่มีแพ็กเกจจิ้งที่สวยงามจนอยากซื้อเก็บไว้ทุกชิ้น เหมาะมากสำหรับการซื้อของฝากคุณภาพดีที่มีดีไซน์สวยกลับไป เป็นการจบรูทมิลานด้วยการซึมซับความสวยงามในระดับชีวิตประจำวัน พิกัด: https://maps.app.goo.gl/qq3EsNjoxKuThGdT8 เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 21:00 #HoparoundTip for a Perfect Milanese Journey มิลานเป็นเมืองที่ผังเมืองถูกออกแบบมาให้เดินสำรวจได้สนุกและมีอะไรให้ตื่นเต้นในทุกหัวมุมถนน แต่ถ้าใครต้องการประหยัดเวลาและเซฟพลังงานขา ระบบขนส่งสาธารณะของที่นี่ถือว่าตอบโจทย์มากครับ ทั้ง Metro (รถไฟใต้ดิน) ที่รวดเร็วครอบคลุม และที่พลาดไม่ได้คือการนั่ง Tram (รถราง) สายประวัติศาสตร์ที่วิ่งตัดผ่านเมือง ซึ่งช่วยให้คุณได้ชมสถาปัตยกรรมสวยๆ สองข้างทางไปในตัว ที่สำคัญคือความสะดวกสบายในการเดินทาง เพราะตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องไปต่อคิวซื้อตั๋วตู้ให้เสียเวลา เพียงแค่ใช้บัตรเครดิตหรือเดบิต VISA / MASTERCARD ที่มีสัญลักษณ์ Contactless (หรือจะจ่ายผ่าน Apple Pay / Google Pay ในมือถือ) ก็สามารถแตะขึ้นรถได้ทันทีครับ และสิ่งที่จะทำให้ทริปของคุณเข้าถึงหัวใจของชาวมิลานแท้ๆ คือการออกไปสัมผัสวัฒนธรรม Aperitivo ในย่าน Navigli ช่วงเวลาประมาณ 18:00 - 20:00 น. ลองสั่ง Aperol Spritz มาจิบแกล้มของว่างเบาๆ ท่ามกลางแสงสีทองยามเย็นที่ตกกระทบผิวน้ำในคลอง รับรองว่านี่จะเป็นโมเมนต์ที่ทำให้ทริปมิลานครั้งแรกของคุณสมบูรณ์แบบและอยู่ในความทรงจำไปอีกนานครับ Hoparound’s 5 Golden Rules for Milano เพื่อให้ทริปมิลานของคุณราบรื่นและเป๊ะปังเหมือนคนโลคอล นี่คือ 5 สิ่งที่เราสรุปมาให้จากประสบการณ์ตรงครับ: 1 | มารยาทการดื่มกาแฟแบบ Milanese คนมิลานจริงจังเรื่องกาแฟมาก หากคุณสั่งกาแฟดื่มที่เคาน์เตอร์บาร์ (Al Banco) ราคาจะถูกกว่าการนั่งโต๊ะ (Al Tavolo) อย่างชัดเจน และจำไว้ว่าคนอิตาลีจะไม่สั่ง Cappuccino หรือกาแฟใส่นมหลังเวลา 11 โมงเช้า เพราะถือว่าเป็นเครื่องดื่มสำหรับมื้อเช้าเท่านั้น ถ้าอยากเป็นสายคูลหลังมื้อเที่ยง ให้สั่ง "Un Caffè" (Espresso) แทนครับ 2 | จองล่วงหน้าคือทางรอดเดียว สำหรับแลนด์มาร์คยอดฮิตอย่างการขึ้นไปเดินบนหลังคาดูโอโม่ (Duomo Rooftop) หรือการชมภาพ The Last Supper คุณควรจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน รวมถึงร้านอาหารยอดฮิตในลิสต์นี้หลายแห่งมักจะเต็มเร็วมาก การส่ง DM หรือจองผ่านระบบเว็บไซต์ไปก่อนจะช่วยให้คุณไม่พลาดพิกัดสำคัญ 3 | แต่งตัวให้ "ถูกจริต" เมืองแฟชั่น มิลานไม่ใช่เมืองที่คุณจะใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะเดินเข้าโบสถ์หรือร้านอาหารหรู แม้จะไม่ต้องจัดเต็มระดับรันเวย์ แต่การแต่งตัวสไตล์ Smart Casual หรือมีความเนี้ยบแบบ Effortless จะช่วยให้คุณได้รับบริการที่ดีขึ้นและดูกลมกลืนไปกับบรรยากาศเมืองที่มีรสนิยมแห่งนี้ 4 | สังเกตและระวังตัวอย่างมีสไตล์ แม้พื้นฐานมิลานจะเป็นเมืองที่ปลอดภัย แต่ในจุดท่องเที่ยวหนาแน่นอย่าง Piazza del Duomo หรือสถานีรถไฟ Milano Centrale ควรระวังพวกมิจฉาชีพที่เข้ามาทักทายแบบแปลกๆ เช่น ยื่นอาหารนกใส่มือ หรือเอาสายสิญจน์มาผูกข้อมือ ให้ปฏิเสธด้วยความมั่นใจแล้วเดินต่อทันที (Don't be a victim, be a visitor!) 5 | เวลาเปิด-ปิด คือเรื่องสำคัญ ร้านค้าและมิวเซียมหลายแห่งในมิลานมักจะ "ปิดวันจันทร์" หรือมีเวลาพักเบรคช่วงบ่าย (Siesta) ในบางย่าน ก่อนจะออกเดินทาง อย่าลืมเช็คเวลา Google Maps ให้แม่นยำ หรือจะให้ชัวร์ที่สุดคือตามรอยลิสต์ของ Hoparound ที่เราเช็คช่วงเวลาที่ Vibe ดีที่สุดมาให้คุณแล้วครับ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความประทับใจที่เราได้ไปสัมผัสมา หวังว่าลิสต์ 34 พิกัดนี้จะเป็นไกด์นำทางให้ทริปมิลานของคุณเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและรสนิยมที่ยอดเยี่ยมนะครับ และเพื่อไม่ให้พลาดคอนเทนต์ดีไซน์และไลฟ์สไตล์การเดินทางแบบเจาะลึกจากเรา อย่าลืมติดตาม Hoparound.co ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram และ TikTok เพื่ออัปเดตเทรนด์และพิกัดใหม่ๆ ก่อนใคร แล้วพบกันที่มิลาน... เมืองที่ทุกย่างก้าวคือศิลปะและการใช้ชีวิต Stay Inspired, ชาว #Hopster ! #LetsHoparound www.hoparound.co @Kajornfurst @Cakepoon












